3
1
0
Telephone
02-290-0125 (7105)
Good For
Group Dining
Special Occasion Dining / Party
Opening Hours
Today
11:30 - 14:30
18:00 - 22:30
Mon - Sun
11:30 - 14:30
18:00 - 22:30
Payment Methods
Visa Master Cash
Number of Seats
100
Other Info
Parking
Service Charge
Corkage Fee
Tax Invoice
Air-conditioned
Halal Food
Restaurant Website
http://www.chaophyapark.com
Signature Dishes
ข้าวผัดอินโดนีเซีย ผัดไทกุ้งสด สเต็กเนื้อ ส้มตำไทยกุ้งนาง สะเต๊ะไก่ หมี่กรอบชาววัง
Review (5)
Level4 2016-02-02
301 views
รีวิวนี้ จะพาไปเปิดประสบการณ์กับอาหารอาเซี่ยน ต้อนรับ AECรวมอาหาร 10 ประเทศในกลุ่ม AEC กันครับอาหารมากันแบบครบครันทั้ง 10 ประเทศในที่เดียวกันหาไม่ได้ง่าย ๆ เลยครับ แต่หาได้ที่นี่เลย ณ ห้องอาหาร Al Tara โรงแรมเจ้าพระยาคปาร์ค รัชดาห้องอาหาร อัล ธารา Al Tara เป็นห้องอาหารไทยสไตล์ฮาลาลแท้ ๆคือวัตถุดิบที่ได้มาต้องมาอย่างถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามตั้งแต่ต้นจนถึงขั้นตอนปรุงเสร็จมาเสิร์ฟเลยครับเรามาดูบรรยากาศกันเล็กน้อยก่อนจะพาไปเข้าสู่เมนูอาหาร AEC แสนอร่อยกันการันตีความอร่อยจากรางวัลหลายสถาบันเลยภายในตกแต่งหรูหรา เพราะต้องต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอยู่บ่อย ๆด้วยศิลปะแนวอาหรับ พร้อมกับกลิ่นเครื่องเทศที่หอมอบอวลทำให้ชวนนั่งกินอาหารอย่างเอร็ออร่อยมากยิ่งขึ้นภายในห้องอาหารสามารถรองรับลูกค้าได้ 40 ท่านและยังมีห้องทำพิธีละมาดเป็ดสัดส่วนให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการได้อย่างสะดวกอีกด้วยอาหาร AEC ในวันนี้นั้น ได้เชฟฝีมือดี ฝีมือตำหรับชาววังอย่าง เชฟบัว-ปัทมา โชคลาภผล เชฟใหญ่ของห้องอาหารที่มีประสบการณ์ด้านอาหารไทยมายาวนานกว่า 20 ปีเป็นเครื่องการันตีความอร่อยในอาหารไทยตำหรับชาววังส่วนในอาหารประเทศเพื่อนบ้านนั้น เชฟได้ศึกษาถึงแก่นของอาหารในแต่ละประเทศ แล้วนำแก่นนั้นมาประยุกต์รสชาติให้มีเค้ารากของพื้นฐานอาหาร แต่ปรับรสชาติให้เข้ากับปากคนไทยและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้นบางอย่างดูว่ากินยาก แต่พอกินแล้วกลับได้รสชาติที่อร่อยและกลมกล่อมโดยยังคงความเป็นประเทศนั้น ๆ อยู่อีกด้วยครับ1.อาหารไทยผัดไทยทะเลกุ้งแม่น้ำ 280 บาท netผัดไทยทะเลรสชาติดีงามมาก มากับกุ้งแม่น้ำทอดน้ำมันเบากินแล้วเข้ากัน กับผักต่าง ๆ บีบมะนาวลงไปนิด สะกิดรสให้ระเบิดออกมาอร่อย ๆ มาก ๆ สมแล้วที่เชฟบัว คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารไทยมายาวนาน2.อาหารเวียดนามเปาะเปี๊ยะสดเวียดนาม 150 บาท netแผ่นแป้งบาง ๆ ห่อด้วยผักนานาชนิดและกุ้งสดกินกับน้ำจิ้มในผอบและผักกาดหอม อร่อยเข้ากันได้ดี3.อาหารลาวแกงหน่อไม้ 150 บาท netรสชาติแซ่บ นัว หอมปลาร้าและเครื่องเคราต่าง ๆผักก็จัดมาเต็ม กินแล้วสุขภาพดีแน่นอนครับ 4.อาหารกัมพูชายำเขมร 150 บาท netผักหลาย ๆ ชนิดมาพร้อมกับกุ้งสด และน้ำยำที่แยกมาเป็นส่วนประกอบที่ต้องผสมให้ลงตัวพอดี ๆ มีรสชาติที่เปรี้ยวซ่า ๆชวนให้กินแล้วหยุดไม่ได้ครับ5.อาหารเมียนมาร์ฮังแลมาล์ล 300 บาท netรสชาติคล้ายแกงฮังเลทางภาคเหนือของไทยเราแต่โดดเด่นด้วยกระเทียมดองที่หวานหอมส่วนเนื้อวัวส่วนสันนอกก็เปื่อยยุ่ยกำลังดี กินกับข้าวอร่อยมาก6.อาหารอินโดนีเซียข้าวผัดอินโดนีเซีย 250 บาท netข้าวผัดปรุงรสสไตล์อินโดนีเซีย มาพร้อมกุ้งทอด ไก่ทอดสะเต๊ะไก่ ไข่ดาว ข้าวเกรียบและน้ำพริกเผา เป็นคู่แข่งข้าวผัดอเมริกันที่น่ากลัวเลยทีเดียวครับ เพราะว่ารสชาติจัดจ้านกว่าคนไทยน่าจะชอบและกินอร่อยกว่าด้วยซ้ำครับ7.อาหารบรูไนซุปหางวัว 250 บาท netเมนูนี้ สุดยอดความอร่อย เพราะหางวัวนุ่มละลายในปากด้วยการตุ๋นกับเครื่องเทศนาน 24 ชั่วโมงถึง 3 น้ำน้ำซุปกลมกล่อมครบรสชาติ ซดได้ไม่หยุดเลยครับ อร่อยมาก 8.อาหารฟิลิปปินส์อโดโบ้ซี่โครงแกะ 280 บาท netซี่โครงแกะหมักเครื่องเทศย่างด้วยกระทะแบนกลิ่นสาปแทบไม่มี เพราะได้เครื่องเทศชั้นดีเข้ามากลบเนื้อแกะนุ่มดี แถมราคาไม่แรงด้วยครับ ออเดอร์นี้ต้องรีบสั่งเพราะวัตถุดิบหมดไว ขายดีมากอีก 1 เมนู9.อาหารมาเลเซียมัสมั่นแพะ 250 บาท netเนื้อแพะนุ่ม ๆ ในแกงแดง รสชาตินุ่มนวลไม่รุนแรงอย่างสีที่เห็นกินแกล้มกับครัวซองต์หอม ๆ มัน ๆ อร่อย หรือกินกับข้าวร้อน ๆ ก็เข้ากันดี10.อาหารสิงคโปร์ก๋วยเตี๋ยวลักซา 350 บาท netก๋วยเตี๋ยวประจำชาติสิงคโปร์ แต่เชฟบัวจัดเต็มกับเครื่องที่ใส่ลงไปไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ตัวใหญ่ กุ้งแม่น้ำตัวโต หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ไซซ์บิ๊กปลาหมึก เต้าหู้และไข่ต้ม ครบเครื่องจริง ๆ เส้นบะหมี่ละม้ายคล้ายเส้นบะหมี่กรอบราดด้วยน้ำแกงรสชาติเข้มข้น เป็นอีกเมนูที่โดดเด่นมากครับนอกเหนือจากอาหาร AEC ก็ยังได้ลอง โรตีแกงเนื้อ พริกขี้หนูกลิ่นเครื่องแกงหอมและร้อนแรง เนื้อที่ได้ลองกระด้างไปนิดแต่ได้รสแกงและโรตีที่อร่อยเข้ากันมาช่วยได้ความอร่อยกลับคืนมาสุดท้ายกับต้มยำกุ้งแม่น้ำน้ำข้น อาหารประจำชาติไทยอีกเมนูที่เชฟทำออกมาได้อย่างถึงรส สุดฤทธิ์สุดเดช กุ้งแม่น้ำก็ตัวใหญ่เนื้อแน่น มันเต็มหัวกุ้งกันเลยสำหรับใครที่มองหาอยากลองอาหารเพื่อนบ้านรสชาติอร่อย ๆถูกปากคนไทย รสชาติตำหรับ ชาววังจากเชฟอาหารไทยประสบการณ์สูงกว่า 20 ปี กับห้องอาหาร Al Taraโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค รัชดา ได้ลิ้มลองอาหารเพื่อนบ้านรสชาติต้นตำหรับแต่ปรับให้ถูกปาก คนไทยและต่างชาติ รวมถึงเพื่อนบ้านเจ้าของอาหาร ได้อย่างไม่อายเลยล่ะครับห้องอาหาร Al Tara เปิดให้บริการทุกวันมื้อกลางวัน เวลา 11:30-14:30 น.