Thai | English
eat and travel diary
ฉันชื่อeat and travel diary อาศัยอยู่ในอ.ธัญบุรี. I am a ธุรกิจส่วนตัว, ทำงานอยู่ที่อ.ธัญบุรี. ชอบไปลั้นลาที่ปทุมวัน, บางกะปิ. อาหารใต้, อาหารอีสาน, อาหารฝรั่งเศส are my favorite cuisines. ชอบไปลั้นลาที่ ร้านอาหารฝรั่ง, ร้านกาแฟ / ร้านชา, ร้านเค้กและเบเกอรี่และขนมหวาน ไอศครีม, อาหารทะเล.
สมาชิก 45 รีวิวแรก
รีวิว142 รีวิว
編輯推介數目99 Editor's Choice
Recommended13 แนะนำ
ความนิยม8050 เข้าชม
Replies in Forum0 ความคิดเห็น
อัพโหลดรูปภาพ1308 รูปภาพ
อัพโหลดวิดีโอ0 วิดีโอ
My Recommended Reviews0 รีวิวแนะนำ
My Restaurant22 ร้านโปรด
Follow13 Following
粉絲1175 Follower(s)
eat and travel diary  Pro Gourmet
ติดตาม ติดตาม  ความคิดเห็น: Leave a Message 
เรียงตาม:  วันที่ ยิ้ม ยิ้ม ไม่ปลื้ม ไม่ปลื้ม  Editor's Choice  คะแนนโดยรวม 
 
 
 
 
 
  เวอร์ชั่นเต็ม เวอร์ชั่นเต็ม   |   ดูแผนที่ ดูแผนที่
แสดงรีวิวที่ 1 ถึง 5 จาก 142 รีวิวใน ประเทศไทย
Share on TwitterShare on Facebook
ประเภท : อาหารไทยทั่วไป | ร้านกาแฟ / ร้านชา | ร้านอาหารทั่วไป | ลำลอง | ครอบครัว ลำลอง

 
เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนก็เจอแต่ร้านกาแฟสมัยใหม่ ตกแต่งร้านสวยงามชวนเข้าไปนั่งจิบกาแฟชิลๆ แต่ยังมีร้านกาแฟโบราณที่เปิดมานาน ที่ถือว่ามีเสน่ห์ไม่แพ้ร้านกาแฟชิคๆ ที่เปิดกันเป็นว่าเล่นในตอนนี้ ซึ่งร้านนี้เปิดมานานกว่า 60 ปีแล้ว นั่นก็คือร้าน โกปี้เฮี๊ยะไถ่กี่ นั่นเองครับ

 

 

 

 
โดยเริ่มเปิดสาขาแรกที่แยกวิสุทธิกษัตริย์ และก็ขยายสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่สาขาที่จะพาไปนั่งจิบกาแฟร้อนๆ อยู่ที่สาขาเสาชิงช้า เรียกว่าร้านนี้อยู่คู่ชาวพระนครมายาวนานทีเดียวครับ แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นร้านกาแฟโบราณ แต่ว่าบรรยากาศถือว่าน่านั่งไม่แพ้ร้านกาแฟสมัยใหม่เลยครับ แต่ว่าบรรยากาศโดยรอบยังคงมีกลิ่นอายย้อนยุคหน่อย ด้วยป้ายร้านแบบดั้งเดิม รวมทั้งโต๊ะและเก้าอี้กลมที่เป็นไปตามแบบฉบับร้านกาแฟโบราณเป๊ะ แต่ร้านก็ดูสะอาดสะอ้านน่าถ่ายรูปแชร์ให้เพื่อนๆ เล่นไม่เบาครับ

 

 
แม้ที่นี่จะเป็นร้านกาแฟโบราณ แต่มีอาหารให้บริการหลากหลายเชียวครับ โดยเฉพาะอาหารเช้าที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ แน่นอนว่าเมนูเด่นของที่นี่ก็คือ ไข่กระทะ (85.-) ที่เสิร์ฟพร้อมกับขนมปังสอดไส้ชีสและเบคอน เสิร์ฟร้อน รสชาติอร่อยโดยเฉพาะหมูสับสูตรพิเศษของทางร้าน ที่ช่วยเพิ่มรสชาติได้ดี

 
ส่วนอาหารเช้าอีกเมนูผมเลือกเป็น ข้าวต้มกุ้ง (79.-) ข้าวต้มกุ้งร้อนๆ ที่หอมน้ำซุปสุดๆ รสชาติก็กลมกล่อมโรยพริกไทยเพิ่มเล็กน้อย อร่อยลื่นคอเชียว

 

