Asia DiningAsia Dining
eat and travel diary

สถิติส่วนตัว :

รีวิวเป็นคนแรก:37
รีวิว:121
รูปภาพที่อัพโหลด:982
วิดีโอที่อัพโหลด:0
ร้านโปรด1
รีวิวแนะนำ:0
แนะนำ:7
Following: 12
Followers: 51

eat and travel diary

ฉันชื่อ eat and travel diary. อาศัยอยู่ที่ คลองเจ้าคุณสิงห์. ฉันเป็นพนักงานบริษัทเอกชน, ทำงานที่ ถนนพญาไท . ฉันชอบไปเที่ยวที่ ปทุมวัน , บางกะปิ . โปรดปราน อาหารใต้ , อาหารอีสาน , อาหารฝรั่งเศส , ร้านอาหารฝรั่ง , ร้านชา / กาแฟ , ร้านเค้กและเบเกอรี่ และ ขนมหวาน ไอศครีม , อาหารทะเล ที่สุด

แสดง 1 ถึง 15 จาก 121 รีวิว
1 2 3 4 5 ... 9
เรียงตาม:
จังหวัด:
ร้อนๆ แบบนี้หนีไปหม่ำ น้ำแข็งใสที่ Ice-Licious กัน
ยิ้ม 2014-03-18
ไอซ์ ลิเชียส ( บางระมาด )

ช่วงนี้อากาศบ้านเราเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง แต่ที่รับรู้ได้แน่ๆ คืออุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา ทำให้อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเพื่อให้เข้ากับอากาศในช่วงฤดูร้อนที่น่าจะมาถึงในไม่ช้านี้ เลยขอพาไปคลายร้อนกันล่วงหน้ากับร้านของหวานที่เรียกความชุ่มชื่นให้ร่างกายได้เป็นอย่างดีเลย นั่นก็คือร้านน้ำแข็งใส นั่นเองครับ

แต่น้ำแข็งใสของที่นี่ไม่ใช่น้ำแข็งใสธรรมดาๆ เพราะที่ร้าน Ice-Licious ซึ่งเป็นร้านน้ำแข็งใสต้นตำรับจากไต้หวัน แค่ชื่อก็น่าทานแล้ว เพราะแปลว่า น้ำแข็งที่น่าหม่ำสุดๆ ^^

ก่อนจะพาไปคลายร้อนกับเมนูแสนหวาน ขอพาไปชมบรรยากาศร้าน ซึ่งร้านตั้งอยู่ห้อง C12 ในโครงการ The Circle บนถนนราชพฤกษ์ นั่นเอง โดยร้านนั้นตกแต่งได้อย่างอบอุ่น เพราะใช้สีเอิร์ธโทน เน้นการตกแต่งด้วยไม้และปูนเปลือย ดูแล้วสบายตา ภายในยังมีของตกแต่งน่ารักๆ พร้อมทั้งเมนูภาพน่าทานที่เห็นแล้วเลือกไม่ถูกจริงๆ ว่าจะลองเมนูไหน ชอบเมนูไหนก็จิ้มกันได้เลย

ก่อนอื่นขอเริ่มเมนูแรกด้วย “Strawberry Story (155.-)” เมนูนี้เอาใจคนรักสตรอเบอร์รี่แบบเต็มๆ ด้วยน้ำแข็งใสรสสตรอเบอร์รี่ ที่มาพร้อมกับผลสตรอเบอร์รี่ และพุดดิ้งนมสด สีสันสดใสมากๆ เนื้อเนียนนุ่ม และเด้งได้ใจจริงๆ

   Strawberry Story

ต่อด้วยเมนูที่น่าจะมาพร้อมกับฤดูร้อนของบ้านเรานั่นก็คือ “Mango Twinkle (160.-)” เมนูนี้ผมชอบสุดๆ เพราะด้วยความที่เป็นน้ำแข็งใสรสมะม่วง ที่มาพร้อมกับมะม่วงน้ำดอกไม้สุกแสนหวานของโปรดผม พ่วงด้วยพุดดิ้งนมสด และเติมความหวานด้วยไซรัปมะม่วง รับรองความอร่อยครับเมนูนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเมนูขายดีของที่นี่เลยก็ว่าได้

   Mango Twinkle

ส่วนอีกเมนูเรียกได้ว่าเป็นเมนูที่สาวๆ น่าจะชอบเพราะเต็มไปด้วยผลไม้สีสันสดใส กับ “Passion Temptation (145.-)” โดยเป็นน้ำแข็งใสรสโยเกิร์ต ที่มาพร้อมผลไม้สีสันน่าหม่ำอย่าง กีวีสด, มะม่วงน้ำดอกไม้สุก และสตรอเบอร์รี่ รวมทั้งพุดดิ้งนมสด และเติมความเปรี้ยวด้วย ไซรัปเสาวรส เรียกได้ว่าเมนูนี้น่าจะเหมาะกับสุขภาพสาวๆ เป็นที่สุด

   Passion Temptation

จากนั้นมาต่อด้วยเมนูสำหรับคนที่ชอบชาเขียวกับเมนูที่มีชื่อว่า “Matcha Gotcha (160.-)” แน่นอนว่าต้องเป็นน้ำแข็งใสรสชาเขียว ที่มาพร้อมกับถั่วแดง, พุดดิ้งชาเขียว, เวเฟอร์, มาร์ชเมลโล่ และไซรัปนมสด เรียกได้ว่าเต็มรสชาติชาเขียวจริงๆ

   Matcha Gotcha

ตามมาติดๆ ด้วยเมนูชื่อเท่ห์อย่าง “Milkyway (145.-)” ซึ่งเป็นน้ำแข็งใสรสนมสด ที่เสิร์ฟพร้อมกับถั่วแดง, พุดดิ้งนมสด, เผือกบด และไซรัปนมสด เป็นอีกเมนูที่น่าลิ้มลองไม่แพ้กับชื่อเลยครับ

   Milkyway

เอาใจคนรักช็อกโกแลตกับ “Chocolate Bonanza (155.-)” น้ำแข็งใสรสช็อกโกแลต ที่เสิร์ฟพร้อมกับกล้วยหอม, เวเฟอร์, วอฟเฟิล, ไวท์ ช็อกโกแลต และราดด้วยไซรัปช็อกโกแลต เรียกได้ว่าคนรักช็อกโกแลต เห็นแล้วไม่ควรพลาดนะ

   Chocolate Bonanza

จากนั้นก็ถึงคิว “Peanut Why Not (145.-)” เป็นน้ำแข็งใสรสถั่วไต้หวัน ที่มาพร้อมกับ Oreo, พุดดิ้งนมสด, เวเฟอร์ และราดด้วยไซรัปช็อกโกแลต เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าลองเหมือนกัน

   Peanut Why Not

และปิดท้ายด้วยเมนู “Coffee Bunny (155.-)” น้ำแข็งใสที่เอาใจคนรักกาแฟ มาพร้อมกับบราวนี่อัลมอลต์, พุดดิ้งนมสด, ทูโทนช็อกโกแลต และราดด้วยคาราเมล เพิ่มความหลากหลายให้กับรสชาติเข้มๆ ของกาแฟได้เป็นอย่างดี

   Coffee Bunny

สำหรับเมนูทั้งแปดนี้เสิร์ฟมาในชามขนาดใหญ่เรียกได้ว่าจุใจกับน้ำแข็งใสและท็อปปิ้งที่เสิร์ฟพร้อมกัน ซึ่งปริมาณที่เสิร์ฟนั้นขอบอกว่าสามารถ Share กันทานได้ 2 คนได้สบายๆ เลยครับ นั้นช่วยเติมความสดชื่น และความหลากหลายให้กับมื้อของหวานของทุกๆ คนได้เป็นอย่างดี สำหรับรสชาตินั้นผมถือว่าลงตัว แม้ว่าปริมาณจะเยอะ แต่เมื่อทานหมดแล้วรู้สึกได้เลยว่าไม่หวานและเลี่ยนจนเกินไป สามารถเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับร่างกายพร้อมที่จะต่อสู้กับความร้อนที่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้านี้ได้เป็นอย่างดี

นอกจาก 8 เมนูนี้แล้ว ยังมีอีก 4 เมนูใหม่ ได้แก่ “Black mountain (150.-)” ซึ่งเมนูที่เพิ่มความสดชื่นด้วยเฉาก๊วย, “Berry fantasy (145.-)” เป็นน้ำแข็งใสรส Blueberry น่าทานไม่แพ้กันเลย, “Taro deniro (145.-)” และ “Melontine (155.-)” ที่มาพร้อมกับเมลอนสด ทั้งหมดสามารถเลือกรสชาติได้ตามใจชอบได้เลยครับ

ใครที่ชื่นชอบความพิเศษของน้ำแข็งใสสไตล์ไต้หวันแท้ๆ ก็ลองแวะเวียนไปที่ร้าน Ice-Licious ได้นะครับ เพราะที่นั่นเค้าพร้อมให้บริการความอร่อยอย่างเต็มที่เลยทีเดียว และที่สำคัญทางร้านมีบริการ Take Away สำหรับผู้ที่ต้องการนำออกไปทานนอกร้านด้วยนะครับ smile

เมนูแนะนำ:
Mango Twinkle,Strawberry Story,Matcha Gotcha,Passion Temptation

ค่าใช้จ่าย:
โดยประมาณ
THB150(อาหารว่าง)

คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (5)
  • Environment (4)
  • Service (4)
  • Clean (5)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
ร้านกาแฟน่านั่งใจกลางทองหล่อ ที่ชื่อ Bar Storia
ยิ้ม 2013-10-08
Bar Storia Del Caffe ( คลองตันเหนือ )

นานแล้วที่ไม่ได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในร้านกาแฟสวยๆ เพื่อไปจิบกาแฟหอมๆ และบรรยากาศดีๆ ในร้านกาแฟ และไม่นานมานี้ มีโอกาสนัดรวมตัวกับเพื่อนๆ พี่ๆ แก๊งเดิม ชวนกันไปจิบกาแฟที่ร้านกาแฟน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน ซึ่งอยู่ในโครงการ Ei8ht Thonglor ในซอยทองหล่อ นั่นก็คือร้าน “Bar Storia Del Caffe”