มื้อค่ำ เวลา 18:00-22:30 น.สนใจสำรองที่นั่ง ติดตามข่าวสาร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2290-0125, 080-159-7537www.chaophyapark.come-mail : pr@chaophyapark.com ขอให้ดื่มด่ำความอร่อยอาหารไทยและเพื่อนบ้านชาว AEC กันนะครับ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
สำหรับวันนี้ก็จะพาไปกินอาหารอาเซียนกันที่รร.เจ้าพระยาปาร์ค รัชดาภิเษกกันบ้างนะคะ โดยการไปครั้งนี้ก็เป็นการชวนจากคุณอ้นเจ้าเดิมเช่นเคยค่ะ (งานชุกจริงๆ พ่อคุณ) สำหรับการไปวันนั้นเราเอารถส่วนตัวไปค่ะ รถติดมากถึงมากที่สุด กว่าจะไปถึงก็หกโมงครึ่ง (ตามนัดคือหกโมง) ค่ะ พิกัดก็ถ้ามาจากทางพระรามเก้า ก็เลยแยกห้วยขวางไปอีกนะคะ จะอยู่ทางซ้ายมือค่ะ (ใช้กูเกิ้ลแมพนำทางเช่นเคยฮ่ะอิชั้น)ที่จอดรถจะมีทั้งลานจอดที่อยู่ระหว่างตัวตึกโรงแรมกับตัวอาคารธาราเทพ ที่อยู่ตรงกันข้ามกับตัวตึกห้องพักเลยค่ะ จะเป็นตัวตึกที่มีห้องจัดเลี้ยงและห้องอาหารต่างๆ ด้วยน่ะนะคะหันหลังให้ตึกรร. หันหน้าเข้าอาคารธาราเทพ ห้องอัลธาราอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนห้องอาหารธารทิพย์สำหรับบุฟเฟท์ข้าวต้ม จะอยู่ทางขวามือค่ะ (เราเคยกินเมื่อก่อนหน้านี้น้านนานมาแล้ว น่าจะสิบกว่าปีเกือบยี่สิบปีได้ เหมือนไม่ใช่ตรงนี้นะคะ)ลักษณะของห้องอาหารจะเป็นกระจกล้อมทางด้านหน้าตามภาพนะคะ ทำให้แม้จำนวนโต๊ะไม่เยอะ พื้นที่ไม่มาก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใดฮับ และจะเห็นสัญลักษณ์ฮาลาล ซึ่งแสดงว่าห้องอาหารนี้เป็นห้องอาหารฮาลาลสำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามนะคะเข้าไปปุ๊บ ทางขวามือจะมีรางวัลและโล่ต่างๆ ที่ห้องอาหารนี้เคยได้รับค่ะ จะอยู่ข้างๆ เคาน์เตอร์ของห้องอาหารนี้เลยนะคะบรรยากาศภายในห้องอาหารค่ะ ค่อนข้างออกแนวอาหรับๆ หน่อยเนาะ แล้วก็มีห้องละหมาดด้วยนะคะ พนักงานท่านหนึ่ง (ไม่ได้ขอถ่ายรูปมาค่ะ ขออภัย) ก็เป็นชาวมุสลิมด้วยค่ะซึ่งอย่างที่ได้บอกว่า ห้องอาหารนี้ได้รับตราสัญลักษณ์ฮาลาลเป็นการรับรองว่า ชาวมุสลิมสามารถรับประทานอาหารได้อย่างสบายใจนะคะ ซึ่งจากการพูดคุยกับเชฟ คือ เชฟบัว - ปัทมา โชคลาภผล ซึ่งเป็นเชฟใหญ่ของห้องอาหารแห่งนี้ ก็บอกว่ารับประกันได้ว่าอาหารที่นี่ทำอย่างถูกต้องตามหลักของศาสนาอิสลามแน่นอนค่ะซึ่งเท่าที่เชฟเล่าก็ไม่ว่าจะเป็นวิธีการล้างผัก วัตถุดิบที่เป็นเนื้อสัตว์อย่างไก่หรืออื่นๆ ก็ได้รับการเชือดที่ถูกวิธี เนื้อสัตว์ต้องไม่มีเลือก มีวิธีที่ทำให้เลือดตก ฯลฯ ค่ะ เราก็เลยไปค้นหาข้อมูลอาหารฮาลาลมา และได้มาจากเว็บวิกิฯ ดังนี้นะคะอาหารฮาลาล คือ อาหารที่ไม่มีสิ่งต้องห้ามเจือปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อสัตว์นั้นจะต้องเป็นเนื้อฮาลาล และไม่เจือปนสิ่งฮะรอม (Haram) หรือสิ่งต้องห้ามบริโภค เช่น เหล้า หรือไขมันหมู เป็นต้น เนื้อสัตว์ หรือ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ฮาลาล จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสัตว์นั้นผ่านการเชือดที่ถูกต้องตามแนวทางอิสลามดังต่อไปนี้1. ผู้เชือดเป็นมุสลิมที่เข้าใจ และรู้วิธีการเชือดแบบอิสลามอย่างแท้จริง2. สัตว์ที่จะนำมาเชือดจะต้องไม่เป็นสัตว์ต้องห้าม เช่น สุกร สัตว์ที่ล่าหรือบริโภคสัตว์อื่นเป็นอาหาร เช่น เสือ สุนัข สัตว์ปีกที่ล่าหรือบริโภคสัตว์อื่นเป็นอาหาร เช่น เหยี่ยว นกอินทรี สัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู3. สัตว์ยังมีชีวิตขณะทำการเชือด4. การเชือดต้องเริ่มต้น ด้วยการเปล่งคำว่า "บิสมิลลาฮฺ" อันมีความหมายว่า ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ5. การเชือดโดยใช้มีดคมตัดเส้นเลือดใหญ่ หลอดลม หลอดอาหาร ที่ลำคอให้ขาดจากกัน เพื่อให้สัตว์ตายโดยไม่ทรมาน6. สัตว์ต้องตายสนิทก่อนที่จะแล่เนื้อ หรือดำเนินการใด ๆ ต่อไปชนิดของสัตว์ที่มุสลิมนำมาบริโภคได้ ได้แก่ สัตว์บก เช่น แพะ แกะ โค กระบือ กวาง ฯลฯ และสัตว์น้ำจำพวกปลา ปู กุ้ง หอย และสัตว์ทะเลทั้งหมด ส่วนสัตว์ที่ไม่สามารถบริโภค ได้แก่ สุกร สุนัข แลน หมูป่า งู ลิง สัตว์มีกรงเล็บ สัตว์มีพิษหรือสัตว์นำโรค สัตว์ที่ไม่อนุญาตฆ่าตามหลักศาสนาเช่น มด ผึ้ง และนกหัวขวาน สัตว์น่ารังเกียจ สัตว์ที่ไม่เชือดตามหลักศาสนา เลือด รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ และสัตว์ลักษณะเดียวกับลาพืชและเครื่องดื่มทุกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์สามารถบริโภคได้เช่นกัน