 
แค่นี้ยังไม่พอครับ ขอเพิ่มความอร่อยด้วย โรตีราดนม โรตีกรอบฟู แต่ด้านในนุ่มนิดๆ ราดด้วยนมข้นหวาน และโรยน้ำตาลทรายอีกนิด รับรองอร่อยฟินสุดๆ ครับ

 
มาร้านกาแฟโบราณทั้งที ต้องสั่งกาแฟร้อนมาถึงจะครบสูตร แต่ขอเป็น ชาเฟร้อน (75.-) กาแฟร้อนที่ผสมกับชาซีลอน เติมความหวานนิดๆ ด้วยนมข้นหวานตามแบบฉบับกาแฟโบราณ จิบคำแรกหอมกลิ่นชาอ่อนๆ แต่ก็ได้ความเข้มข้นของกาแฟเช่นกัน ถือว่าลงตัวทั้งชา และกาแฟครับ

 
ปิดท้ายด้วย ชานมเย็น หอมๆ เย็นๆ ชื่นใจไม่แพ้กันครับ

 
สำหรับที่นี่ทุกอย่างบริการตัวเองนะครับ เพราะสั่งอาหารแล้วต้องมารับที่หน้าเคาเตอร์ที่เราสั่งตอนแรก และน้ำชา ช้อนส้อม ก็หยิบจับเอาเองนะครับ โดยบรรยากาศที่นี่ถือว่าชิลๆ ไม่แพ้ร้านกาแฟสวยๆ ในเมือง รสชาติอาหารก็ถือว่าโอเค แม้ราคาจะแอบสูงไปนิดก็ตาม เอาเป็นว่าใครอยากลองแวะไปนั่งจิบกาแฟโบราณก็ลองแวะมาได้ที่ โกปี้เฮี๊ยะไถ่กี่ นะครับ ซึ่งสาขาเสาชิงช้า ก็ตามชื่อเลยอยู่ติดกับเสาชิงช้า หรือติดกับศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเลยครับ

 
เมนูแนะนำ:  ไข่กะทะ,โรตีราดนม,ชาเฟร้อน
 
Table Wait Time: 0 minute(s)


Spending per head: โดยประมาณTHB150

Other Ratings:
Taste
 4  |  
Environment
 4  |  
Service
 3  |  
Clean
 4  |  
Price
 4

  • Keep it up!

  • Looking Forward

  • Interesting

  • Touched

  • Envy

  • Cool Photo
      View Results
Recommend
0

Share on TwitterShare on Facebook
ประเภท : อาหารไทยทั่วไป | ครอบครัว ลำลอง | จัดเลี้ยงเป็นกลุ่ม

 
ร้าน EAT Rice & Noodles หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อร้านเท่าไร แต่หากบอกว่าเป็นร้านอาหารในเครือห้องอาหารทานข้าวสุพรรณิการ์ แล้วละก็รับรองได้เลยว่าจะต้องคุ้นหูคุ้นตากันแน่นอนครับ โดยเฉพาะเรื่องรสชาติอาหารไทยที่รับรองได้เลยว่าอร่อยถูกปากคนไทยแน่นอน

 

 

 
ร้านอาหารนี้ตั้งอยู่ชั้น B โซนฟู้ดคอร์ท บรรยากาศร้านตกแต่งโดยใช้คอนเซ็ปร้านอาหารตามสั่งเรียบง่าย ที่มาพร้อมครัวแบบเปิด ทำให้ร้านดูคึกคักมากขึ้น โดยการตกแต่งจะใช้ไม้สีอ่อนทั้งร้าน ทั้งโต๊ะเก้าอี้ และส่วนครัว ทำให้ร้านดูโล่ง โปร่ง สะอาดตาและน่านั่ง

 
ก่อนที่จะไปทานอาหารกันขอความสดชื่นด้วย โคล่าบ๊วยปั่น (100.-) ที่ได้ความซ่าบวกกับรสเปรี้ยวเค็มของบ๊วย ช่วยเพิ่มความสดชื่นซาบซ่าได้ดีทีเดียวครับ

 
นอกจากนี้ยังมี น้ำมะม่วงมหาชนกปั่น (140.-) รสชาติหอมหวานช่วยให้ร่างกายสดชื่นก่อนมื้ออาหารหลักครับ