สำหรับร้านกาแฟแห่งนี้มีบรรยากาศของร้านในสไตล์อิตาเลียนสมัยใหม่ โดยเน้นร้านในโทนที่เข้ม เน้นสีดำและสีน้ำตาล ทำให้บรรยากาศดูขรึมเข้ม ดูมีสไตล์ แต่เนื้อที่ภายในร้านนั้นอาจจะไม่กว้างขวางนัก เนื่องจากมีพื้นที่ค่อนข้างน้อย ทำให้ดูอึดอัดเล็กน้อย

   Hot Cappuccino

   Iced Caffe Latte

   Iced Caramel Macchiato

   Italian Soda

นอกจากเครื่องดื่มแล้วยังขอเติมความหวานซ่อนเปรี้ยวด้วย “Panna Cotta with Passion Fruit Sauce and Biscotti (180.-)” พานนาคอตต้า หวานๆ ที่แอบเติมความเปรี้ยวสะใจด้วยเนื้อเสาวรสสด เรียกได้ว่าได้ความสดชื่นตาสว่างกันถ้วนหน้าเลยครับ เนื้อครีมถือว่าหอมหวานกำลังดี ยิ่งได้รสเปรี้ยวของเสาวรสมาตัดแล้วละก็ ลงตัวดีครับ

   Panna Cotta with Passion Fruit Sauce and Biscotti

โดยรวมแล้วถือว่าได้ลองบรรยากาศใหม่ๆ พร้อมกับเพื่อนที่รู้ใจ ถือว่าเป็นการใช้เวลาว่างยามบ่ายที่คุ้มค่า สำหรับ Bar Storia ไม่ได้มีแค่ร้านกาแฟเท่านั้น ที่นี่ยังมีร้านขายของตกแต่งบ้าน รวมทั้ง Accessories ต่างๆ ที่สามารถซื้อไปใช้เองหรือซื้อฝากเป็นของขวัญก็ได้ครับ

เมนูแนะนำ:
Hot Cappuccino,Panna Cotta with Passion Fruit Sauce and Biscotti

ค่าใช้จ่าย:
โดยประมาณ
THB200(อาหารว่าง)

คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (4)
  • Environment (5)
  • Service (4)
  • Clean (5)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
ก๊วนชวนกินครั้งที่ 18 ที่ ชาบูชาบู นางใน เอกมัย 12
ยิ้ม 2013-10-06
ชาบู ชาบู นางใน ( คลองตันเหนือ )

เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม กับทาง Openrice.com ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 18 แล้วครับ และจัดกิจกรรมที่ ร้านชาบู ชาบู นางใน ซึ่งอยู่ในซอยเอกมัย 12 ครับ

สำหรับร้านชาบู ชาบู นางใน นั้นเป็นร้านอาหารในสไตล์ชาบู ตามชื่อ แต่เป็นชาบูที่เน้นรสชาติจัดจ้านแบบไทย แต่เสิร์ฟในสไตล์ญี่ปุ่น สำหรับที่มาของชื่อ นางใน นั้นมาจากทางเจ้าของร้านได้รับภาพวาดนางในราชสำนักไทย และก็ชื่นชอบ จึงนำมาเป็นชื่อของร้าน

สำหรับบรรยากาศร้านนั้นดัดแปลงมาจากบ้านพักในสไตล์บ้านเดี่ยว มาเป็นร้านอาหาร ซึ่งให้บรรยากาศเหมือนเป็นแบบ Home cooking ดูแล้วอบอุ่น สนุกสนาน โดยภายในร้านนั้นมีการจัดโต๊ะนั่งกระจายอยู่ภายในบ้าน และยังมีห้องส่วนตัวในชั้นบนที่มากันเป็นหมู่คณะ แต่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ส่วนรายการอาหารนั้นมีทั้งแบบ Buffet และ A-la-cart สำหรับ Buffet นั้นตกคนละ 349.- ไม่รวมเครื่องดื่มและของหวาน (แต่มีน้ำเปล่าเสิร์ฟให้นะครับ) ซึ่งมีให้เลือกสั่งทั้ง หมูสันนอกสไลด์, สันคอหมูสไลด์, หมูสามชั้นสไลด์, ตับหมู, หัวใจหมู, เนื้อวัวสไลด์ (เนื้อน่อง), ลูกชิ้นปลาอินทรี, ลูกชิ้นกุ้ง, ลูกชิ้นรักบี้, ฮื่อก๊วย, ปลาหมึกสด, กุ้งสด, เกี๊ยวกุ้ง, เต้าหู้ไข่, วุ้นเส้น, ไข่ไก่, เกี๊ยวปลาสวรรค์, ปลาฮ่องเต๊ ส่วนผักก็มี ผักกาดขาว, ผักบุ้งจีน, ปวยเล้ง, เห็ดเข็มทอง, เห็ดนางฟ้า, แครอท, คื่นไช่, ข้าวโพดหวาน นอกจากนี้ยังมี ข้าวเปล่าหรือข้าวกระเทียม ที่เติมได้ไม่อั้นครับ

 

 

 

 

 

 

สำหรับเนื้อหมูและเนื้อวัวของที่นี่นั้นสไลด์ได้บางมากๆ ทำให้ลวกสุกได้ง่ายไม่ต้องรอนาน รวมทั้งคุณภาพดี นุ่มลิ้น ที่สำคัญน้ำซุปนั้นหอมหวาน และรสชาติเข้มข้น โดยมีน้ำจิ้มรสจัดจ้านในแบบไทยๆ ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับชาบูที่อยู่ตรงหน้าได้เป็นอย่างดีเลยครับ

 

หมดจากของคาวแล้วอยากให้ลองของหวานของที่นี่ เพราะมีไอศครีมสัปปะรดเชอร์เบท ซึ่งนำเนื้อสัปปะรดมาทำเป็นไอศครีมแล้วใส่ในผลของสัปปะรด ซึ่งดูเก๋ไก๋มากๆ แถมรสชาติยังดีด้วยครับ นอกจากนี้ยังมีกระท้อนลอยแก้ว และมังคุดลอยแก้ว ซึ่งรสชาติดีไม่แพ้กันเลยครับ ซึ่งของหวานแบบไทยๆ แบบนี้ดูเข้ากับร้านมากๆ เลยครับ

สำหรับรสชาติอาหารนั้นขอบอกว่าอร่อยถูกปาก น้ำซุปเข้มข้น เนื้อคุณภาพดี และที่สำคัญได้มาทานร่วมกับ Openricer ท่านอื่นด้วย ยิ่งทำให้อาหารมื้อนี้ได้อรรถรสเพิ่มยิ่งขึ้นครับ

สำหรับมื้อนี้ต้องขอขอบคุณกิจกรรมดีๆ ของ Openrice.com ด้วยนะครับ

และสำหรับใครที่ต้องการมาลิ้มลองความอร่อยของชาบู ชาบู นางใน สาขาเอกมัยนั้น ตรงดิ่งมาที่ถนนเอกมัย มองหาซอยเอกมัย 12 แล้วมุ่งหน้าเข้าไป ขับรถตรงไปเรื่อยๆ พอถึงร้าน Coffee Bean และ Vanilla Garden ก็ให้สังเกตทางขวามือ จะมีป้ายชื่อร้านชาบู ชาบู นางใน อยู่เลี้ยวเข้าไปในซอยเล็กน้อย ก็จะเจอกับร้านครับ

เมนูแนะนำ:
ชาบูแบบบุฟเฟ่ต์

วันที่ไปกิน:
2013-09-26

ค่าใช้จ่าย:
โดยประมาณ
THB400(มื้อเย็น)

คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (5)
  • Environment (4)
  • Service (5)
  • Clean (4)
  • Price (5)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    1

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    1

  • รูปแจ่ม!

    0
Crave ร้านอาหารฟิวชั่นแนวชิคๆ ใจกลางเมือง
ยิ้ม 2013-09-29
เครฟ ( คลองเตยเหนือ )

วันนี้ขอพาเข้าโรงแรมกันซักหน่อยนะครับ ซึ่งโรงแรมนี้ก็ถือว่าอยู่ใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท นั่นก็คือ Aloft Bangkok สุขุมวิท 11 นั่นเอง แต่ไม่ได้พามาค้างคืนที่นี่นะ แค่อยากพามา enjoy กับอาหารในสไตล์ Taste 'n' Share Plates ที่ห้องอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant ซึ่งอยู่บนชั้น 8 ของโรงแรมแห่งนี้

และที่พามาแนะนำในครั้งนี้เพราะที่นี่เค้ามีการต้อนรับเชฟหนุ่มสุดหล่อคนใหม่ ที่ชื่อเสียงเรียงนามว่า “เชฟ มาร์ค แฮนนอน" อิมพอร์ตมาจาก New York เชียวนะครับ และขอบอกว่าเชฟหนุ่มคนนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังมีฝีมือในการทำอาหารให้หน้าตาและรสชาติออกมาดีด้วยครับ

แต่ก่อนที่จะพาไปชิมอาหารอร่อยๆ ขอพาไปเติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มที่มีสีสันสดใส เซ็กซี่นิดๆ อย่าง Sexy Girls และ Melon Lemon, Lemon Melon เครื่องดื่ม Cocktail ราคาแก้วละ 240 บาท ++ แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ก็สามารถเลือกสั่งเป็น Mocktail ก็ได้นะ

 

หลังจากเติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ แล้ว ก็ขอเสิร์ฟเมนูเบาๆ รองท้องอย่าง "Fun-Guy (flatbreads) (245.-)" เมนูนี้มีชื่อเรียกเก๋ไก๋ทีเดียว ซึ่งเป็นขนมปังแบบแฟลตเบรด ที่มีส่วนผสมของ เห็ดหอม, หอมแดง, mozzarella, ชีส และ น้ำมัน truffle ทานเล่นได้อย่างกรุบกรอบทีเดียว