แต่ถ้าสิ่งดังกล่าวปนเปื้อนด้วยสิ่งสกปรก (นะญิส) ซึ่งหมายถึง สิ่งสกปรกตามหลักศาสนาอิสลาม คือสุนัข สุกร สุรา ซากสัตว์ (สัตว์ไม่ได้เชือดตามหลักการอิสลามยกเว้นปลาและตั๊กแตน) เลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง สิ่งขับถ่าย นมลา นมแมว นมสุกรจะกลายเป็นอาหารต้องห้ามทันทีสำหรับวันนี้เราก็จะได้มาชิมอาหารอาเซียนกันนะคะ โดยวันนี้จะมีทั้งหมด 10 จานจาก 10 ชาติด้วยกันค่ะ ซึ่งก็ได้แก่ผัดไทยทะเลกุ้งแม่น้ำ (ไทย) / ปอเปี๊ยะสด (เวียดนาม) / แกงหน่อไม้ (ลาว) / ยำเขมร (กัมพูชา) / มัสมั่นแพะ (มาเลเซีย) / ข้าวผัด (อินโดนีเซีย) / ซุปหางวัว (บรูไน) / อโดโบ้ซี่โครงแกะ (ฟิลิปปินส์) / ฮังแลมาล์ล (พม่า) / หลักซา (สิงคโปร์)โดยสิบเมนูที่ว่านี้เป็นเมนูที่ทำเพิ่มเติมมาจากเมนูหลักๆ ที่มีอยู่แล้วของห้องอาหารนี้นะคะ ราคาก็ตามภาพเลยค่ะเอาหละค่ะมาไล่กันทีละเมนูเลยแล้วกันเนาะ กับเมนูแรกค่ะ แกงหน่อไม้ (ลาว) 150 บาทขอบอกว่ามันแซ่บนัวมากค่ะ ตอนแรกนึกว่าแกงเลียง (เห็นผักเยอะ แหะๆ) ปลาร้าที่ใส่มาก็หอมดีนะคะ ไม่เหม็น (ปกติเราไม่กินปลาร้าค่ะ อย่างส้มตำก็ไม่ปลาร้า ยกเว้นถ้าไม่เหม็น หรือไม่ก็พวกปลาร้าสับ แจ่วบองอะไรแบบนี้น่ะค่ะ) รสชาติอร่อยแบบพอดิบพอดีมากๆ ค่ะ เราชอบแหละ อร่อยๆและขอเอาความรู้เกี่ยวกับอาหารลาว โดยนำมาจากวิกิฯ เช่นเคย มาแปะให้อ่านเป็นความรู้รอบตัวเพิ่มเติมกันนะฮับอาหารลาวมีความแตกต่างจากภูมิภาคอื่นๆ ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้อาหารลาวให้อิทธิพลแก่อาหารในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเป็นอย่างมาก และอิทธิพลของอาหารลาวก็แผ่ไปถึงประเทศกัมพูชา และภาคเหนือของไทย ( ล้านนา ) อาหารหลักของลาวได้แก่ข้าวเหนียว ซึ่งจะรับประทานด้วยมือในความเป็นจริงชาวลาวจะรับประทานข้าวเหนียวมากกว่ากลุ่มใด ๆ ในโลก ข้าวเหนียวถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่หมายถึงการเป็น ชาวลาว ชาวลาวหลายคนมักเรียกตนเองว่าลูกข้าวเหนียว ซึงแปลว่า เด็ก หรือ ลูกหลานของข้าวเหนียวข่า,ตะไคร้ และ ปลาแดก(ปลาร้าในชื่อไทย) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในอาหารลาว อาหารลาวที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ลาบ ( ลาว : ລາບ ; อังกฤษ : laap ) โดยนำเนื้อสัตว์ที่ยังดิบผสมคลุกเข้ากับเครื่องเทศ และอาหารหลักของลาวอีกอย่างคือ ตำหมากหุ่ง ( ลาว : ຕໍາໝາກຫຸ່ງ ;อังกฤษ :Tam mak Hoong ) โดยนำมะละกอ ( ลาว: ໝາກຫຸ່ງ ;หมากหุ่ง ) มาตำลงพร้อมพริก กระเทียม มะเขือเทศ มะนาว และอื่น ๆ ตำหมากหุ่ง หรือชื่อเรียกที่เป็นที่รู้จักกันมากคือ ส้มตำอาหารลาวจะมีความแตกต่างกันไปตามภูมิภาคต่าง ๆ และยังคงมีอิทธิพลของอาหารฝรั่งเศสซึ่งเคยเป็นเจ้าอาณานิคมหลงเหลืออยู่และยังเป็นที่นิยมในลาว โดยเฉพาะข้าวจี่ปาเต้ หรือข้าวจี่ลาวที่นำขนมปังฝรั่งเศสมายัดไส้ต่างๆ เช่น หมูยอ หมูหยอง แจ่วบอง ผักสด ซึ่งก็แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ข้าวจี่ปาเต้นี้ยังเป็นที่นิยมในประเทศแถบอินโดจีนอย่างเวียดนามและกัมพูชาอีกด้วยเมนูต่อไปค่ะกับข้าวผัดอินโดนีเซีย (Classic Nasi Gorang) 250 บาทค่ะสำหรับตัวนี้นะคะ ผัดมาได้หอมเครื่องเทศดีค่ะ ผัดมาได้ค่อนข้างร่วนดีตามสไตล์ที่ข้าวผัดควรเป็น และมีรสชาติที่สม่ำเสมอนะคะ โอเคค่ะ (เราว่าเชฟปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทยด้วยค่ะ เพราะเคยกินแบบออริจินัลที่บาหลีมาแล้วนี่..กินไม่ได้รสชาติแบบนี้หรอกค่ะ เพราะฉะนั้นไว้ใจได้ค่ะ ทุกเมนูเท่าที่ชิมมีการปรับให้รสชาติถูกปากคนไทย แต่ยังได้อารมณ์ของการกินอาหารชาติอื่นๆ อยู่ค่ะ)และนำข้อมูลมาจากวิกิฯ ในส่วนของอาหารอินโดนีเซียมาฝากกันเพิ่มค่ะ ต้นฉบับยาวกว่านี้ ถ้าต้องการอ่านแบบเต็มๆ ก็คลิกที่ลิงก์นี้เลยนะคะอาหารอินโดนีเซีย (อินโดนีเซีย: Masakan Indonesia) เป็นอาหารทีมีความหลากหลายทางด้านรูปลักษณ์และสีสันเพราะประกอบด้วยประชากรจากเกาะต่าง ๆ ที่มีคนอยู่อาศัยประมาณ 6,000 เกาะจากทั้งหมด 18,000 เกาะ มีอาหารเฉพาะถิ่นจำนวนมาก และได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ ทำให้อาหารอินโดนีเซียมีความหลากหลายตามพื้นที่และมีอิทธิพลจากต่างชาติที่หลากหลาย อินโดนีเซียมีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการค้ามาแต่อดีต มีเทคนิคและส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์ และได้รับอิทธิพลจากอินเดีย ตะวันออกกลาง จีน และท้ายที่สุดคือยุโรป พ่อค้าชาวสเปนและโปรตุเกสได้นำผลิตภัณฑ์จากโลกใหม่เข้ามาก่อนที่ชาวดัตช์จะเข้ามายึดครองหมู่เกาะเกือบทั้งหมดเป็นอาณานิคม หมู่เกาะโมลุกกะหรือมาลูกูของอินโดนีเซียได้รับสมญาว่าหมู่เกาะเครื่องเทศ ซึ่งเป็นแหล่งของเครื่องเทศ เช่น กานพลู จันทน์เทศ วิธีการปรุงอาหารหลัก ๆ ของอินโดนีเซียได้แก่ ผัด ย่าง ทอด ต้ม และนึ่ง อาหารอินโดนีเซียที่เป็นที่นิยมได้แก่ นาซีโกเร็งหรือข้าวผัด กาโดกาโด สะเต๊ะและโซโต