 
สำหรับอาหารนั้นร้าน EAT Rice & Noodles ให้บริการอาหารไทยจานด่วน แต่เน้นคุณภาพของวัตถุดิบ และรสชาติที่รับรองว่าถูกปากคนไทยอย่างแน่นอน ที่สำคัญหน้าตาแต่ละเมนูก็น่าทานซะด้วยสิครับ ก่อนอื่นของเริ่มที่เมนูรองท้องกันก่อนกับ ปอเปี๊ยะสดเนื้อปูสูตรปีนัง (120.-) สูตรเด็ดประจำร้านซึ่งจะออกรสเผ็ดของพริกและกระเทียมตำที่ทาไว้ในแผ่นปอเปี๊ยะ ทำให้เมนูมีรสชาติอร่อยมากขึ้น

 

 

 
มาถึงจานหลักกันบ้างดีกว่ากับเมนู เกลือหิมาลายันเนื้อปูก้อนผัดข้าว (345.-) ข้าวผัดปูที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการที่ร้านใช้เกลือหิมาลายันสีชมพูซึ่งมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูงมาใช้ในการปรุงรส และทางร้านผัดข้าวได้ร่วม แถมได้กลิ่นหอมที่มาจากการผัดจากกระทะเหล็ก และที่เด่นคือ เนื้อปูก้อนขนาดใหญ่เต็มปากเต็มคำที่ไม่ใช่แค่เศษเนื้อปูตามร้านทั่วไป

 
กินข้าวแล้ว ก็มาต่อที่เมนูเส้นกับ สุกี้แห้งสูตรโบราณ เส้นแก้วสาหร่ายทะเลสกัด (215.-) สุกี้แห้งรสจัดจ้านที่เราสามารถเลือกเส้นได้ตามใจชอบ อย่างเช่นเส้นแก้วสาหร่ายทะเลสกัด ที่นุ่ม กรุบๆ นิดๆ และสามารถเลือกได้ว่าจะเสิร์ฟด้วยเนื้อวัว หรือเนื้อหมู สำหรับรสชาติถือว่าจัดจ้านอยู่แล้ว แต่ถ้าใครชอบรสจัดจ้านมากกว่านี้ก็สามารถเพิ่มเติมด้วยน้ำจิ้มสุกี้รสเด็ดได้ตามใจชอบเลยครับ
เพิ่มไข่ดาวอีก 15.-)

เพิ่มไข่ดาวอีก 15.-)

 
จากนั้นก็ปิดท้ายของคาวด้วย กระเพราแดงผัดพริกแห้งหมูสับเส้นใหญ่กรอบ (115.- เพิ่มไข่ดาวอีก 15.-) กระเพราหมูสับรสจัดจ้านแบบไทยๆ ที่เพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยเส้นใหญ่ที่ทอดได้กรุบกรอบตัดความเผ็ดร้อนได้ดี นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมความเป็นกระเพราหมูสับด้วยไข่ดาวร้อนๆ ซักฟองครับ และนอกจากนี้ทุกเมนูที่เป็นของคาวจะเสิร์ฟน้ำซุปถ้วยเล็กๆ ที่มาพร้อมกับไข่ดาวรูปดอกไม้และดอกขจร ดูน่ารัก มากๆ เลยครับ

 
มาถึงของหวานกันบ้างดีกว่าครับ ของหวานที่ร้านนี้เป็นของหวานแบบไทยๆ แต่เพิ่มรสชาติด้วยไอศครีมทำให้อร่อยหวานเย็นแบบลงตัว ซึ่งเมนูเด่นของร้านจะเป็น ไอศกรีมออร์แกนิคงาดำขนมเปียกปูน (130.-) ขนมเปียกปูนรสชาติแบบไทยๆ ไม่หวานเกินไปมาพร้อมกับไอศครีมงาดำ ที่เข้ามาตัดความหวานของขนมเปียกปูนได้เป็นอย่างดี

 
อีกเมนูที่เด่นไม่แพ้กันก็จะเป็น ไอศครีมออร์แกนิคชาซีลอนเฉาก๊วย (130.-) แค่หน้าตาก็น่าทานแล้วครับ
 
 
เมนูแนะนำ:  เกลือหิมาลายันเนื้อปูก้อนผัดข้าว,สุกี้แห้งสูตรโบราณ เส้นแก้วสาหร่ายทะเลสกัด,กระเพราแดงผัดพริกแห้งหมูสับเส้นใหญ่กรอบ
 
Table Wait Time: 0 minute(s)


Spending per head: โดยประมาณTHB300

Other Ratings:
Taste
 4  |  
Environment
 3  |  
Service
 4  |  
Clean
 4  |  
Price
 4

  • Keep it up!