   Fun-Guy

จากนั้นก็ขอเสิร์ฟของทานเล่นอีกอย่างที่หน้าตาดี ดูน่ารัก อย่าง "Twice Baked (80.-)" เจ้าลูกกลมๆ ที่เห็นอยู่นั่นก็คือ Baby Potatoes มันฝรั่งลูกเล็ก ที่ทานได้ทั้งลูก นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของ เบคอน, บร๊อคคอรี่กรอบ และ ซอสวิแอช อีกด้วยครับ เมนูนี้ถือว่ามีการตกแต่งจานได้อย่างน่ารัก น่าหม่ำมากทีเดียว

   Twice Baked

จากนั้นก็ต่อด้วย "Asparagus And Parma Ham" เติมความอร่อยด้วย โพชท์ เอ้ก, หน่อไม้ฝรั่งเสิร์มพร้อมพาร์ม่า แฮม, ซอสซอลซ่า และ ซอสเห็ดทรัฟเฟิล ซึ่งไฮไลท์ของการหม่ำเมนูนี้ก็คือการแหวกไข่แดงให้ไหลเยิ้มออกมา ทำให้ได้รสชาติไข่แดงซึ่งช่วยเพิ่มเติมความอร่อยได้ดี

   Asparagus And Parma Ham

ต่อด้วย "Tuna Rare (295.-)" ทูน่าเสิร์ฟกับสลัดเห็ดสไตล์ไทยๆ ซึ่งมีรสชาติจัดจ้านเล็กน้อยจากพริก, ข้าวคั่ว, ใบมะกรูด, ตะไคร้ และ น้ำสลัด วินะเกรท เมนูนี้ก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่จัดจานได้อย่างสวยงาม สีเนื้อของปลาทูน่าก็สวยน่าหม่ำเช่นกัน

   Tuna Rare

จากนั้นก็มาถึงของหนักอย่าง "Churrasco Tenderloin (295.-)" เนื้อย่างชูรัสโค สไตล์สเปน ที่ย่างมาได้อย่างนุ่มลิ้น ซึ่งเสิร์ฟกับ น้ำจิ้มแจ่ว อร่อยได้รสชาติจัดจ้านของน้ำจิ้มแจ่วแบบไทยๆ ดีครับ

   Churrasco Tenderloin

จากนั้นก็ปิดท้ายของคาวด้วย "NYC Kao Soi (195.-)" ข้าวซอยแบบไทย แต่เพิ่มเติมความเป็นลูกครึ่งด้วย หอยแมลงภู่ และเฟรนซ์ฟรายที่นำมาแทนเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบไทยๆ ครับ ขอบอกว่าแม้จะเป็นฝรั่งทำแต่รสชาติก็เผ็ดร้อนจัดจ้านแบบไทย ยิ่งบีบมะนาวลงไปหน่อยนะครับ จัดจ้านแซ่บสุดๆ

   NYC Kao Soi

แล้วก็มาถึงคิวของหวานครับ เมนูแรกขอเสิร์ฟ "Chessert (165.-)" ชื่อเมนูเก๋ไก๋ ที่มีที่มาจาก บูลชีส และมีส่วนผสมของ แอปเปิ้ลเขียว, มะกอกดำ, crispy แฮม และ เสิร์ฟพร้อมไอศครีม เชอร์เบทส้ม และปิดท้ายด้วย "Coffee Cake (165.-)" เมนูนี้เป็นเค้กกล้วยหอมรสกาแฟ ที่มาพร้อมครีมคาราเมลแบบเค็ม, กล้วยหอม และถั่ว Hazelnut นอกจากนี้ยังเติมความสนุกด้วย pop corn ด้วยครับ

   Chessert

   Coffee Cake

สำหรับมื้อเย็นนั้นที่ห้องอาหาร Crave นั้นมีการเสิร์ฟอาหารแบบเป็น Set ซึ่งสามารถสั่งอาหาร Taste 'n' Share Plates ได้ 5 จานที่มีอยู่ในเมนูทั้งหมด พร้อมทั้งไวน์ 1 ขวด ซึ่งเลือกได้ตั้งแต่ไวน์ขาว ไวน์แดง หรือสปาร์คกลิ้งไวน์ ในราคาเพียง 990++ ครับ

โดยรวมแล้วรสชาติและหน้าตาของอาหารทำมาได้ดี ไม่แพ้หน้าตาของเชฟเลยครับ ที่สำคัญราคาก็ไม่ถือว่าแรงด้วยนะ ใครสนใจที่จะแวะเข้าไปลิ้มลองก็เชิญได้ที่ห้องอาหาร Crave Wine Bar & Restaurant ได้นะครับ

เมนูแนะนำ:
NYC Kao Soi,Churrasco Tenderloin,Fun-Guy

วันที่ไปกิน:
2013-08-09

ค่าใช้จ่าย:
โดยประมาณ
THB500(มื้อเที่ยง)

คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (4)
  • Environment (4)
  • Service (4)
  • Clean (5)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
สัมผัสร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสที่ Calin Cafe'
ยิ้ม 2013-09-27
กาแล็ง คาเฟ่ ( คลองตันเหนือ )

 

CALIN Café คาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสที่เปิดตัวได้ไม่นาน ก็มีคนพูดถึงกันหนาหูทีเดียว วันนี้เลยต้องขอเข้าไปลองดูซักหน่อยว่าที่นี่มีเสน่ห์อย่างไร ถึงมีคนพูดถึงกันเยอะ ว่าแล้วก็มุ่งไปที่โครงการ Ei8ht Thonglor (8 ทองหล่อ) ในซอยสุขุมวิท 55 หรือที่เรียกกันว่า ทองหล่อ ถึงแล้วก็ตรงไปที่ชั้น G ก็จะพบกับร้าน CALIN Café

เพียงแค่เข้าไปในร้านก็จะพบกับความหรูหรา และสวยงามในบรรยากาศแบบฝรั่งเศส เมื่อก้าวเข้าไปนั่งในร้านก็เหมือนกับเข้าไปอยู่ในกรุงปารีสยังไงยังงั้นเลย ผมชอบบรรยากาศภายในร้านนะ ซึ่งการจัดโต๊ะต่างๆ ก็ดูไม่อึดอัด ซึ่งช่วงที่ผมไปเป็นช่วงประมาณ 10 โมงเช้า ซึ่งเราตั้งใจจะไปทานอาหารในมื้อ Brunch และอีกสาเหตุคือคนในร้านจะไม่เยอะด้วยครับ เพราะช่วงเที่ยงๆ นั้นภายในร้านจะเต็มไปด้วยลูกค้าทั้งนั้นเลยครับ นอกจากพื้นที่ในห้องแอร์แล้ว ยังมีพื้นที่ด้านนอกด้วยนะ ซึ่งตกแต่งได้อย่างน่านั่งทีเดียว (แต่ท่าทางจะแอบร้อนหรือเปล่านะ)

หลังจากชื่นชมบรรยากาศจนทั่วแล้วก็พาไปหาที่นั่งแล้วสั่งอาหารกันดีกว่าครับ ก่อนอื่นขอเติมความสดชื่นด้วยกาแฟร้อนๆ ก่อนดีกว่าครับ ที่นี่มีกาแฟให้เลือกหลายรส พิเศษตรงที่เมล็ดกาแฟมาจากประเทศที่หลากหลาย โบลีเวีย โคลัมเบีย คอสตาริก้า โดยจะมาให้เลือกถึงโต๊ะเลย สำหรับแก้วนี้ผมเลือก "FLORIO (130++)" สำหรับกาแฟคาปูชิโน่แก้วโปรดของผม รสชาติและกลิ่นนุ่มละมุนใช้ได้เลยครับ

   FLORIO

ส่วนอีกแก้วเป็น "Bolivia (130++)" ของพี่สาวที่น่ารัก เป็นกาแฟที่มีเมล็ดพันธุ์จากประเทศโบลิเวีย รสชาติไม่รู้ แต่หน้าตาดีทีเดียวครับ

   Bolivia

หลายๆ คนแนะนำให้ลองความอร่อยของ "Plain Croissant (65++)" ซึ่งขอบอกว่าครัวซองค์ที่นี่อร่อยจริงครับ แป้งนุ่มละมุนลิ้นดีครับ

   Plain Croissant

และแน่นอนว่าสำหรับมื้อ Brunch แบบนี้ต้องไม่พลาดที่จะสั่ง "Classic Egg Benedict (260.-)" ขอบอกว่า Egg Benedict ของที่นี่ไม่ทำให้ผิดหวังครับ ถือว่ารสชาติดีกว่าหลายร้านที่ทานมา ซึ่งเมนูนี้มีให้เลือกหลายแบบนะ แบบ Ham & Asparagus (220++) แฮมก็น่าทานมากๆ

   Egg Benedict

เมนูแนะนำอีกอย่างก็คือ "Croque Monsiuer (240++)" แซนด์วิชแฮมชีสราดด้วยซอสเบชาเมล โรยหน้าด้วยชีสเยิ้มๆ แบบนี้ น่าหม่ำมากๆ เลยครับ

   Croque Monsiuer

จากนั้นก็ปิดท้ายด้วย "Brioche Perdu (200++)" ขนมปังแบบ Toast ที่มาพร้อมผลไม้สด และราดด้วยน้ำผึ้ง สำหรับเมนูนี้ถือว่ารสชาติธรรมดา เมื่อเทียบกับราคาครับ เสียดายที่ปริมาณที่เสิร์ฟค่อนข้างทำให้แน่นท้อง วันนั้นเลยไม่ได้สั่งของหวานมาลอง ไว้มีโอกาสอีกจะ update เรื่องของหวานให้แน่นอนครับ

   Brioche Perdu

ซึ่งโดยรวมแล้ว ถือว่า OK เลยครับ หน้าตาและรสชาติ รวมทั้งบรรยากาศถือว่าทำได้ดี ถือว่าคุ้มค่ากับราคาที่เสียไปครับ

เมนูแนะนำ:
Classic Egg Benedict,Croque Monsiuer,Plain Croissant

วันที่ไปกิน:
2013-07-20

ค่าใช้จ่าย:
โดยประมาณ
THB400(มื้อเช้า)

คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (5)
  • Environment (5)
  • Service (5)
  • Clean (5)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
Buffet นานาชาติใจกลางเมือง ที่ Cuisine Unplugged
ยิ้ม 2013-09-27
ควิซีน อันปลั๊ก ( ถนนพญาไท )

สำหรับห้องอาหาร Cuisine Unplugged เป็นห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ที่อยู่ใจกลางเมือง โดยตั้งอยู่ใน Pullman Bangkok King Power Hotel ซึ่งสามารถเข้าได้ทั้งถนนรางน้ำ และศรีอยุธยา มีที่จอดรถสะดวกสบาย

สำหรับบรรยากาศด้านในห้องอาหารนั้นมีการตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ที่เน้นสีสันสดใสของสีโซฟาสีแดงสด กับผนังสีขาว และบางส่วนมีการเล่นสีสลับสดใส แต่ดูสะอาดตา ไม่รกจนเกินไป การจัดเรียงโต๊ะภายในก็จัดไว้อย่างสบายๆ มีพื้นที่สำหรับการเดินไปตักอาหารได้สะดวก ไม่ดูอึดอัด นอกจากนี้ยังมีพื้นที่นั่งหลายโซน ให้เลือกตามความเหมาะสมของจำนวนลูกค้าที่แวะเวียนมาใช้บริการ

สำหรับห้องอาหารนี้ให้บริการทั้งเช้า กลางวันและเย็น สำหรับในช่วงเย็นนั้นเปิดให้บริการ 18.30 น. แต่ผมเดินทางไปถึงตอน 18.00 น. จึงสามารถถ่ายบรรยากาศห้องอาหารได้แบบไม่ต้องรบกวนแขกท่านอื่น

สำหรับที่นี่ให้บริการอาหารที่หลากหลาย และในแบบนานาชาติ ซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน โดยวันที่ผมไปเป็นมื้อเย็นวันอาทิตย์ ซึ่งจะเป็นบุฟเฟ่ต์แบบ Wok & Grilled นอกจากนี้ก็ยังมี line อาหารที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ก่อนอื่นขอเริ่มที่ line ที่เรียกว่าน่าสนใจที่สุดในบรรดาไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์ของทุกๆ แห่งกัน นั่นก็คือ "อาหารทะเล หรือ Seafood" นั่นเอง ที่นี่มีครบทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา อีก line ที่น่าสนใจไม่น้อยก็จะเป็นอาหารญี่ปุ่น ที่มีทั้งปลาดิบ ซูชิ ซาชิมิ ให้เลือกกันตามใจชอบ ไปถึงเมนูหลักของวันอย่างอาหารประเภท Wok & Grilled ส่วนตัวแล้วผมชอบมุมนี้ที่สุด เพราะมีทั้ง กั้ง, กุ้งตัวโต, เนื้อต่างๆ ที่เลือกสั่งให้ย่างๆ ร้อนๆ พร้อมที่จะเสิร์ฟความอร่อยให้ที่โต๊ะ นอกจากนี้ก็ยังมีเนื้อแกะ, เป็ดย่าง และอาหารอื่นๆ อีกหลายเมนูเชียว

 

 

 

 

หากอิ่มกับอาหารคาวแล้วละก็ line อาหารหวานที่นี่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งหากเดินผ่านเมื่อไร ก็ชวนให้น้ำลายไหลมากที่สุด นั่นอาจจะเป็นเพราะสีสันสดใส ที่ดึงดูดสายตา และทำให้เท้าก้าวเข้าไปใกล้อย่างไม่รู้ตัว และอาจจะเผลอเอื้อมมือไปหยิบเจ้าของหวานที่น่ารัก มาไว้ในจานอย่างไม่ตั้งใจ ทั้งๆ ที่ยังทานของคาวได้ไม่จุใจเลยครับ

 

 

เพียงแค่นี้ก็สามารถเลือกอิ่มอร่อยได้อย่างไม่อั้น ในบรรยากาศที่สบายๆ ไม่อึดอัดจนเกินไป ขอสรุปรายการอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นของที่นี่ให้ดูกันนะ เผื่อใครสนใจแล้วไปไม่ตรงวันอาจจะงงได้ว่า มาผิดที่หรือเปล่า เริ่มกันที่

วันจันทร์ – บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ
วันอังคาร – บุฟเฟ่ต์อาหารจีน
วันพุธ – บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น
วันพฤหัสบดี – บุฟเฟ่ต์อาหารอิตาเลี่ยน
วันศุกร์ – บุฟเฟ่ต์อาหารเอเชีย
วันเสาร์ – บุฟเฟ่ต์อาหารทะเล
วันอาทิตย์ – บุฟเฟ่ต์ผัดและย่าง (Wok & Grilled) ส่วนมื้อกลางวันจะเป็น ซันเดย์บลันซ์ นะครับ

สำหรับมื้อเย็น จันทร์ – ศุกร์ ราคาท่านละ 1,230.- net ส่วน เสาร์ – อาทิตย์ 1,430.- net (ไม่รวมเครื่องดื่มนะครับ)

 

เมนูแนะนำ:
บุฟเฟต์นานาชาติ,

วันที่ไปกิน:
2013-09-08

ค่าใช้จ่าย:
โดยประมาณ
THB1430(มื้อเย็น)

คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (4)
  • Environment (5)
  • Service (5)
  • Clean (5)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
Rocket Coffeebar ร้านกาแฟน้องใหม่ที่ Hot hit มาก
ยิ้ม 2013-09-19
ร็อกเก็ต คอฟฟี่บาร์ ( สีลม )

 ป้ายชื่อร้าน

หากรวมตัวสมาชิก ที่มีพี่สาวพี่ชาย และน้องสาวที่แสนน่ารัก กันได้เมื่อไร มักจะลงเอยกันที่ร้านอาหารและร้านกาแฟต่างๆ และในครั้งนี้ได้รับการแนะนำจากน้องสาวผู้ที่ชื่นชอบที่จะสรรหาร้านกาแฟดีๆ มานำเสนอตลอดเวลา ซึ่งได้นัดแนะกันว่าร้านต่อไปคือร้านนี้ ซึ่งแค่ได้ดูข้อมูลก็น่าสนใจแล้วครับ จึงตอบตกลงได้ไม่ยาก

และยิ่งหาข้อมูลพบว่าที่มาของร้านนี้เป็นอย่างไร ยิ่งทำให้ร้านนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น เพราะว่าร้านนี้เกิดขึ้นจาก Ben-david และ Dannie สองพี่น้องตระกูล Sorum และ Thomas Anostam ผู้ที่หลงไหลในกลิ่นหอมสดชื่นของกาแฟ รวมตัวกันเปิดร้านนี้ขึ้นมา และที่สำคัญยังมีการ ดึง Chatin Dienel เชฟมือดีที่มีประสบการณ์ทั้งจากโรงแรมและร้านอาหารมิชลิน มาเป็นเชฟประจำร้าน (ขอบอกว่าที่เอ่ยนามมาทั้งหมดนี้เป็นฝรั่งจมูกโด่ง หน้าตาดีมากๆๆๆๆ ครับ

บรรยากาศร้านเป็น Coffeebar สไตล์สวีดิช ซึ่งทั้งภายนอกและภายในร้านตกแต่งได้อย่างน่านั่ง เน้นสีโทนอบอุ่นของสีอ่อนๆ ของไม้ธรรมชาติ ซึ่งขนาดร้านไม่ได้กว้างมากนัก แต่ก็จัดสรรโต๊ะได้อย่างลงตัว ไม่แลดูอึดอัดจนเกินไป มองดูรอบๆ ร้านนั้นก็จะพบความเก๋ไก๋ของการตกแต่งรอบๆ ร้าน และที่เก๋ ไม่แพ้ใครนั่นก็คือ มี DJ เปิดแผ่นในร้านด้วยครับ ซึ่งไม่ค่อยจะพบในร้านสไตล์ Coffeebar เท่าไรนัก

 บรรยากาศร้าน

 บรรยากาศร้าน

 บรรยากาศร้าน

พาไปชมบรรยากาศกันจนเพลินแล้ว มาเริ่มเติมความสดชื่นกันดีกว่าครับขอเริ่มที่ "Streets (125.-)" เครื่องดื่มสมูทตี้ชื่อเก๋ ที่มีส่วนผสมของ มะละกอสุก, สัปปะรด, แตงโม และสตรอเบอร์รี่ ปั่นจนเข้ากันอย่างลงตัว รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยว ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้ดีเลยครับ ต่อด้วยเครื่องดื่มสีเหลืองสดใสที่ชื่อว่า "Sakura Breeze (120.-)" หรือสายลมของซากุระ ชื่อหวานมากๆ เครื่องดื่มแก้วนี้เป็นชาเขียว ที่มีกลิ่นของดอกซากุระ และส่วนผสมของผิวเลม่อน

จากนั้นก็ถึงคิวของกาแฟแก้วโปรดครับโดย "Caffe Latte (90.-)" มาในลายดอกไม้สวยงาม และ "Cappuccino (90.-)" ที่มาในลายของหัวใจลวดลายสวยๆ บวกกับกลิ่นหอมๆ ของกาแฟ รวมทั้งรสชาติก็ถือว่าเข้มข้น ลงตัวไม่ใช่เล่น ปิดท้ายด้วยกาแฟดำที่นำเสนอในรูปแบบเก๋ไก๋ "Rocket Fuel cold brew coffee (120.-)" มาในรูปแบบขวดซึ่งดูแล้วมีการนำเสนอที่น่าสนใจ ถือว่าแปลกแต่น่าลองทีเดียว

   Sakura Breeze

   Caffe Latte

   Rocket Fuel cold brew coffee

จากนั้นก็มาถึงอาหารกันบ้างครับ วันนั้นไปกัน 5 คน เลยสั่งมา 5 อย่างแล้วมาแชร์กันอีกที โดยขอเริ่มที่ "Rocket's Benedict (185.-)" หน้าตาดูดี ไข่และขนมปังทำได้ดี แต่ตัวซอสยังเข้มข้นน้อยไปนิดครับ จากนั้นก็มาถึง "Salami-Cheese Focaccia (175.-)" แซนวิซที่มีส่วนผสมของ marinated tomato, smoked scamorza cheese และ olive oil สำหรับเมนูผมชอบที่สุดด้วยรสชาติของแป้งและไส้ด้านในเข้ากันอย่างลงตัวดีครับ

   Rocket's Benedict

   Salami-Cheese Focaccia

   Pulled Pork on Polenta Roll

   Khun Loin Salad

ต่อด้วยแซนวิซอีกแบบคือ "Pulled Pork on Polenta Roll (175.-)" ซึ่งทำมาจาก Pulled Pork, house pickled gherkins และ soft red cabbage ถัดมาเป็น "Chopped Herbs Omelette (120.-)" เป็นเมนูไข่กวน นี้มีส่วนผสมของ Spring onion, ผักชี, โหระพา และเสิร์ฟพร้อมกับ Sourdough baguette เมนูนี้ถือว่าธรรมดาสุดใน 5 อย่างที่สั่งเลยครับ แชนด์วิชสัญชาติอเมริกัน แต่ยัดไส้ด้วยกะหล่ำปลีแดง และหมูที่หมักอย่างดี และปิดท้ายด้วยเมนูพิเศษของร้าน นั่นก็คือ "Khun Loin Salad (350.-)" สลัดที่มีส่วนผสมของ herbed slow roast sirloin, watercress, red onion, sugar snap peas, crusty garlic baguette, semi-dried cherry tomatoes, and Dijon mustard cream เมนูนี้จัดทำเป็นพิเศษที่ในช่วงที่ไปทานครับ ถือว่ารสชาติดี ไม่แพ้หน้าตาเลยครับ

   House Made Granola

จากนั้นก็ตบท้ายด้วยของหวาน "House Made Granola (110.-)" เมนูโยเกิร์ต ที่มาพร้อม granola, bananas, and some goji berries ครับ เมนูได้สุขภาพเต็มกับธัญพืช รวมทั้งโยเกิร์ตที่ไม่หนักจนเกินไป

สำหรับร้านนี้ขอบอกเลยว่า Hot Hit มากๆ ในตอนนี้ สำหรับใครที่อยากจะมาพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วละก็ ลองแวะไปได้ที่ซอยสาทร 12 ร้านอยู่ตรงข้ามกับ The Address Sathorn พอดิบพอดี หรือจะมาทางซอยสาทร 10 ก็ได้นะครับ แต่ใครที่มารถส่วนตัวต้องทำใจนิดนึงว่าจะต้องวนหาที่จอดรถนิดนึง เพราะต้องจอดรถริมถนน แถมที่จอดรถก็มีไม่เยอะด้วยสิครับ

เมนูแนะนำ:
Salami-Cheese Focaccia,Rocket's Benedict,Rocket Fuel cold brew coffee,House Made Granola

วันที่ไปกิน:
2013-08-31

ค่าใช้จ่าย:
โดยประมาณ
THB300(มื้อเที่ยง)

คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (4)
  • Environment (5)
  • Service (5)
  • Clean (5)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
แวะทานขนมเบาๆ ที่ Bake a wish
ยิ้ม 2012-09-11
เบค อะ วิช ( ปทุมวัน )

Bake a wish Japanese Homemade Cake ร้านคาเฟ่เบเกอรี่ ที่เปิดมานานกว่า 10 โดยสาขาแรกอยู่ที่สุขสวัสดิ์ ซึ่งเป็นร้านเบเกอรี่ที่มีการตกแต่งน่ารักๆ ในสไตล์ Modern Japanese และโดดเด่นด้วยชื่อร้านที่มีการตกแต่งด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่สีเข้มอยู่ที่ด้านล่างของร้าน ภายในร้านเป็นลักษณะพื้นที่เปิด มีการจัดเรียงโต๊ะที่นั่งรอบๆ ร้านสำหรับผู้ต้องการนั่งซึมซับบรรยากาศไปกับเค้กชิ้นโปรดซักชิ้น เพื่อเป็นการพักผ่อนร่างการก่อนที่จะไปเดินช็อปปิ้งกันต่อ

ที่นี่ให้บริการเบเกอรี่แบบโฮมเมดที่มีการอบใหม่ทุกวัน ด้วยสูตรพิเศษของร้าน โดยมีชูครีม (Chou à la crème) เป็นพระเอกของที่ร้าน ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบทีเดียว นอกจากนี้ยังมี Japanese Cake หน้าตาน่ารักน่าชิมหลากหลายแบบเช่นกัน ซึ่งสายตาของผมไปหยุดอยู่ที่ “Superberry Cheese Cake (85.-)” ชีสเค้กเนื้อดี ที่มาพร้อมกับสตอว์เบอร์รี่ และผลเบอร์รี่ต่างๆ ใส่มาให้แบบไม่ยัง ทำให้ได้ความสดชื่นของผลเบอร์รี่สดๆ อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกสั่งกาแฟดีๆ ซักแก้วอย่าง “Hot Cappuccino (60.-)” กาแฟคาปูชิโน่รสเข้มข้น ที่มาพร้อมโฟมนมหนานุ่มหวานมัน ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับกาแฟแก้วโปรดได้อย่างดี

   Superberry Cheese Cake

   Hot Cappuccino

เพียงเท่านี้ก็สามารถเลือกพักผ่อนหย่อนใจไปกับบรรยากาศดีๆ และเบเกอรี่โฮมเมดรสชาติดี ที่ช่วยความสดชื่นให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี และพร้อมที่จะเดินช็อปปิ้งได้อย่างไม่มีเบื่อกันเลยครับ
คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (4)
  • Environment (3)
  • Service (3)
  • Clean (4)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
Dinner ในบรรยากาศสุดหรูที่ La Tavola
ยิ้ม 2012-09-06
ลา ทาโวลา ( ลุมพินี )

วันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศพาไปดินเนอร์แบบหรูๆ ใต้แสงเทียน ที่ห้องอาหาร La Tavola & Wine Bar โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong ซึ่งห้องอาหารแห่งนี้ให้บริการอาหารอิตาเลี่ยน และยังเอาใจคนที่รักรสชาติของไวน์แท้ๆ ที่นำเข้าจากอิตาเลี่ยน อีกด้วย

สำหรับห้องอาหารแห่งนี้ตกแต่งแบบเรียบๆ แต่หรูหรา ตามสไตล์อิตาเลี่ยน นอกจากนี้ยังสามารถเห็นครัวแบบเปิดที่สามารถร่วมซึมซับบรรยากาศของเชฟที่บรรจงจัดทำอาหารจานสวยๆ ไว้เอาใจลูกค้าที่มาใช้บริการได้อย่างใกล้ชิด ส่วนในบรรยากาศสำหรับมื้อ Dinner นั้นมีการสร้างบรรยากาศด้วยการจุดเทียนไว้ตามโต๊ะ ซึ่งทำให้ห้องนั้นดูสลัวๆ แบบโรแมนติกเล็กน้อย

และล่าสุดมีการจัดโปรแกรมอาหารที่สามารถดื่มด่ำกับไวน์รสชาติเยี่ยมในบรรยากาศแบบ Wine Dinner ภายใต้โปรแกรม “Frescobaldi 700 years of great Tuscan wines” ที่เสิร์ฟอาหารแบบ 5 course meal แต่มีอาหาร 6 จาน ที่สำคัญทุกจานนั้นเสิร์ฟคู่กับไวน์รสเลิศ 6 ชนิดด้วยกัน

ก่อนอื่นที่นี่เสิร์ฟ Complimentary bread มารองท้องแบบจุใจ แต่อย่าเผลอทานหมดละครับ ไม่งั้นจะอิ่มเร็วเกินไป เพราะยังมีอาหารอีก 6 จานรอเสิร์ฟอยู่

   Complimentary bread

มาเริ่มที่เมนูแรกกันเลยดีกว่ากับ Appetiser ที่ชื่อว่า “Aperitivo” หรือ Tonno e Fagioli - Seared Crusted Sesame Tuna, Cannellini Mash, Lemon Brioche, Parsley Emulsion เมนูนี้เป็นขนมปังกรอบที่มาพร้อมทูน่าสดรสดีวางบนถั่วบด พร้อมกับซอสพาร์สลี่ ถือว่าเบาๆ กำลังดีเลยครับ สำหรับเมนูนี้เสิร์ฟพร้อมกับไวน์ขาว “Danzante Pinot Grigio”

   Aperitivo

สำหรับ First Course คือ “Primo Piatto” ซึ่งคอร์สนี้เสิร์ฟมาพร้อมกัน 2 เมนู นั่นก็คือ Panzanella Tradizionale ซึ่งทำมาจาก Olive Oil Poached Salmon, Tomato Ravioli, Crispy Bread, Fruits, Red Onion Jam เมนูนี้ดูหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ผลไม้สด ที่มาพร้อมกับปลาแซลมอนสดกับน้ำมันมะกอก นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มรูปแบบที่มาในรูปเยลลี่กลมๆ ที่เรียกเครื่องดื่มสไตล์นี้ว่า molecular drink สำหรับเมนูนี้เสิร์ฟคู่กับไวน์ขาวอีกชนิดนั่นก็คือ “Albizzia 2011 Chardonnay” ส่วนอีกเมนูที่เสิร์ฟคู่กันก็คือ Panzanella 2012 ทำมาจาก Traditional Panzanella bread, tomato, onion, basil, extra virgin olive oil เป็นสลัดมะเขือเทศ ที่มาในขนาดไม่มากจนเกินไป สำหรับเมนูนี้เสิร์ฟคู่กับไวน์ขาวอีกชนิดนั่นก็คือ “Pomino Bianco Chardonnay”