ซึ่งเป็นอาหารที่มีลักษณะเฉพาะและถือเป็นอาหารประจำชาติอาหารสุมาตราได้รับอิทธิพลจากอาหารตะวันออกกลางและอาหารอินเดีย โดยเฉพาะแกงเนื้อและผักเช่นกูไลและการี ในขณะที่อาหารชวามีลักษณะเป็นท้องถิ่นมากกว่า อาหารของอินโดนีเซียตะวันออกคล้ายกับอาหารพอลินีเซียและเมลานีเซีย มีบางส่วนที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน เช่น บักหมี่หรือเส้นหมี่ บะก์โซ (ลูกชิ้นปลาหรือเนื้อ) และลุมเปียหรือเปาะเปี๊ยะอาหารหลายชนิดที่มีจุดกำเนิดในอินโดนีเซียได้กลายเป็นอาหารที่แพร่หลายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาหารอินโดนีเซีย เช่น สะเต๊ะ เรินดังเนื้อ ซัมบัล เป็นที่นิยมในมาเลเซียและสิงคโปร์ อาหารที่ทำจากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ เต็มเป ก็เป็นที่นิยมด้วย เต็มเปนั้นถือว่ามีจุดกำเนิดในชวา อาหารหมักดองอีกชนิดหนึ่งคืออนจมซึ่งคล้ายเต็มเปแต่ใช้ส่วนผสมอื่นที่ไม่ใช่ถั่วเหลือง และหมักด้วยราที่ต่างออกไป และเป็นที่นิยมในชวาตะวันตกเมนูต่อไปกันเลยนะคะกับ ปอเปี๊ยะสด (เวียดนาม) 150 บาทค่ะสำหรับเมนูนี้นะคะ ทำมาได้ดีอีกแล้วค่ะ น้ำจิ้มรสชาติจัดจ้านกว่าต้นฉบับ (เยอะ) ค่ะ ทำให้รสชาติออกมาถูกปากค่ะนอกจากนั้นตัวเครื่องข้างในที่ห่อก็ทำมาได้สมดุลดีนะคะ ไม่มีรสชาติของวัตถุดิบอันไหนที่โดดออกมาค่ะ ใส่วัตถุดิบแต่ละอย่างออกมาได้พอดี ทำให้ค่อนข้างอร่อยถูกปากเลยค่ะข้อมูลอาหารเวียดนามจากวิกิฯ เช่นเดิมค่ะอาหารเวียดนามเป็นอาหารประจำชาติของชาวเวียดนาม ซึ่งเป็นอาหารที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นของตัวเอง ชาวเวียดนามกินข้าวเป็นอาหารหลักเช่นเดียวกับชาติอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และใช้เครื่องปรุงรสที่เป็นของหมักดองเช่นเดียวกัน เนื่องจากปูมหลังทางประวัติศาสตร์ที่เคยถูกจีนและฝรั่งเศสปกครอง จึงมีอิทธิพลของทั้งสองชาติปรากฏอยู่บ้าง นอกจากนั้นเนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่ทอดยาวตามแนวชายฝั่ง ทำให้อาหารเวียดนามแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกัน อาหารเวียดนามที่คนไทยรู้จักดีและเป็นเอกลักษณ์คือแหนมเนืองและขนมเบื้องญวนอาหารเวียดนามเป็นอาหารที่กินผักสดหลากหลายชนิดในแทบทุกเมนู และมีน้ำจิ้มที่หลากหลาย เครื่องปรุงรสส่วนใหญ่เป็นแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าจีน เช่น เครื่องปรุงรสเปรี้ยวใช้มะขาม มะนาว ไม่นิยมน้ำส้มสายชู เครื่องปรุงรสเค็ม ส่วนใหญ่เป็น น้ำปลา น้ำกะปิ รองลงไปเป็นกะปิ ปลาร้า กุ้งจ่อม ใช้ซีอิ๊วแบบจีนน้อยมากอาหารเวียดนามภาคเหนือ มีอิทธิพลของอาหารจีนปรากฏชัดกว่าภูมิภาคอื่น มีแกงจืดแบบจีน และการผัดแบบจีนแพร่หลายมากกว่าภาคอื่นๆอาหารเวียดนามภาคกลาง ศูนย์กลางอยู่ที่เว้ มีอิทธิพลของอาหารในวังปรากฏชัดเจนมาก และมีรสเผ็ดมากกว่าอาหารภาคอื่นอาหารเวียดนามภาคใต้ มีอิทธิพลของอาหารอินเดียและอาหารกัมพูชาปรากฏมากกว่า ใช้ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่หลากหลายกว่าต่อไปเป็นเมนูก๋วยเตี๋ยวลักซา (สิงคโปร์) 350 บาทค่ะสำหรับเมนูนี้นะคะ เครื่องทะเลมาเยอะจัดเต็มมาก รสชาติเข้มข้นยิ่งกว่าต้นฉบับอีกค่ะ ใครที่อยากกินก๋วยเตี๋ยวแนวแกงๆ หน่อย คล้ายๆ ข้าวซอย แต่คนละแบบ ลองสั่งเมนูนี้มาหม่ำได้เลยนะคะข้อมูลอาหารสิงคโปร์จากวิกิพีเดียมีดังนี้นะฮับอาหารสิงคโปร์ เป็นตัวบ่งชี้ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในสิงคโปร์ ซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซีย และได้มีปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมมานานนับศตวรรษ อาหารได้รับอิทธิพลจากชาวพื้นเมืองมลายู ชาวจีน อินโดนีเซีย เปอรานากัน วัฒนธรรมตะวันตกซึ่งมาจากอังกฤษ และกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลโปรตุเกสซึ่งเรียกชาวคริสตัง อิทธิพลจากพื้นที่อื่นๆ เช่น ศรีลังกา ไทย ฟิลิปปินส์ และตะวันออกกลาง พบในอาหารพื้นเมืองเช่นกันในสิงคโปร์ อาหารถือเป็นสิ่งสำคัญ ในการกำหนดเอกลักษณ์ของชาติและความเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งในสิงคโปร์ การพบปะและรับประทานอาหารระหว่างวัฒนธรรมเป็นเรื่องปกติ อาหารสิงคโปร์ถูกส่งเสริมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดเทศกาลอาหารสิงคโปร์ในเดือนกรกฎาคมเพื่อส่งเสริมอาหารสิงคโปร์สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กที่มีประชากรหนาแน่นมาก ที่ดินเป็นทรัพยากรสำคัญที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย ผลิตภัณฑ์และเครื่องปรุงส่วนใหญ่นำเข้ามา แม้ว่าจะมีกลุ่มเกษตรกรขนาดเล็กที่ปลูกผัก ผลไม้ หรือสัตว์ปีกและปลา เนื่องจากสิงคโปร์ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าที่สำคัญ จึงสามารถพบผลิตภัณฑ์และเครื่องปรุงทั่วโลกได้ที่นี่ต่อไปขอคั่นด้วยอาหารไทยกันบ้างค่ะ กับเมนูที่ดังไปทั่วโลกอย่างผัดไทยทะเลกุ้งแม่น้ำนะคะ ราคา 280 บาทค่ะผัดไทยผัดมาได้รสชาติสม่ำเสมอทุกเส้น และมีกลิ่นหอมค่ะ รสชาติดีนะคะ ถ้าใครไม่กินรสจัดมาก เราว่าไม่ต้องเติมก็ได้ค่ะแต่เนื่องด้วยข้าพเจ้ากินรสจัด ก็เลยเติมพริกกับน้ำตาลอีกนิด อร่อยมากๆ ค่ะเมนูต่อไปค่ะกับฮังแลมาล์ล (เมียนมาร์) ราคา 300 บาทค่ะสำหรับเมนูนี้นะคะ จะคล้ายๆ แกงฮังเลของภาคเหนือเราแหละค่ะ (เราน่าจะได้รับอิทธิพลจากเค้าแหละนะฮับ)เมนูนี้เป็นเนื้อวัวนะคะ เนื้อหนึบแน่นมาก หอมเครื่องแกงและเข้าเนื้อดีมากค่ะ ตัวเม็ดๆ หัวๆ นั่นคือ กระเทียมโทนดองน้ำผึ้งนะคะ แปลกดีค่ะ ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่แน่ใจว่าต้นฉบับมีหรือเป็นการประยุกต์ของเชฟนะคะ แต่เข้ากันอยู่ค่ะ ส่งรสกันดีค่ะลักษณะของอาหารเมียนมาร์นะคะ แหล่งเดิมค่ะอาหารพม่า (พม่า: မြန်မာ့ အစားအစာ) เป็นอาหารของทั้งชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า มีส่วนประกอบเป็นปลาหลายชนิด เช่น น้ำปลาและงะปิหรือกะปิ อาหารพม่าได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน อาหารอินเดียและอาหารไทย โมนฮีนกาเป็นอาหารประจำชาติของพม่า อาหารทะเลเป็นที่นิยมตามแนวชายฝั่งเช่น ซิตตเว เจาะพยู่ เมาะลำเลิง มะริด และทวาย ส่วนเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกเป็นอาหารสำคัญทางตอนบนของประเทศ เช่น มัณฑะเลย์ ปลาและกุ้งน้ำจืดเป็นที่นิยมทั้งในรูปรับประทานสดหรือทำเค็ม ตากแห้ง หมักให้เปรี้ยว หรือบดเป็นกะปิอาหารพม่ามีหลายรูปแบบเช่น ยำหรือสลัด อาหารจำพวกแป้งเป็นข้าว และเส้นหมี่จากข้าว ขนมจีน เครื่องปรุงนอกจากนั้นมีมันฝรั่ง ขิง มะเขือเทศ ใบมะกรูด ถั่วฝักยาว ใบเมี่ยงหรือละแพะ และงะปิ ยำมักรับประทานเป็นอาหารจานด่วนในพม่าในตำรายาแบบดั้งเดิมของพม่า แบ่งอาหารออกเป็น 2 แบบคือแบบร้อนและแบบเย็น คล้ายกับการจัดจำแนกอาหารแบบจีน ตัวอย่างอาหารร้อนเช่น ไก่ มะระ ทุเรียน มะม่วง ช็อกโกแลต ไอศกรีม ตัวอย่างอาหารเย็น เช่น หมู มะเขือ นม แตงกวา ผักกาดหัวต่อไปกับเมนู มัสมั่นแพะ (มาเลเซีย) ค่ะ ราคา 250 บาทค่ะสำหรับเมนูนี้นะคะรสชาติจะออกหวานหน่อยค่ะ กลิ่นเครื่องเทศ มีทั้งแบบปล่อยฮุคมาเลยตั้งแต่ตักเข้าปาก กับแบบที่ค่อยๆ มาเป็นกลิ่นแฝงค่ะ ส่วนกลิ่นแพะก็มีอยู่นะคะ แต่ไม่แรงมากค่ะ แต่ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นแพะอาจจะต้องเลี่ยงเมนูนี้นะฮับ แต่เราชอบก็เลยหม่ำได้ค่ะเมนูนี้เค้าให้ครัวซองมาด้วยนะคะ ซึ่งจะกินคู่กัน หรือจะเปลี่ยนไปกินกับข้าวก็โอเคค่ะ อร่อยคนละแบบนะคะลักษณะของอาหารมาเลเซีย จากวิกิฯ นะคะ (ถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มอ่านจากวิกิฯ นะคะ)อาหารมาเลเซีย เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก อิทธิพลหลักมาจากชาวมาเลย์ ชาวจีน และชาวอินเดีย นอกจากนั้นยังได้รับอิทธิพลจากชาวเปอรานากันและยูเรเซีย ชาวโอรังอัสลี และชนเผ่าต่างๆในซาราวักและซาบาห์ อาหารมาเลเซียจึงมีความหลากหลายมากโดยรวมทั้งการปรุงอาหารของมาเลย์ จีน อินเดีย อินโดนีเซียโดยเฉพาะในเกาะบอร์เนียว และได้รับอิทธิพลในส่วนน้อยมาจากไทย โปรตุเกส อังกฤษ อาหรับ ทำให้อาหารมาเลเซียมีความหลากหลายทั้งรสชาติ วิธีการ และมีความซับซ้อนมากข้าวเป็นอาหารหลักที่สำคัญในมาเลเซีย อาหารจากข้าวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือ นาซิเลอมัก ซึ่งเป็นข้าวที่หุงด้วยกะทิ กินกับปลา ถั่วลิสง แตงกวาหั่น ไข่ต้มและซัมบัล นาซิ เลอมักรับประทานกับอาหารได้หลายชนิดรวมทั้งเรินดัง นาซิ เลอมักถือเป็นอาหารประจำชาติของมาเลเซีย อาหารมาเลเซียที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารอินเดียจะใช้ซัมบัลที่มีรสค่อนข้างเผ็ด ส่วนซัมบัลที่ใส่ในนาซิ เลอมักจะมีรสหวานเล็กน้อย นาซิ เลอมักนั้นมักจะสับสนกับนาซิดาแฆที่เป็นที่นิยมทางชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซียในบริเวณกลันตันและตรังกานูอาหารมาเลเซียมีความคล้ายคลึงกับอาหารอินโดนีเซียโดยเฉพาะในบริเวณเกาะสุมาตรา อาหารมาเลเซียได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน อาหารอินเดีย อาหารไทย และประเทศอื่นๆ อาหารมาเลเซียหลายชนิดใส่เริมปะห์ ที่เป็นส่วนผสมของเครื่องเทศคล้ายกับผงมะสะหล่าของอินเดียต่อไปกับเมนูอโดโบ้ซี่โครงแกะ (ฟิลิปปินส์) ราคา 280 บาทค่ะสำหรับเมนูนี้นะคะ แม้ว่าจะกินตอนที่เย็นแล้ว แต่เนื้อแกะยังนุ่มอยู่เลยค่ะ และยังมีกลิ่นแกะที่ไม่ได้สาบมากเกินไปนะคะ (แต่ถ้าคนไม่ชอบก็น่าจะกินไม่ได้หละ) ทำแกะมาได้ค่อนข้างดีค่ะ เป็นอีกเมนูที่ใครหลายคนในวันนั้นชอบนะฮับจะเห็นว่าแกะทำมาได้ค่อนข้างพอดีนะคะ ไม่สุกมากเกินไปค่ะ แต่กลับไม่เป็นลักษณะเลือดโชกนะคะ โอค่ะอาหารฟิลิปปินส์จากวิกิฯ นะคะอาหารฟิลิปปินส์ ประกอบด้วยอาหาร วิธีการเตรียมและประเพณีการรับประทานอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศฟิลิปปินส์ รูปแบบของการทำอาหารและอาหารที่เกี่ยวข้องมีการพัฒนาตลอดระยะหลายศตวรรษจากวัฒนธรรมดั้งเดิมของกลุ่มชนที่พูดภาษาในตระกูลออสโตรนีเซียนผสมกับอาหารสเปนและโปรตุเกส จีน อเมริกัน และอาหารอื่น ๆ ในเอเชียที่ปรับให้เข้ากับส่วนผสมพื้นเมืองและความนิยมในท้องถิ่นอาหารมีตั้งแต่ง่ายมากเช่นปลาทอดเค็มและข้าวและอาหารที่มีความประณีต อาหารยอดนิยมฟิลิปปินส์ยอดนิยมได้แก่ เลชอน (lechón หมูย่างทั้งตัว), ลองกานิซา (longganisa ไส้กรอกฟิลิปปินส์), ตาปา (tapa ทำจากเนื้อวัว), ตอร์ตา (torta ไข่เจียว), อาโดโบ (adobo ไก่และ/หรือหมูต้มในกระเทียม น้ำส้มสายชู น้ำมัน และซอสถั่วเหลืองเคี่ยวจนแห้ง), กัลเดเรตา (kaldereta สตูเนื้อในซอสมะเขือเทศ), เมชาโด (mechado เนื้อปรุงกับถั่วเหลืองและซอสมะเขือเทศ), โปเชโร (pochero กล้วยและเนื้อในซอสมะเขือเทศ), อาฟริตาดา (afritada ไก่หรือหมูในซอสมะเขือเทศกับผัก), การี-กาเร (kari-kare หางวัว และผักสุกในซอสถั่วลิสง), ปาตากรอบ (ขาหมูทอด), ฮาโมนาโด (hamonado หมูหวานในซอสสับปะรด), อาหารทะเลในน้ำซุปรสเปรี้ยว, ปันสิต (pancit ก๋วยเตี๋ยว) และลุมเปีย (lumpia ปอเปี๊ยะสดหรือทอด)อาหารฟิลิปปินส์มีเอกลักษณ์เนื่องจากมีการผสมผสานของอาหารที่มีรสเปรี้ยว รสหวาน รสเค็ม โดยการจับคู่อาหารที่มีรสต่างกันมารับประทานพร้อมกัน เช่น จานหนึ่งรสหวาน อีกจานหนึ่งรสเค็ม ตัวอย่างเช่น ชัมโปราโด (โจ๊กรสหวาน) คู่กับตูโย (ปลาเค็มตากแห้ง) ดีนูกูอัน (สตูว์เลือดหมูรสเปรี้ยว) กินกับปูโต (ขนมทำจากข้าวนึ่ง รสหวาน) ผลไม้ดิบรสเปรี้ยวจิ้มกับเกลือหรือกะปิ เป็นต้น น้ำส้มสายชูเป็นเครื่องปรุงที่พบได้ทั่วไป อะโดโบเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่เป็นทิ่นิยมเพราะเตรียมได้ง่าย และยังเก็บไว้ได้นาน ตีนาปาเป็นปลารมควัน ส่วน ตูโย ดาอิง และดางิตเป็นปลาตากแห้งที่เก็บได้นาน ชาวฟิลิปปินส์รับประทานอาหารสามมื้อคือเช้า กลางวัน และเย็น และของว่างในช่วงบ่าย มื้อเช้าและมื้อกลางวันจะเป็นมื้อสำคัญ ใช้ส้อมและมีดในการรับประทานอาหารเพราะได้รับอิทธิพลจากตะวันตก แต่อาหารบางชนิดก็นิยมรับประทานด้วยมือ เช่น อีนีฮอว์หรือปรีโตต่อไปกับอาหารกัมพูชาบ้างนะคะ กับยำเขมร ราคา 150 บาทค่ะเมนูนี้นะคะ น้ำยำมารสชาติจัดจ้านนะคะ (จะเห็นว่าแยกน้ำจิ้มมาต่างหากด้วย)ซึ่งคณะเราเลือกจะราดน้ำยำและคลุกไปเลยค่ะ ซึ่งรสน้ำยำค่อนข้างจัด (และน่าจะจัดกว่าต้นฉบับนะคะ) แต่รสออกเค็มนำนิดหนึ่งนะคะอาหารกัมพูชาจากวิกิฯ นะคะอาหารกัมพูชา หรือ อาหารเขมร เป็นอาหารที่บริโภคกันอย่างแพร่หลายในประเทศอินโดนีเซีย อาหารของกัมพูชามีทั้งผลไม้ ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เครื่องดื่ม ขนมและซุปต่างๆ ที่รับประทานเกือบทุกมื้อ แต่ก๋วยเตี๋ยวยังเป็นที่นิยม กับข้าวมีความหลากหลายทั้งที่เป็นแกง ซุป ทอดและผัด มีพันธุ์ข้าวจำนวนมากในประเทศกัมพูชารวมทั้งข้าวหอมและข้าวเหนียว ข้าวเหนียวนิยมรับประทานเป็นของหวานกับกับผลไม้ เช่น มะม่วงอาหารเขมรมากมีความคล้ายคลึงกับอาหารของเพื่อนบ้านอย่างประเทศไทยแม้ว่าโดยทั่วไปจะไม่เผ็ดเท่า และเวียดนามที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันในการเป็นอาณานิคมฝรั่งเศสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากอาหารจีนและฝรั่งเศสที่เคยมีอิทธิพลต่อกัมพูชาในประวัติศาสตร์ อาหารประเภทแกงหรือที่เรียกว่ากะหรี่ (เขมร: ការី) แสดงร่องรอยของอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอาหารอินเดีย ก๋วยเตี๋ยวเส้นหลายรูปแบบแสดงอิทธิพลของอาหารจีน กะทิเป็นส่วนผสมหลักของแกงกะหรี่เขมรและของหวานขนมปังฝรั่งเศสเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากยุคอาณานิคม ซึ่งชาวกัมพูชามักจะกินกับปลากระป๋องหรือไข่ กาแฟปรุงด้วยนมข้นหวาน เป็นตัวอย่างของอาหารเช้ากัมพูชาในกัมพูชาแบบหนึ่งปิดท้ายด้วยเมนูอีกหนึ่งค่ะกับซุปหางวัว (บรูไน) ราคา 250 บาทค่ะตัวนี้อร่อยสุดเลยค่ะ (แต่ถ่ายรูปมาน้อยสุดซะงั้น) รสชาติน้ำซุปอร่อย รสจัด เผ็ดนิดๆ หางวัวก็ออกมาเปื่อยนิ่ม อร่อยมากค่ะ Smileyซึ่งตัวเมนูนี้ก็เป็นหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของห้องอาหารนี้แต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วน่ะนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าไปก็สั่งได้เลยค่ะ (ถ้ากินเนื้อวัวได้นะคะ)ขอปิดท้ายภาพรวมของอาหารทุกจานอีกที ก่อนจะไปที่เมนูที่สั่งมาเพิ่มเติมเพื่อชิมอีกสองเมนูนะคะจากนั้นเชฟบัวก็ออกมาพูดคุยกับเราค่ะสำหรับเชฟบัว ที่จริงแล้วเชฟถนัดอาหารไทยชาววังนะคะ (แต่ขอบอกว่า..