  • Looking Forward

  • Interesting

  • Touched

  • Envy

  • Cool Photo
      View Results
Recommend

Share on TwitterShare on Facebook
ประเภท : ร้านเค้กและเบเกอรี่ | ร้านกาแฟ / ร้านชา | คาเฟ่ | ลำลอง

 
Creadz Café คาเฟ่เล็กๆ แต่น่ารัก ที่สำคัญร้านนี้เป็นร้านที่วัยรุ่นนิยมแวะไปนั่งจิบกาแฟ และเค้ก เพราะว่าร้านนี้เป็นร้านที่น้องริท เดอะ สตาร์ เป็นหุ้นส่วนในฐานะเจ้าของร้านอยู่ด้วยนั่นเองครับ รู้อย่างนี้แล้วตามไปดูด้านในร้านกันดีกว่าว่าจะน่ารักขนาดไหนครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
บรรยากาศด้านนอกเป็นตึกสีดำ ตั้งเด่นอยู่ริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ (ใกล้กับตึกอิตัลไทย) ด้านข้างจะตกแต่งด้วยกระจก คล้าย Glasshouse ทำให้ด้านในดูโล่งโปร่ง สบายๆ แถมภายในก็ตกแต่งไว้อย่างสดชื่นด้วยพรรณไม้ต่างๆ ที่ประดับอยู่ด้านใน เหมือนเป็นสวนเล็กๆ ที่แทรกตัวอยู่ใจกลางเมือง แถมด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่ช่วยให้ดูอบอุ่น สามารถนั่งชิลๆ ได้สบายๆ

 
เพลินกับบรรยากาศที่ดูแล้วสบายตา ก็มาจิบกาแฟให้ชื่นใจกันดีกว่าครับ กับ ลาเต้เย็น ที่ถือว่ารสชาติเข้มข้น สดชื่นดีครับ

 

 
ยิ่งมาพร้อมกับ Strawberry shortcake ที่เนื้อเค้กนุ่ม หวานกำลังดี ตัดกับรสขมของกาแฟได้ลงตัวเลยครับ

 
แค่ได้นั่งชิลๆ ในบรรยากาศน่ารักพร้อมกับเครื่องดื่มและขนมอร่อยๆ แค่นี้ก็เติมความสดชื่นให้ร่างกายได้ดีทีเดียวครับ
 
Table Wait Time: 0 minute(s)


Spending per head: โดยประมาณTHB150

Other Ratings:
Taste
 4  |  
Environment
 5  |  
Service
 4  |  
Clean
 4  |  
Price
 4

  • Keep it up!

  • Looking Forward

  • Interesting

  • Touched

  • Envy

  • Cool Photo
      View Results
Recommend
0

Share on TwitterShare on Facebook
ประเภท : อาหารฟิวชั่น | ร้านกาแฟ / ร้านชา | คาเฟ่

 
The Mew Khao Yai ชื่อนี้อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไรนัก แต่ถ้าได้แวะไปซักนิดจะสามารถสัมผัสได้ถึงความน่ารัก และความสุขได้เหมือนกับเราสองคน

 

 
สำหรับที่ The Mew นั้นบอกเล่าความน่ารักผ่านตัวการ์ตูนที่มีชื่อว่า Mrs. & Mr. Mew ที่โผล่มาต้อนรับพวกเราตั้งแต่หน้าร้าน ไปจนถึงข้างในร้านเลยครับ บรรยากาศที่นี่นั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น ร่มรื่น ด้วยตัวร้าน The Mew เองนั้น คล้ายกับ Barn House หรือบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่เป็นเหมือนกับโกดังหรือยุ้งฉางสำหรับเก็บเมล็ดพันธุ์พืช ดูเก๋ไก๋สไตล์คันทรี่ และอบอุ่นดี ที่สำคัญบรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยสวนสวยๆ ที่มีต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายอยู่รอบๆ เติมความสดชื่นด้วยลำธารเล็กๆ ที่ตัดผ่านหน้าร้าน ชวนให้นึกถึงธรรมชาติที่ดูร่มรื่น น่านั่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจสุดๆ ซึ่งแค่บรรยากาศก็ทำให้รู้สึกสดชื่น และเพลิดเพลินได้ดีทีเดียวครับ โดยสวนสวยๆ นี้ในช่วงเทศกาลต่างๆ ทางร้านก็จะมีการจัดกิจกรรมสนุกๆ หมุนเวียนกันไป ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัด Farmer Market ที่รวมเหล่าบรรดาร้านค้าสุด Hip มารวมกันเฉพาะกิจ หรือการทำ Workshop กลางสวน ให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาได้มาเปลี่ยนบรรยากาศสบายๆ กลางสวนสวยๆ แห่งนี้

 

 

 

 

 

 

 