   Panzanella Tradizionale

   Panzanella 2012

จากนั้นต่อด้วย “Pasta” กับเมนูที่ชื่อว่า Pappardelle con il sugo ที่มีส่วนผสมของ Hand Cut Peppardelle, Beef Cheek Ragout, Shaved Mushrooms – Truffle เส้น Peppardelle ที่ตัดด้วยมือของเชฟเอง ที่มาพร้อมกับเนื้อ และเห็ด Truffle รสชาติของน้ำซอสเข้มข้น ในส่วนของเนื้อนั้นนุ่มและมีรสชาติดี ที่สำคัญไม่มีกลิ่นคาวของเนื้อ เมนูนี้เสิร์ฟมาในขนาดพอเหมาะ และเสิร์ฟคู่กับไวน์แดงที่ชื่อว่า “Chianti Nipozzano Riserva”

   Pasta

มาถึง Main Course กับ “Secondo Piatto” กับเมนูที่ชื่อว่า “Mare & Monti” ที่ทำมาจาก Char Grilled Beef Cheek, Truffle Risotto, Scallop, Colonnata Lard, Enoki Mushrooms เนื้อย่างคุณภาพดี ที่เสิร์ฟพร้อมกับข้าว Risotto ที่ผัดคลุกเคล้ากับเห็ด Truffle มาพร้อมกับหอยเชลล์ชิ้นโต ถือว่าทำได้ดีทีเดียวเนื้อไม่เหนียวจนเกินไป ซึ่งเมนูนี้เสิร์ฟพร้อมกับไวน์แดง “Chianti Castiglioni”

   Secondo Piatto

มาถึงเมนูสุดท้ายกับ Dessert Course ที่ชื่อว่า “Dolce” หรือ Torta della casa - Sultana Grape and Hazelnut Cake, Cantucci Ice Cream, Vin Santo Reduction ของหวานปิดท้ายแบบเบาๆ ด้วย เค้ก Hazelnut และลูกเกด ที่มาพร้อมกับไอศกรีม Cantucci ที่เสิร์ฟพร้อมกับไวน์ “Pomino Vin Santo”

เพียงเท่านี้ก็ทำให้มื้อ Dinner สุดพิเศษของคุณเต็มไปด้วยรสชาติอาหารอิตาเลี่ยน และไวน์รสเลิศ ในบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติก

สำหรับเมนูพิเศษแบบนี้ เพียง 2,950++ ต่อท่าน เท่านั้น ก็ทำให้ลิ้มรสอาหารรสเลิศ 6 เมนู และไวน์รสชาติดี 6 ชนิดด้วยครับ
คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (5)
  • Environment (4)
  • Service (5)
  • Clean (5)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
อร่อยเต็มอิ่มทั้งปิ้งย่าง และสุกี้ยากี้ ที่ AKA
ยิ้ม 2012-08-30
อากะ ( ปทุมวัน )

ทุกวันนี้คงไม่ยากที่จะหาร้านอาหารญี่ปุ่นไว้สำหรับฝากท้องในแต่ละมื้อ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็สามารถมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นได้ไม่ยาก แต่หากจะมองหาอาหารญี่ปุ่นที่ตอบโจทย์ได้ทั้งบรรยากาศ ความหลากหลายของอาหาร รวมทั้งคุณภาพ ที่ “AKA Japanese Restauran” สามารถตอบโจทย์ความต้องการนั้นได้เป็นอย่างดี

ด้วยความที่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นตั้งแต่โลโก้ตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่ รวมทั้งบรรยากาศการตกแต่งร้านที่สามารถถอดแบบร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี และที่สาขา Central World แห่งนี้ มีการตกแต่งด้วยภาพวาดแบบญี่ปุ่นโบราณ รวมทั้งของตกแต่งที่สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นในอดีตได้เป็นอย่างดี โดยเน้นใช้สีแบบเอิร์ธโทนที่ให้ความอบอุ่นเป็นอย่างดีเวลารับประทานอาหารในร้าน

   Yakiniku

   Yakiniki

สำหรับอาหารที่นี่มีให้เลือกหลากหลายครับ ไม่ว่าจะเป็นแบบ Buffet หรือว่า A-la-cart ซึ่งก็มีให้เลือกอีกไม่ว่าจะเป็นแบบ ปิ้งย่าง หรือจะเลือก ต้มแบบสุกี้ยากี้ / Shabu Shabu

ในส่วนของ A-la-cart นั้นมีเมนูให้เลือกหลากหลายอีกเช่นกันไม่ว่าจะเป็นแบบอาหารจานเดียว, เป็น Set หรือ สั่งเนื้อ/หมู แยกมาตามใจชอบได้เลย สำหรับเมนูปิ้งย่างนั้นพวกเราเลือกสั่ง “ซี่โครงหมูหมัก (135.-)” สามารถเลือกได้ทั้งแบบหมักเกลือ, ซอสอากะ หรือ ซอสพริกไทยดำ ในครั้งนี้เลือกสั่งหมักซอสอากะ ซึ่งเป็นซอสสูตรพิเศษของร้าน ที่หมักซี่โครงหมูชิ้นโต ได้นุ่มและน่าทาน “คอหมูหมัก (125.-)” มีให้เลือกสามแบบเช่นเดียวกัน เป็นเนื้อคอหมูชิ้นโตผมเลือกหมักซอสอากะ เช่นเดียวกัน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบทานเนื้อ ขอแนะนำ “เนื้อสันคอพิเศษ / Thai-French Jyou Karubi (510.-)” และ “เนื้อสันกลางพิเศษ / Thai- French Jyou Rousu (510.-)” ซึ่งที่นี่คัดสรรวัตถุดิบเนื้ออย่างดี จากการนำพันธุ์วัวจากประเทศญี่ปุ่น นำไปเลี้ยงที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งทำให้มีไขมันน้อยกว่าเนื้อโกเบ นอกจากนี้ยังสามารถสั่งเมนู Yakiniku แบบเป็นเซ็ตได้ โดยเลือกสั่ง “Seafood Family Set (450.-)” ซึ่งจัดเต็มมาทั้ง กุ้ง หอย ปลา และปลาหมึก คุณภาพดี อาหารสดใช้ได้ โดยเซ็ตนี้มาพร้อมผักรวมสำหรับปิ้งย่างด้วย โดยเตาสำหรับปิ้งย่างของที่นี่ใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิงที่ให้ความร้อนสม่ำเสมอ รวมทั้งมีเครื่องดูดควันที่ตัวของเราด้วย ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลกับควันที่จะมาพร้อมการมื้ออาหารปิ้งย่างแบบนี้ สำหรับเนื้อแต่ละชิ้นนั้นได้แร่มาบางแบบพอเหมาะดังนั้นจึงใช้เวลาไม่นานนักก็สุกพร้อมรับประทานกับซอสน้ำจิ้มสูตรพิเศษของร้าน ที่สามารถเติมรสชาติด้วยพริกสด กระเทียมและน้ำมะนาว ตามใจชอบ

   สุกี้ยากี้

นอกจากเมนูปิ้งย่างแล้ว ยังสามารถเลือกอิ่มด้วยเมนูแบบ “สุกี้ยากี้” ที่มาในแบบสุกี้ญี่ปุ่น โดยสามารถสั่งเป็นแบบเซ็ตได้เช่นกัน ในครั้งขอเลือกสั่งแบบ “ชุดเนื้อหมู (330.-)” ภายในชุดนี้จะมีเนื้อหมู และผักรวมสำหรับสุกี้ยากี้ ที่ประกอบไปด้วย เห็ดเข็มทอง, เห็นหอมสด, ผักกาดขาว, เต้าหู้ขาว, หอมหัวใหญ่, เส้นอุด้ง และแปะก๊วย ถือว่าครบครันเต็มอิ่มกันทีเดียว โดยพนักงานจะมาจัดเรียงชุดผักรวมตามสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งทำได้อย่างสวยงามและเป็นสัดส่วนดี โดยน้ำซุปของสุกี้ยากี้หอมหวานลงตัว โดยไม่ต้องปรุงเพิ่มเติม โดยสามารถจุ่มเนื้อหมูไปยังน้ำซุปที่เดือดกำลังดี เพียงไม่นานก็สามารถอร่อยกับเนื้อหมูนุ่มๆ คุณภาพดี ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

 

นอกจากปิ้งๆ ย่างๆ หรือ สุกี้ยากี้ แล้ว ยังสามารถสั่งอาหารจานกลางมาแชร์กันทานให้เต็มอิ่มสำหรับสมาชิกภายในโต๊ะ ซึ่งที่นี่ยังมีเมนูอาหารเกาหลีที่รสชาติดีไม่แพ้กันอย่าง “Bibimbab หรือ ข้าวยำเกาหลี” ที่เสิร์ฟร้อนๆ บนจานหินร้อน ที่ช่วยรักษารสชาติอาหารให้คงที่ แนะนำให้ทานตอนร้อนๆ จะได้เต็มอิ่มกับรสชาติข้าวยำแดนโสมอย่างเอร็ดอร่อย และตามด้วย “ซุปกิมจิเต้าหู้ (135.-)” ซึ่งเป็นซุปเต้มหู้เผ็ดร้อนสไตล์เกาหลี ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารมื้อนี้อร่อยยิ่งขึ้น จากนั้นก็สั่ง “สลัดปลาแซลมอนทอด (175.-)” ปลาแซลมอนทอดกรอบนอกนุ่มใน รสชาติดีที่มาพร้อมกับผักสดหลากหลายชนิด พร้อมด้วยน้ำสลัดแบบซีฟู้ด ที่ให้รสชาติเผ็ดและเปรี้ยวผสมลงผสานกันอย่างลงตัว ด้วยเพิ่มความอร่อยให้กับเมนูนี้เป็นอย่างดี

   ของหวาน

หากอิ่มอร่อยกับอาหารมื้อหลักแล้วยังสามารถเลือกล้างปากด้วยของหวานสไตล์ญี่ปุ่น “ขนมโมจิ เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมชาเขียวใส่ถั่วแดงในน้ำเต้าหู้ (95.-)” หรือเลือกเบาๆ แบบ “ไอศกรีมวานิลลา (70.-)” สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยครับ

เพียงแค่นี้ก็ทำให้มื้อเย็นวันศุกร์เป็นมื้อที่พิเศษและสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับอาหารรสชาติดีๆ และมิตรภาพดีๆ บนโต๊ะอาหาร เท่านี้ก็ทำให้คุณสามารถอิ่มได้ทั้งท้อง และอิ่มไปกับบรรยากาศดีๆ รอบๆ ตัวได้ด้วย