กินแล้วรู้สึกถึงฝีมือการทำอาหารของเชฟค่ะ) ซึ่งก็มีประสบการณ์ในการเป็นเชฟมาเกือบยี่สิบปีแล้วค่ะ ซึ่งเคยอยู่ทั้งโรงแรมห้าดาวที่อื่น และไปยังประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนิวซีแลนด์ สิงคโปร์ จนกระทั่งมาอยู่ที่นี่ค่ะซึ่งเชฟก็บอกเล่าว่า อย่างเครื่องเทศต่างๆ ก็มีนำเข้ามาจากมาเลเซีย อินโดนีเซียค่ะ ส่วนการเลือกอาหารของแต่ละประเทศ ก็พยายามที่จะไม่ให้ชนกันในรูปแบบของอาหารนะคะ อย่างที่จริงลาวมีเมนูสลัดหลวงพระบางซึ่งจะชนกับของกัมพูชาคือยำเขมร ก็จะเลือกเมนูที่รูปแบบของอาหารไม่ซ้ำกันน่ะค่ะแต่ที่นี่เองก่อนจะตั้งคอนเซปต์นี้ อาหารที่ดังๆ ของที่นี่นอกจากการเป็นห้องอาหารฮาลาลแล้ว ก็มีอีกหลายเมนูที่ดังค่ะ อย่างซุปหางวัวที่กินไปก่อนหน้านี้นั่นก็ใช่ ผัดไทยก็เช่นกันค่ะ นอกจากนั้นก็มีแกงเขียวหวานเนื้อกับโรตี และบัวลอยไข่เค็มด้วยค่ะพวกเราก็เลยขอให้เชฟทำมาให้ ก็จะมีอีกสองเมนูมารีวิวนะคะ คือ แกงเขียวหวานเนื้อกับโรตี และต้มยำกุ้งค่ะอีกหนึ่งเมนูดังของที่นี่ค่ะ กับแกงเขียวหวานเนื้อโรตีค่ะสำหรับเมนูนี้นะคะ ตัวน้ำแกงเข้มข้นหอมเครื่องแกงและรสชาติดีมาก หอมแบบไม่ค่อยได้กินแกงเขียวหานกลิ่นและรสชาติแบบนี้มานานมากค่ะ ส่วนตัวเนื้อทางเชฟเลือกมาแบบเนื้อที่ไม่ติดมันเลย (สมัยบ้านเรายังกินเนื้อกันอยู่ (ตอนนี้เรากินเฉพาะเวลามีงานชิมค่ะ ปกติก็ไม่กินเหมือนเดิม แหะๆ) บ้านเราจะใช้เนื้อติดมันนิดๆ ทำค่ะ) ซึ่งทำให้ค่อนข้างเคี้ยวสู้ฟันพอควรเลยค่ะ แต่..ที่เรากินมันมีกลิ่นสาบของเนื้อง่ะค่ะ แต่คนอื่นหลายคนบอกว่าไม่ได้กลิ่นนะคะ อันนี้เลยไม่แน่ใจว่าเป็นชิ้นที่เรากินเท่านั้นหรือเปล่าน่ออีกหนึ่งเมนูกับต้มยำกุ้งนะคะตัวนี้รสจัดจ้านพอควรค่ะ มีกลิ่นหอมมันกุ้งด้วยนะคะ แต่สำหรับเรายังไม่สุดง่ะ มันเหมือนยังไม่จัดเป๊ะพอดิบพอดีแบบที่เราชอบน่ะค่ะ แต่สำหรับคนที่กินไม่จัดมากนักน่าจะชอบกันหละค่ะ เพราะคนอื่นๆ ที่กินไม่จัดเห็นชมกันนะคะ แหะๆส่วนตัวกุ้งในต้มยำเราไม่ได้ชิม เลยไม่แน่ใจว่าสดไม่สดอย่างไรนะฮับนอกจากอาหารทั้งหลายทั้งปวงแล้วนะคะ มีอีกอย่างที่เด่นมากของที่นี่ค่ะนั่นก็คือ ข้าวสวยของที่นี่มีกลิ่นหอมที่เหมือนมีการทำอะไรสักอย่างอย่างโดดเด่นมากๆ เลยหละค่ะ แต่ได้เม้นท์ไปแล้วว่าด้วยกลิ่นที่เด่นมากแบบนี้ มันทำให้เวลากินกับกับข้าวอย่างอื่นแล้วมันมีผลต่อรสชาติและกลิ่นของอาหารอื่นๆ น่ะค่ะสรุปสำหรับห้องอาหารนี้นะคะเราชอบแทบทุกจานที่ได้ชิมวันนั้นเลยค่ะ เป็นเชฟอีกคนที่ทำอาหารไทยและอาหารชาติอื่นๆ (ที่ได้รับการปรับประยุกต์รสชาติให้ถูกปากคนไทย) ได้ดีเลยนะคะ เราเองยังคิดว่า เดี๋ยวถ้าได้พาแม่ไปกินบุฟเฟท์ข้าวต้ม จะพาแม่ไปกินอาหารอื่นๆ ที่ห้องนี้ (อาจจะลองบัวลอยไข่เค็ม อีกเมนูเด่นของที่นี่หรือเมนูอื่นค่ะ) คิดว่าน่าจะเป็นอีกร้านในกรุงเทพฯ ที่แม่น่าจะถูกปากล่ะค่ะ แหะๆซึ่งถ้าใครที่อยากให้ลูกหลาน (หรือตัวเอง) ได้เรียนรู้วัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้านเพื่อต้อนรับการเปิดอย่างเป็นทางการของประชาคมอาเซียน การพาไปรับประทานอาหารของชาติต่างๆ (ที่ถูกปรับให้ลิ้นคนไทยอร่อยแล้ว) ก็น่าจะเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมที่ดีอย่างหนึ่งนะคะ แถมที่เชฟเลือกมาทำ ก็กินไม่ได้ยากเลยค่ะ มีโอกาสก็ลองไปรับประทานกันดูนะคะ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
อัล ธารา (Al Tara) เป็นห้องอาหารไทยสไตล์ฮาลาล ซึ่งผ่านการรับรองฮาลาลจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ท่านใดที่เป็นมุสลิมสามารถมาทานอาหารที่นี่ได้นะคะ ถูกต้องตามหลักของอาหารฮาลาลทุกอย่าง ส่วนท่านที่ไม่ได้เป็นมุสลิมก็ทานได้ตามปกติค่ะอัล ธารา (Al Tara) เป็นห้องอาหารไทยที่อยู่ในโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ย่านรัชดาภิเษก สำหรับการเดินทางมาโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRTลงสถานีรัชดาภิเษก ใช้ทางออกที่ 1 เดินย้อนกลับขึ้นมาอีกไม่ไกล ข้ามสะพานข้ามคลองอีกนิดก็ถึงโรงแรมแล้วค่ะ โดยห้องอาหาร Al Tara จะตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ของอาคารธาราเทพ (ใกล้ ๆ ลานจอดรถ) เปิดให้บริการทุกวัน โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงมื้อกลางวัน 11.30 – 14.30 น. , มื้อค่ำ 18.00 – 22.30 น. ห้องอาหารนี้จะตกแต่งสไตล์อาหรับ สามารถรองรับลูกค้าได้กว่า 40 ที่นั่ง มีห้องทำพิธีละมาดเป็นสัดส่วนให้ลูกค้าที่มาใช้บริการถึงแม้ว่าห้องอาหารอัล ธาราจะได้ชื่อว่าเป็นห้องอาหารไทย แต่ก็ไม่ได้เสิร์ฟเฉพาะอาหารไทยนะคะ ยังมีอาหารเอเชียทั่วไปไว้ให้บริการด้วย แต่ตอนนี้พิเศษตรงที่ทางห้องอาหารได้จัดทำเมนูอาหารอาเซียน AEC โดยเลือกมาจากจานเด่นของแต่ละประเทศเพิ่มเข้าไปในเมนูหลัก ใครที่อยากลิ้มลองอาหารของเพื่อนบ้านลองแวะมาชิมดูได้ค่ะ มาที่เดียวครบเลยเริ่มจากเมนูแรกอาหารไทย - ผัดไทยทะเลกุ้งแม่น้ำ 280 บ. (Fried noodle with river prawns and bean sprout) ผัดไทยของที่นี่จะปรุงรสมาพอดี แทบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย เสิร์ฟกับกุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ดูน่าทานอาหารเวียดนาม - ปอเปี๊ยะสดเวียดนาม 150 บ. (Vietnamese fresh spring roll) เป็นเมนูที่เราพอจะคุ้นเคยกันอยู่บ้าง เราชอบน้ำจิ้มเค้าค่ะ ทำออกมาอร่อยเลยทีเดียวอาหารสาธารณรัฐประชาชนลาว - แกงหน่อไม้ 150 บ. (Bamboo curry with vegetables)นี่ก็เป็นอีก 1 เมนูที่คุ้นเคย นัวมากค่ะชามนี้ ผักเพียบ ชอบอาหารกัมพูชา - ยำเขมร 150 บ.(Spicy shredded chicken with bean sprout and long bean salad) เป็นยำแบบง่าย ๆ ใส่ถั่วงอก ถั่วฝักยาว ไก่ และกุ้ง เราชอบที่น้ำยำรสจัดจ้านดีอาหารมาเลเชีย - มัสมั่นแพะ 250 บ.