 
มัวแต่พาไปดูบรรยากาศด้านนอกซะเพลิน ขอพาเข้าไปด้านในร้านกันบ้างนะครับ แม้ที่นี่จะเพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน แต่วันที่เราไปถึงก็พบว่ามีลูกค้านั่งกันอยู่เต็มร้านแล้วครับ ดังนั้นจึงยังพอมีเวลาเดินเล่นดูความน่ารักของร้านได้สบายๆ โดยภายในร้านนั้นตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทน โดยใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนเป็นหลัก ชวนให้นึกถึงคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่ดูน่ารักน่าอบอุ่นได้เช่นกัน ที่สำคัญภายในร้านยังมีของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่น่ารักๆ วางประดับอยู่ทั่วร้าน แต่ไม่ดูเกะกะตาจนเกินไป นอกจากนี้ด้านนอกของร้านยังมีมุมสวยให้ถ่ายรูป เซลฟี่กันได้ไม่เบื่อ ไม่ว่าจะเป็นชิงช้าตัวใหญ่ที่อยู่หน้าร้าน ที่สังเกตได้ว่าลูกค้าที่ทานเสร็จแล้วก็จะแวะมาแชะรูปกันทั้งนั้น รวมทั้งเราสองคนด้วย อิอิ

 

 

 

 

 
หลังจากเดินเล่นอยู่ไม่นาน ก็มีโต๊ะว่างพอดีครับ คราวนี้เลยต้องขอเปลี่ยนฟิลมาที่อาหารกันบ้างดีกว่านะครับ แม้ภายนอกจะดูเหมือนที่นี่เป็นคาเฟ่อย่าเพิ่งว่าจะมีแต่เบเกอรี่ และเครื่องดื่มเท่านั้นนะครับ ที่นี่มีของอาหารคาวให้จัดเต็มความอร่อยได้เช่นกันอย่างที่เห็นว่าที่นี่นั้นตกแต่งโดยเน้นเรื่องธรรมชาติเป็นหลักซึ่งเป็น lifestyle ที่ดูชิล รีแลกซ์ ดังนั้นอาหารของที่นี่จึงผสมผสานเรื่องสุขภาพเข้ามาเช่นกัน โดยจะนำเอาสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์มากมายมาผสมผสานอาหารที่หน้าตาดูทันสมัย ซึ่งเรียกการผสมผสานแบบนี้ได้ง่ายๆ ว่า “Hipๆ Herbๆ” หรือดูดี แต่มีคุณประโยชน์นะครับ

 
ก่อนอื่นมาเริ่มที่เมนูเบาๆ กันก่อนกับ Mew Curry Puff (90.-) กะหรี่ปั๊บที่ดูแปลกตา เพราะเป็นสไตล์ของทางร้านที่ทำให้คนทานสามารถเลือกได้ว่าชอบไส้น้อยหรือมาก ตามใจชอบเลยครับ แต่ก็ยังมีรสชาติความเป็นกะหรี่ปั๊บ เมนูขึ้นชื่อของปากช่องเป็นอย่างดีครับ

 
ตามมาด้วย Mrs .Mew's Garden (260.-) สลัดสำหรับคนรักสุขภาพ ผักสด สีสันสดใส คลุกเคล้าน้ำสลัดจากทับทิมคั้นสด ได้รสชาติหวานอมเปรี้ยว ดีต่อสุขภาพเชียวครับ

 
ต่อด้วย Homemade Herbal Fettucini White Sauce with Black Truffles (260.-) เฟตตูชินี่สมุนไพรไวท์ซอส สูตรของ The Mew ผัดเคล้ากับเห็ดทรัฟเฟิล หอมอร่อย ที่สำคัญไม่เลี่ยนด้วยครับ

 

 
มาถึงของหวานกันบ้างดีกว่าครับ ขอเริ่มที่เมนูเด่นประจำร้านนั่นก็คือ Homemade Scone with Three Sauces (160.-) สโคนสูตรโฮมเมด อร่อยคู่กับซอส 3 ชนิด Clotted Cream, Passion Fruit Jam และ Mixed Berry Jam ที่ชอบสุดก็เป็นซอสเสาวรสนี่แหละครับ รสเปรี้ยวนิดๆ ตัดกับตัวสโคนที่หอมนุ่มได้อร่อยลงตัวเชียวครับ