สำหรับตอนนี้ที่ร้าน AKA มีโปรโมชั่นสำหรับราคาอาหารแบบ Buffet เพียง 399++ (ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 กันยายน 2555) นอกจากนี้ที่ร้านยังร่วมโครงการ "มหัศจรรย์วันธรรมดา" ของ ททท.และผู้ประกอบการชั้นนำ ให้คนไทยเที่ยวเมืองไทยราคาสุดคุ้มง่ายๆ โดย มอบส่วนลดพิเศษในวันธรรมดา มา 4 ท่านจ่าย 3 ท่าน ในจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 11.00-17.00 น. (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://weekday.tourismthailand.org/ หรือ โทร.1672 ครับ)

คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (4)
  • Environment (4)
  • Service (4)
  • Clean (4)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
เส็งโภชนา ร้านราดหน้าประจำตั้งแต่เด็ก
ยิ้ม 2012-08-21
เส็งโภชนา ( บางโคล่ )

เส็งโภชนา ร้านอาหารเก่าแก่ ที่เป็นร้านประจำอีกร้านของผมตั้งแต่เด็กๆ จนถึงปัจจุบันแม้ว่าผมจะย้ายที่อยู่แล้วก็ตาม แต่เมื่อไรหากผ่านไปแถวนั้นก็จะแวะไปฝากท้องที่ร้านนี้

แม้ว่าบรรยากาศร้านจะดูเก่าๆ ทึมๆ ไม่สวยหรูเหมือนร้านอาหารอื่นๆ แต่ว่าเรื่องรสชาติอาหาร อร่อยอย่าบอกใครเชียว โดยเฉพาะ เส้นใหญ่ราดหน้าหมู เส้นเหนียวนุ่ม น้ำราดหน้าเข้มข้น มาพร้อมกับหมูนุ่มๆ ชิ้นโต ที่สำคัญผักคะน้าที่ใส่มานั้นไม่เหม็นเขียว กรอบอร่อยเชียวครับ หรือจะเลือกสั่ง เส้นใหญ่ผัดซีอิ้วหมู ที่ผัดมาพร้อมกับไข่ แซมด้วยผักคะน้ากรอบๆ เช่นเดียวกัน รสชาติดีไม่แพ้กันเลยครับ หรือจะเลือกอิ่มด้วย ข้าวผัด ซักจาน เป็นข้าวผัดแบบจีนๆ ข้าวเรียงเม็ดดี และไม่แฉะจนเกินไป ด้านล่างนั้นมีผักคะน้าใส่อยู่เช่นเดียวกันครับ

สำหรับราคานั้นก็ถือว่าไม่แพงเลย เพราะราคาอยู่ในช่วง 35 – 60 บาทครับ สำหรับการเดินทางนั้นมาที่ถนนจันทน์ ร้านอยู่ในซอยจันทน์ 44 เข้าซอยไปแค่ 2 คูหาเท่านั้นก็พบกับร้าน เส็งโภชนา แล้วครับ ใครขับรถไปในช่วงเสาร์ – อาทิตย์ ก็อาจจะหาที่จอดลำบากหน่อยนะครับ เพราะแถวนั้นมีร้านอาหารหลายร้าน รวมทั้งต้องจอดรถริมถนน หรือในซอยเท่านั้นเองครับ แต่หากไปถึงแล้ว รับรองว่าจะติดใจกับรสชาติอร่อยๆ ของที่นี่แน่นอนครับ

 

   เส้นใหญ่ราดหน้าหมู

   เส้นใหญ่ผัดซีอิ้วหมู

   ข้าวผัด

คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (5)
  • Environment (2)
  • Service (4)
  • Clean (3)
  • Price (5)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
จิบกาแฟในสวนสวยๆ ที่ "บ้านในสวน"
ยิ้ม 2012-08-09
บ้านในสวน ( หัวหมาก )

ทุกวันนี้คงจะหาร้านกาแฟสวยๆ บรรยากาศดีๆ ได้ไม่อยาก ยิ่งแถวถนนสุขุมวิทด้วยแล้วละก็มีแทบจะทุกซอย แต่หากย่านหัวหมาก ที่ถือว่าอยู่นอกเมืองออกมาหน่อยแล้ว ร้านกาแฟในบรรยากาศดีๆ คงมีไม่มากนัก แต่หากต้องการร้านกาแฟที่มีบรรยากาศร่มรื่นๆ ไม่วุ่นวาย และต้องการมาทานอาหารพร้อมกับจิบกาแฟอย่างชิลๆ แล้วละก็ ขอแนะนำให้ลองขับรถวนไปทางถนนหัวหมาก (รามคำแหง 24) ขับเลย ABAC ไปเล็กน้อยโดยมุ่งหน้าไปยังถนนศรีนครินทร์ ก็จะพบกับร้านกาแฟบรรยากาศดีทางซ้ายมือ ที่ชื่อว่า “บ้านในสวน”

และเพียงจอดรถแล้วเดินไปยังที่ร้านจะพบกับร้านกาแฟ ที่มีบรรยากาศร่มรื่นของสวนต้นไม้ ซึ่งร้านนี้มีที่นั่งให้เลือกดื่มด่ำกับบรรยากาศ 2 โซน คือ โซนโต๊ะไม้ที่แทรกตัวกลางสวนสวยๆ ที่แสนร่มรื่นเต็มไปด้วยสีเขียวของใบไม้ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นเป็นอย่างดี ส่วนอีกโซนคือ โซนห้องแอร์ด้านในร้าน ซึ่งด้านในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุค และเน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้ พร้อมกับเจ้าจักรยานทรงโบราณที่วางตั้งเด่นอยู่ตรงป้ายชื่อร้านตรงประตูเข้าออก และรอบๆ ร้านตกแต่งด้วยกระจกใส เพื่อที่จะได้มองเห็นบรรยากาศสวยๆ ด้านนอก

สำหรับที่นี่ให้บริการตั้งแต่อาหารจานหลักที่ทานแล้วอิ่ม หรือจะเลือกรองท้องเบาๆ ด้วย “ขนมปังกระเทียม (55.-)” ที่ไม่ใช่แค่ขนมปังกระเทียมธรรมดา แต่เป็นขนมปังกระเทียมที่หอมกลิ่นเนยกระเทียม และชีสนุ่มๆ ยืดๆ ที่พอกัดเข้าไปแล้วนุ่มลิ้นและรู้สึกได้กับรสชาติที่แสนอร่อย จากนั้นก็เลือกเพิ่มเติมความหวานด้วย “Waffle Set (105.-)” วาฟเฟิลร้อน หอมนุ่มลิ้น ที่เสิร์ฟพร้อมกับไอศครีมวนิลา และวิปปิ้งครีม โดยสามารถเลือกราดซอสได้ระหว่าง Maple Syrup, Honey หรือว่า Chocolate แล้วแต่จะชอบ สำหรับวาฟเฟิลที่นี่หอมนุ่ม รสชาติหวานกำลังดี

   ขนมปังกระเทียม

   Waffle Set

   Waffle Set

และเลือกเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นอย่าง “Sun Shine Soda (75.-)” น้ำสมุนไพรหอมๆ ที่มาพร้อมกับความซ่าของโซดา ซึ่งจะได้กลิ่นหอมๆ ของตะไคร้สด บวกกับมะนาว ซึ่งให้รสชาติเปรี้ยวบวกความซ่าของโซดา ถือว่าเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี เหมาะกับคนที่ชอบเมนูมะนาวโซดาเป็นอย่างมาก และสำหรับคอกาแฟสามารถเลือกเติมความสดชื่นได้เช่นกัน “Iced Latte (70.-)” กาแฟลาเต้เย็นรสชาติเข้มข้น เพียงเท่านี้ก็ทำให้สามารถอิ่มอร่อยกับเมนูของหวานแบบเบาๆ ไม่หนักท้องจนเกินไป ยิ่งได้ทานพร้อมกับซึมซับบรรยากาศของสวนสวยๆ รอบๆ ร้านแล้วละก็ ทำให้บ่ายวันว่างของผมเป็นวันที่แสนจะสบายและสดชื่นมากๆ ครับ

   Sun Shine Soda

   Iced Latte

คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (4)
  • Environment (5)
  • Service (4)
  • Clean (4)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    1

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
Tohkai Yakiniku ปิ้งๆ ย่างๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ยิ้ม 2012-08-05
โตไก ( อ.บางพลี )

มีโอกาสได้ไปเดินเล่นที่ Mega Bangna กับเค้าซักที ซึ่งที่นี่เป็นศูนย์การค้าแนบราบขนาดใหญ่มีร้านค้าต่างๆ มากมาย รวมทั้งร้านอาหารที่มีมากกว่า 100 ร้านให้เลือกตามใจชอบเลยทีเดียว และก็มีร้านที่เราเล็งกันไว้นานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้แวะไปชิมที่สาขาอื่นซักที ซึ่งร้านนั้นก็คือ “Tohkai Yakiniku”

Tohkai Yakiniku ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นชื่อดัง ที่อยากกินมานาน วันนั้นเลยไม่พลาดที่จะเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล การตกแต่งที่นี่ออกขรึมๆ หน่อย เน้นโทนสีดำเป็นหลัก มีกลิ่นอายร้านอาหารญี่ปุ่นพอสมควร

สำหรับที่นี่ในวันเสาร์-อาทิตย์ ให้บริการอาหารแบบ A-la-cart แต่วันธรรมดา จะมีแบบเป็นเซ็ทด้วยครับ แต่ที่สาขาอื่นมีแบบ Buffet