 
เมื่อได้สโคนหอมๆ อร่อยๆ ก็ต้องทานคู่กับน้ำชาดีๆ ซึ่งที่นี่ก็มีให้เลือกหลายกลิ่นหลายรสเช่น Earl Grey Tea (180.-) ชาเอิร์ลเกรย์ ที่ทางร้านคัดสรรใบชา มาจากแหล่งชาที่มีชื่อเสียงจากหลายๆ ประเทศ ผ่านกรรมวิธีในการชงชาที่ควบคุมทั้งอุณหภูมิ ระยะเวลา ปริมาณใบชา ทำให้ดึงรสชาติและกลิ่นหอมๆ ของใบชาออกมาได้ดีทีเดียว ยิ่งได้ทานคู่กับขนมอร่อยๆ ยิ่งเพิ่มอรรถรสในการดื่มชาได้มากทีเดียวครับ

 
หรือจะเลือกจัดเต็มเมนูของหวานกับ Mr. and Mrs. Mew Tea Set (580.-) เซ็ตน้ำชาหอมๆ ที่มาพร้อมกับขนมและของว่างน่ารักๆ มีให้เลือกหลากหลาย เสิร์ฟขนาดพอดีคำ ที่ชอบสุดเห็นจะเป็นทาร์ตมะม่วงครับ หอมหวาน อร่อยมากๆ สำหรับเซ็ตนี้เสิร์ฟพร้อมน้ำชา 2 กา ครับ

 
มาถึงเมนูเครื่องดื่มกันบ้างดีกว่า ที่ The Mew แห่งนี้มีเครื่องดื่มให้เลือกเติมความสดชื่นหลายแบบ หลายสไตล์ ถ้าชอบเครื่องดื่มร้อนก็แนะนำ Hot Cappuccino (85.-) คาปูชิโน่ร้อน ที่มาพร้อมกับลวดลายน่ารักของ Mrs. Mew ซึ่งกาแฟของที่นี่บาริสต้านั่นเบลนด์เมล็ดกาแฟเอง ทำให้ได้กาแฟที่หอม และรสชาติกลมกล่อม เพิ่มความสดชื่นได้ดีทีเดียว

 
ส่วนใครที่ชอบชาเขียวก็มี Iced Matcha Latte (115.-) มัชชะลาเต้เย็น ที่ได้รสชาติความหอมแต่ไม่หวานจนเกินไปตามแบบฉบับชาเขียวญี่ปุ่นแบบเต็มๆ ครับ

 
แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบชา กาแฟ ก็เลือกเป็น Passion Fizz (95.-) น้ำเสาวรสโซดา รสชาติหวานนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ นอกจากจะทำให้ชื่นใจแล้ว ยังเพิ่มวิตามินซีให้ร่างกายได้ดีด้วยนะครับ

 
สำหรับอาหารและของหวานของที่นี่บอกเลยว่ารสชาติถูกปาก บวกกับบรรยากาศและการบริการที่น่ารักของร้าน ช่วยเพิ่มเติมความสดชื่นและความสุขให้กับผู้ที่มาเยือนได้ไม่ยากเลยครับ ที่สำคัญใครที่ชื่นชอบความน่ารักของ Mrs. & Mr. Mew ก็สามารถเลือกซื้อของฝาก ของชำร่วยเล็กๆ น้อยๆ ได้นะครับ เพราะที่นี่ยังมีอีกส่วนที่เป็นเหมือนร้านค้าเล็กๆ ขายพวกสมุนไพร เครื่องดื่ม ของใช้ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ไว้ไปเป็นของฝากหรือใช้เองก็ได้นะครับ

 
เอาเป็นว่ามื้อนี้ได้รับความสุข ความน่ารักกันไปแบบเต็มๆ เพื่อนๆ คนไหนที่คิดว่าอยากไปสูตรอากาศบริสุทธิ์ที่เขาใหญ่ก็ลองแวะมาเช็คอินชิลๆ ที่ The Mew ได้นะครับ สำหรับที่นี่สะดวกสบายทั้งที่จอดรถและห้องน้ำด้วยนะครับ

 
เมนูแนะนำ:  Mr. and Mrs. Mew Tea Set,Homemade Scone with Three Sauces
 
Table Wait Time: 20 minute(s)


Spending per head: โดยประมาณTHB300

Other Ratings:
Taste
 4  |  
Environment
 5  |  
Service
 5  |  
Clean
 4  |  
Price
 4

  • Keep it up!