ด้านอาหารเริ่มแรกสั่ง "ยำแซลมอน (190.-)" คนที่ไปบอกว่าสด น้ำยำอร่อยครับ ส่วนผมขอบายเพราะไม่ชอบปลาดิบ จากนั้นก็สั่งพวกเนื้อหมูมาปิ้งย่างกันเริ่มที่ "หมูบูตะสไลด์บาง (180.-)" ต่อด้วย "หมูคารูบิ (160.-)" หมูสไลด์มาแบบบาง สุกง่าย แล้วก็สดอร่อยดีครับ "สันคอหมู (180.-)" ตามมาด้วย "ทะเลรวมมิตร (330.-)" ขอบอกว่าแซลมอนสด อร่อยมาก

   ยำแซลมอน

   หมูบูตะสไลด์บาง, หมูคารูบิ, สันคอหมู

 ทะเลรวมมิตร

และสั่ง "ผักรวมย่าง (90.-)", "เห็ดออรินจิ+เข็มทอง (120.-)" มาเพิ่มวิตามินให้กับร่างกาย ส่วนจานกลางสั่ง "เห็ดเข็มทองผัดเนย (80.-)" มาทานเล่นกัน จากนั้นก็ปิดท้ายด้วย "ข้าวยำเกาหลี หรือ Bibimbab (180.-)" โดยให้พนักงานเค้ายำมาเลยแล้วตักแบ่งใส่ถ้วยแจกจ่ายกัน 5 ถ้วย เมนูนี้อร่อยถูกปากมากๆ

   ผักรวมย่าง, เห็ดออรินจิ+เข็มทอง

   ห็ดเข็มทองผัดเนย

   ข้าวยำเกาหลี หรือ Bibimbab

จากนั้นก็ปิ้งย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยรวมแล้วถือว่า เนื้อที่ให้มาคุณภาพดี น้ำจิ้มก็กลมกล่อม ถือว่าตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเดินเข้าร้านนี้ครับ
คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (4)
  • Environment (4)
  • Service (3)
  • Clean (4)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
Radi Cafe' ร้านคัพเค้กแสนหวาน
ยิ้ม 2012-08-04
รดีคาเฟ่ ( คลองตันเหนือ )

คัพเค้ก กับ สาวๆ คงจะเป็นของคู่กัน เพราะความน่ารักของคัพเค้กชิ้นเล็กๆ ที่มีการตกแต่งหน้าเค้กได้อย่างน่ารัก โดยเฉพาะคัพเค้กที่ ทำจากฝีมือเชฟสาวสวย ชื่อดังในโลกออนไลน์ ที่ชื่อ “Finny the chef” ที่มีใจรักในการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ และล่าสุดได้มีการเปิดร้านคัพเค้กน่ารักๆ ที่ชื่อว่า “Radi Café” ขึ้นมาในย่านทองหล่อ 11

Radi เป็นร้านคัพเค้กเล็กๆ แต่แฝงไปด้วยความน่ารัก ซึ่งภายในร้านตกแต่งด้วยสีขาวสะอาดตาเป็นหลัก ภายในร้านให้บริการเครื่องดื่มประเภท ชา กาแฟ และเครื่องดื่มอิตาเลี่ยนโซดา โดยเฉพาะกาแฟ เป็นกาแฟพันธุ์อาราบิก้า ซึ่งปลูกในไร่ที่เชียงดาว ซึ่งเป็นไร่ของคุณพ่อ ของคุณฟินนั่นเอง โดยคุณฟินยังให้ชื่อกาแฟชนิดนี้ว่า “รดีบิก้า” ซึ่งเข้ากับร้านได้ดีทีเดียวครับ ดังนั้นจึงขอสั่ง "Hot Latte (65.-)" ถือว่ากาแฟมีกลิ่นหอม และรสชาติเข้มข้นใช้ได้ครับ โดยที่ร้านมีไซรัป น้ำตาลขาว น้ำตาลแดง หลากหลายรูปแบบ แล้วแต่ใครจะเลือกเติมความหวานตามใจชอบ สำหรับกาแฟเย็นอย่าง "Iced Cappuccino (75.-)" ก็ถือว่าช่วยเติมความสดชื่นได้ดีไม่แพ้กันเลยครับ ส่วนใครที่ไม่ชอบดื่มกาแฟก็สามารถสั่ง "Mixed Berry Soda (65.-)" สีสันสดใส รสชาติเปรี้ยว หวาน ซ่า ลงตัวดีเหมือนกัน

   Hot Latte

   Iced Cappuccino

   Mixed Berry Soda

จากนั้นก็มาต่อกันที่ คัพเค้ก ซึ่งถือว่าเป็นพระเอกของร้าน ที่นี่เสิร์ฟคัพเค้กใหม่สดทุกวัน มีให้เลือกหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น “Red Velvet” คัพเค้กสีแดงยอดนิยม หรือ Pink Panther, Snowflake, Kahlua Cream หรือ Chockie Frestie และอีกหลากหลายรส คัพเค้ก ที่นี่เป็นคัพเค้กขนาดเล็ก ซึ่งคุณฟิน บอกว่าที่ไม่ทำขนาดใหญ่เพราะคิดว่า ขนาดนี้กำลังพอเหมาะ และสามารถเลือกทานหลายๆ แบบได้ด้วย เพราะส่วนตัวเป็นคนที่ชอบทานคัพเค้กอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าทำชิ้นใหญ่บางทีแค่ชิ้น สองชิ้น ก็อิ่มแล้ว ดังนั้นทางร้านจึงนำเสนอแบบเล็กๆ น่ารักแบบนี้ครับ หรับคัพเค้กที่นี่ โดยส่วนตัวผมแล้ว ถือว่าอร่อยถูกปากครับ เพราะเนื้อเค้กเป็นเค้กเนื้อนิ่ม ที่ผมชอบมากๆ ส่วนคัพเค้กส่วนใหญ่ที่เจอเนื้อเค้กจะแข็ง ซึ่งผมเป็นคนชอบเค้กเนื้อนิ่มเป็นพิเศษอยู่แล้ว ดังนั้นจึงชอบเนื้อเค้กของที่นี่ไม่ยาก ส่วนด้านในเนื้อเค้ก แต่ละชิ้นเค้ามีใส่ใส้ข้างในด้วย ถือว่าช่วยเพิ่มรสชาติได้เป็นอย่างดี สำหรับเค้กที่นี่ราคาชิ้นละ 48 บาท สามารถซื้อไปเป็นของฝากเพื่อนๆ ได้ด้วยนะครับ

 

 

คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (5)
  • Environment (4)
  • Service (5)
  • Clean (5)
  • Price (4)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    2

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0
ผัดไทท่ายาง ผัดไทเจ้าอร่อย ใน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
ยิ้ม 2012-08-03
ผัดไท ท่ายาง ( อ.ท่ายาง )

หลังจากมีโอกาสได้ไปเที่ยวทะเลที่หัวหิน ขากลับเราวางแผนกันว่าจะแวะไปฝากท้องที่ร้านผัดไทชื่อดังใน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ที่ชื่อ "ผัดไทท่ายาง" กัน

สำหรับร้านนี้ อยู่ใน อ.ท่ายาง สำหรับการเดินทาง ใช้เส้นเพชรเกษม ย้อนกลับไปทางกรุงเทพฯ แล้วให้สังเกตทางไป อ.ท่ายาง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยครับ

แล้วมุ่งหน้าต่อไปยัง ถนนราษฎร์บำรุง พอเจอที่ว่าการอำเภอท่ายาง ก็เลี้ยวขวาอีกครั้ง จะเจอร้านผัดไทท่ายาง ซึ่งอยู่ติดกับศาลเจ้ากวนอูพอดี เราสามารถจอดรถได้ในศาลเจ้าครับ แต่ว่าช่วงวันหยุด คนจะเยอะมากๆ ที่จอดรถก็จะไม่ค่อยพอครับ

ร้านผัดไทท่ายาง เป็นบ้านไม้เก่าแก่ 2 คูหา เปิดให้บริการตั้งแต่ 09.00 - 16.00 น.ครับ ช่วงเที่ยงๆ คนจะเยอะมากๆๆ โชคดีที่ไปถึงแล้วมีโต๊ะว่าง 1 โต๊ะพอดี ครับ และก็เป็นโต๊ะเดียวกับ โต๊ะที่ Room 39 เคยมานั่งทานพอดี

มาถึงเหนื่อยๆ ขอสั่งชาเย็น มาดื่มให้ชื่นใจก่อนครับ รสชาติหอมเข้มข้นในสไตล์โบราณ

   ชาเย็น

จากนั้นไม่นาน "ผัดไทยกุ้งเส้นจันทร์ (40.-)" ก็พร้อมเสิร์ฟ ซึ่งมาแบบโป๊ะหน้าด้วยกะหล่ำปลีซอย แปลกตาดีครับ แต่ว่ารสชาติอร่อยตามคำร่ำลือจริงๆ

   ผัดไทยกุ้งเส้นจันทร์

สั่งแบบ วุ้นเส้น ก็อร่อยไม่แพ้กันครับ บีบมะนาวหน่อย เติมเครื่องปรุงนิด อร่อยลงตัวมากๆ

   ผัดไทวุ้นเส้น

สำหรับผมผัดไทยจานเดียวไม่จุใจ ต้องเบิ้ลด้วย "เส้นใหญ่ผัดซีอิ้ว (40.-)" อิ่มอร่อยสะใจกันไปข้างครับ

   เส้นใหญ่ผัดซีอิ้ว

จากนั้นก็ต่อด้วยของหวาน อร่อยๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายอย่าง น่าทานทุกอย่างเลย

   ของหวานต่างๆ

หลังจากเติมพลังเสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับบ้านกันครับ สำหรับร้านนี้ถือว่ารสชาติดี และราคาถือว่าเป็นกันเองดีมากๆ เมื่อเทียบกับร้านอาหารอื่นๆ ที่เคยแวะทานตอนขากลับหลังจากไปเที่ยวทะเลหัวหินกันครับ
คะแนนสำหรับร้านนี้
  • Taste (5)
  • Environment (3)
  • Service (4)
  • Clean (3)
  • Price (5)
ให้คะแนนรีวิวนี้

  • กด Like!

    0

  • เจ๋งสุด

    0

  • เห็นแล้วหิว

    0

  • ประทับจิต

    0

  • น่ากินโฮก

    0

  • รูปแจ่ม!

    0