  • Looking Forward

  • Interesting

  • Touched

  • Envy

  • Cool Photo
      View Results
Recommend
0

Share on TwitterShare on Facebook
ประเภท : อาหารจีน | ร้านในโรงแรม รีสอร์ต | ติ่มซำ ขนมจีบ ซาลาเปา | โต๊ะจีน | ลำลอง | ครอบครัว ลำลอง

 
ได้ยินชื่อเสียงของร้านอาหาร Ah Yat Abalone มานาน แต่ไม่เคยมีเวลาว่างไปทานซักที แต่พอมีโอกาสในวันพิเศษกับครอบครัวก็เลยนึกถึงร้านนี้ขึ้นมาทันที เลยขอแวะไปชิมอาหารสไตล์ฮ่องกง ของที่ร้านนี้ดูซักครั้ง ร้านนี้อยู่ที่โรงแรม Ramada Plaza Menam Riverside ซึ่งอยู่ริมถนนเจริญกรุง หากมุ่งหน้าไปพระราม 3 ก็จะอยู่ขวามือก่อนถึง Asiatique ไม่ไกลครับ

 

 

 

 
สำหรับบรรยากาศของห้องอาหาร แค่เข้ามาในห้องอาหารก็ชวนให้นึกถึงร้านอาหารที่อยู่ในฮ่องกงจริงๆ เพราะด้วยบรรยากาศที่ดูคึกคัก โต๊ะอาหารก็เป็นทรงกลมทั้งหมด แถมพนักงานก็คอยให้บริการเต็มห้องอาหาร เราไปถึงที่ร้านตอน 11 โมงซึ่งเป็นเวลาเปิดร้านพอดี เห็นโต๊ะว่างหลายโต๊ะเลยคิดว่าคนไม่เยอะเท่าไร เพราะเป็นมื้อกลางวันในวันธรรมดาแล้วด้วย แต่นั่งไปซักพักลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามาเต็มร้าน เลยคิดว่าโชคดีที่โทรมาจองโต๊ะล่วงหน้าก่อน

 

 
สำหรับอาหารที่นี่เป็นอาหารสไตล์ฮ่องกง ซึ่งจะมีทั้งเมนูติ่มซำ และเมนูอาหารทั่วไป รวมถึงอาหารทะเลด้วย มาเริ่มที่เมนูติ่มซำกันก่อนครับ ยิ่งเห็นว่าที่ร้านติดป้ายว่าวันธรรมดาเมนูติ่มซำลด 50% ก็เลยต้องรีบสั่งมาลองชิม เริ่มที่ ฮะเก๋า (ราคาปกติ 140++) เนื้อกุ้งด้านในแน่น เด้งดี แถมแป้งก็บางนุ่ม อร่อยใช้ได้เลยครับ เมนูเสิร์ฟปริมาณ 4 ชิ้น (พอดีทานไปแล้วชิ้นนึง อิอิ) ขนาดไม่ใหญ่มากนัก

 
ต่อด้วย ขนมจีบ (140++) สำหรับขนมจีบที่นี่ผมชอบมากครับ เพราะเนื้อกุ้งด้านในขนมจีบเด้ง ฉ่ำลิ้น เนื้อแน่นกรุบๆ อร่อยมากเลยครับ

 

 
มาดูซาลาเปากันบ้างครับ เริ่มที่ ซาลาเปาไส้ครีมใส่ไข่เค็ม (130++) เป็นซาลาเปาไส้ไหลที่รสชาติดี ตัวไส้ครีมไม่หวานเกินไป แป้งก็นุ่มดีด้วย

 
ต่อที่ ซาลาเปาหมูแดง (98++) เมนูนี้ก็ถือว่าโอเคครับ รสชาติได้มาตรฐานติ่มซำฮ่องกงทีเดียว

 
ต่อด้วย เผือกทอด (97++) รูปลักษณ์ภายในน่าทานทีเดียว ส่วนไส้เผือกทอดด้านในเป็นเนื้อเผือกที่ผสมหมูนิดหน่อย เสิร์ฟร้อนๆ ถือว่าเป็นเมนูโปรดของผมเช่นกัน

 
จากนั้นก็ตามมาด้วย ซี่โครงหมูนึ่งซอสXO (98++) เนื้อหมูที่ติดซี่โครงนึ่งได้ที่ เนื้อนุ่ม ทานง่ายไม่ติดกระดูกมากนัก

 
ตามมาติดๆ ด้วย ขนมผักกาดทอด (95++) ตัวเนื้อนุ่ม ไม่เละ ใช้ตะเกียบคีบทานได้สบายๆ ถือว่าผ่านเช่นกัน

 
นอกจากนี้ยังมี กู๋ฉ่ายกุ้งเจี๋ยน (95++)

 
ต่อด้วย ฟองเต้ายัดไส้กุ้งทอด (97++) คุณภาพตามมาตรฐานร้านเลยครับ

 
ตามมาด้วย ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง (180++) แป้งก๋วยเตี๋ยวหลอดนุ่ม ราดด้วยน้ำซอสรสกลมกล่อม แต่จานแรกเสิร์ฟมามีเส้นผมติดมาด้วยหนึ่งเส้น ที่สำคัญทานไปแล้วชิ้นนึง เลยบอกพนักงานเค้า เค้าก็ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่พร้อมทั้งเสิร์ฟให้ใหม่อีกจาน ก็ถือว่าให้อภัยได้ครับ

 
ยังไม่หมดครับ ยังมี ก๋วยเตี๋ยวหลอดห่อปาท่องโก๋ (92++) เห็นว่าชื่อเมนูแปลกดีเลยสั่งมาทาน ปรากฏว่าเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวหลอดห่อปาท่องโก๋ตามชื่อเลย เมนูนี้จืดสนิท ยังคิดอยู่เลยว่าถ้ามีนมข้นหวานคงจะดีไม่น้อย

 
จบจากเมนูติ่มซำ ก็มีเมนู เต้าหู้พริกเกลือ (180++) เมนูนี้บอกเลยว่าชอบมาก เต้าหู้หั่นเป็นสี่เหลี่ยมทรงลูกเต๋า นำไปทอดให้กรอบนอกแต่ด้านในนุ่มลิ้นมากๆ คลุกเคล้าด้วยพริก และต้นหอมซอย โรยเกลือเพื่อเพิ่มรสเค็มนิดๆ อร่อยมากๆ เลยครับ

 
ต่อด้วย ปูนิ่มทอด (250++) ปูนิ่มชุบแป้งทอด ด้านในปูเสิร์ฟมาร้อนๆ มีรสชาติเค็มนิดๆ เพิ่มรสชาติด้วยหมูหยอง ที่โรยอยู่ทั่วจาน เป็นอีกเมนูที่ปลื้มเช่นกัน

 
จากนั้นก็มาถึงเมนูที่มาแล้วต้องสั่งนั่นก็คือ หมูกรอบ (350++) เสิร์ฟมาในปริมาณไม่มากนักเมื่อเทียบกับราคา โดยหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเต๋าพอดีคำ แต่รสชาตินั้นอร่อยมาก หนังหมูทอดได้กรอบ แถมเนื้อหมูนุ่มอร่อย ไม่ค่อยมีมัน อร่อยสมกับราคาจริงๆ

 
มาถึงซุปร้อนๆ กันบ้าง นั่นก็คือ หูฉลามน้ำแดง (600++) มีให้เลือกหลายขนาด แต่ขอเลือกขนาดสำหรับ 1 ที่ มา 3 ถ้วย รสชาติน้ำซุปกลมกล่อม เนื้อหูฉลามก็ให้มาในปริมาณไม่น้อยเกินไปนัก แต่รสชาติยังไม่สุดๆ เท่าที่เคยทานมาครับ

 
จากนั้นก็ปิดท้ายด้วย เส้นใหญ่ราดหน้าหมู (200++) ปริมาณสำหรับ 1 ที่ ซึ่งถือว่าให้มาเยอะพอควร ตัวเส้นเหนียวนุ่ม อร่อย แถมหมูก็นุ่มลิ้น รสชาติดีทีเดียวครับ ปิดท้ายมื้อได้แบบอิ่มเต็มที่จริงๆ

 
สำหรับรสชาติอาหารที่นี่ก็อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ แต่ราคาก็แรงใช้ได้ ใครที่ชอบติ่มซำแนะนำเลยครับ ยิ่งมาวันธรรมดายิ่งดี เพราะลดราคา 50% ถือว่าคุ้มค่าครับ สำหรับบรรยากาศถือว่าเหมือนกับร้านที่ฮ่องกง ไม่ผิดเพี้ยน และยังมีมุมให้อมยิ้มได้ไม่น้อย เพราะมุมที่โชว์หูฉลามนั้นแอบไปเห็นป้ายประกาศเกียรติคุณของสถาบันต่างๆ ที่มอบให้ร้าน เป็นร้านอื่นตั้งโชว์ให้เห็นเป็นสง่า แต่ที่นี่เอาไปในในตูรวมๆ กันถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็นจริงๆ ครับ ถือว่าของเค้าดี ไม่ต้องโม้มากนักก็มีลูกค้าแน่นร้านแล้ว 555

 
เมนูแนะนำ:  ติ่มซำ,หมูกรอบ,เต้าหู้พริกเกลือ
 
Table Wait Time: 0 minute(s)


Spending per head: โดยประมาณTHB500

Other Ratings:
Taste
 5  |  
Environment
 3  |  
Service
 4  |  
Clean
 4  |  
Price
 5

  • Keep it up!

  • Looking Forward

  • Interesting

  • Touched

  • Envy

  • Cool Photo
      View Results
Recommend
0