(Mutton curry cooked with potatoes seasoned with herbs) เมนูนี้จะเครื่องเทศเยอะหน่อย แต่ก็ไม่ได้ฉุนอะไร ทานคู่กับข้าวสวยหรือครัวซองค์ก็เข้ากันทั้งคู่อาหารอินโดนีเชีย - ข้าวผัดอินโดนีเชีย 250 บ. (Classic NasiGorang) นาซิโกเร็งแปลว่าข้าวผัด หาทานได้ในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย แต่รสชาติของแต่ละท้องถิ่นก็จะแตกต่างกันออกไป ข้าวผัดอินโดนีเชียจานนี้รสจะเผ็ด ๆ เล็กน้อย คล้าย ๆ ข้าวผัดน้ำพริก แนะนำให้ทานคู่กับน้ำพริกเผาที่เสิร์ฟมาพร้อม ๆ กันจะอร่อยมากขึ้นอาหารบรูไน - ซุปหางวัว 250 บ. (Oxtail braised soup)ซุปหางวัวของที่นี่ผ่านการตุ๋นด้วยเครื่องเทศกว่า 24 ชั่วโมง กว่า 3 รอบ จนได้เนื้อหางวัวนุ่มๆ และน้ำซุปที่กลมกล่อม เมนูนี้ Recommend ค่ะอาหารฟิลิปปินส์ - อโดโบ้ซี่โครงแกะ 280 บ. (Stir fried lamb rack) ซี่โครงแกะปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู ทอดหรือเคี่ยวให้สุกอย่างช้า ๆเนื้อแกะนุ่มกำลังดี ไม่เหนียวเลย เป็นอีกจานที่ชอบค่ะอาหารเมียนมาร์ - ฮังแลมาล์ล 300 บ.(Stewed sirloin beef with red curry) ฮังเล แปลว่าแกงเนื้อ ชาวล้านนาของเรารับเอาวัฒนธรรมอาหารประเภทนี้มาจากพม่าของไทยที่พบเห็นมักจะเป็นหมูสามชั้น และรสหวานนำ ส่วนเมนูนี้ใช้เนื้อสันนอกติดมัน สีสันรสชาติคล้ายแกงกะหรี่อาหารสิงคโปร์ - ก๋วยเตี๋ยวลักซา 350 บ. (Noodle with seafood with curry and coconut milk) เป็นก๋วยเตี๋ยวแกง ตามสูตรจะใส่กระทิด้วย ทำให้รสเข้มข้น หอมมัน เครื่องตูมมากชามนี้ อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มค่าจบจากอาหารอาเซียน AEC 10 ชาติ แถมท้ายด้วยเมนูดังของห้องอาหารอัล ธารา โรตีแกงเนื้อ พริกขี้หนู - แกงเขียวหวานรสจัดทานคู่กับโรตีย่างหอม ๆ แกงรสจัดดี แต่เมนูนี้แอบชอบโรตีเป็นพิเศษ แป้งหนานุ่มแบบที่ชอบเลยค่าแถมอีกนิดด้วยเมนูต้มยำกุ้งแม่น้ำ กุ้งแม่น้ำตัวโตเนื้อแน่น ผ่าหลังมาทำให้แกะได้ง่าย ต้มยำน้ำข้นรสกลมกล่อม แต่รสยังไม่จัดเท่าไหร่ พอดีเราเป็นคนทานรสค่อนข้างเผ็ดเลยอยากได้ที่เผ็ดกว่านี้สำหรับอาหารอาเซียน AEC เราจะเห็นว่าหลาย ๆ ชาติในอาเซียนมีความคล้ายคลึงกันในแง่ของวัฒนธรรม ทำให้อาหารหลาย ๆ จานมีความเกี่ยวโยงซึ่งกันและกัน หลาย ๆ เมนูก็จะคุ้นเคยกันบ้าง ทำให้ทานได้ง่าย จุดเด่นของที่นี่คือมาที่เดียวได้ทานอาหารหลากหลายประเทศ แถมยังปรับรสให้เข้ากับคนไทย ทุกเมนูปรุงตามหลักของอาหารฮาลาล ทานได้ทั้งคนที่เป็นมุสลิม และคนทั่วไป หลาย ๆ เมนูเราว่าไม่แพงเลยนะ เพราะเป็นอาหารในโรงแรม แถมราคาอาหารสำหรับที่นี่คือ Nett แล้วไม่มี ++ ด้วยสนใจอาหารสไตล์นี้ก็ลองแวะไปชิมดูค่ะ อร่อยหลายจานเลยหล่ะ ปล.ข้าวสวยที่นี่หอมมาก ลองชิมดูนะ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
ก่อนมาทาน ห้องอาหาร Al Tara ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค1 วัน งาโทรมาจองโต๊ะก่อนค่ะ แล้วบอกเค้าว่าจะทานเซ็ตไหนพอวันที่มาทานจริงๆ อาหารมาเสริฟไวมากเลยค่ะ เพราะเค้าเตรียมไว้ให้เราแล้วมาเสริฟกำลังร้อนๆเลยค่ะดีลของห้องอาหาร Al Tara ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์คดีลนี้ ราคา 350 บาท ไม่รวมเครื่องดื่ม สำหรับทาน 2 ท่านเลือกได้ 1 ใน 4 เซต งาเลือกเซต Aประกอบด้วย ลาบเป็ดทรงเครื่อง, ต้มยำกุ้งแม่น้ำ, ปลากระพงราดพริก,หน่อไม้ฝรั่งเห็ดซิทาเกะปลาหมึกน้ำมันหอย, ข้าวสวย, บัวลอย, กาแฟและชาซึ่งที่งาไปทานครั้งนี้ เืลือกให้เค้าเสริฟชาก่อน งาจะได้ไม่ต้องสั่งน้ำเพิ่มอีกค่ะข้าวสวยค่ะ เป็นข้าวหอมมะลิอย่างดี งาทานไม่หมดค่ะ เห็นน้อยๆ แต่จริงๆเยอะนะคะลาบเป็ดทรงเครื่อง รสชาติ เปรี้ยว เค็ม แต่ไม่เผ็ด เค้ามีพริกทอดโรยมาให้ด้วยเผื่อใครอยากทานเผ็ด จานนี้อร่อยดีค่ะต้มยำกุ้งแม่น้ำ เป็นต้มยำน้ำข้น รสชาติถึงเครื่องเทศดีค่ะ เปรี้ยว เค็ม ไม่เผ็ดแต่ในน้ำต้มยำจะมีพริกขี้หนูซอยสามารถเคี้ยวพริกเข้าไปได้ หากอยากทานเผ็ดๆในต้มยำนอกจากมีเครื่องเทศต่างๆแล้ว ยังมีเห็ดฟางใส่มาเยอะเหมือนกันค่ะ (ชอบ คริคริ)ส่วนกุ้งแม่น้ำ ตัวขนาดกลางๆ สดดี เค้าผ่าหลังกุ้งมาให้ ง่ายเวลาใช้ช้อนแกะเปลือกกุ้งค่ะเมนูนี้รวมๆแล้ว โอเคเลยค่ะปลากระพงราดพริก เป็นปลากระพงทอดก่อนแล้วราดด้วยน้ำราดพริกค่ะข้างบนโรยด้วยกระเพราทอดกรอบรสชาติ เค็ม หวาน ลงตัวดีค่ะ อร่อยดีค่ะหน่อไม้ฝรั่งเห็ดซิทาเกะปลาหมึกน้ำมันหอย จานนี้ก็อร่อยค่ะผักกรอบ ไม่แข็ง ปลาหมึกก็สดดีจานนี้ทานเพลิน หมดก่อนจานแรกเลยค่ะ อร่อยดีค่ะตบท้ายดวยของหวาน หวานอร่อยดีค่ะแป้งบัวลอยไม่เหนียวเกินไป ทานอุ่นๆค่ะพอจานไหนทานหมด พนักงานเค้าก็มารีบเก็บจานนั้นไปพองาทานของหวานหมด เค้าก็เอาไม้จิ้มฟันมาวางไว้ให้พอทานเสร็จ ถามหาห้องน้ำ พนักงานก็บอกทาง แล้วบอกด้วยว่าห้องน้ำที่นี่สวยนะคะ มาทานที่นี่แล้วน่าจะลองเข้าไปดูงาก็ไม่พลาด เก็บรูปมาฝากเพื่อนๆ ตัดสินกันเองว่าสวยหรือไม่งาว่าก็โอเคนะคะสรุปนะค่ะรสชาติ เป็นอาหารไทยที่อร่อยดีค่ะ คนไม่ทานเผ็ดก็ทานได้ค่ะบรรยากาศ ในร้านตกแต่งได้สวยดีค่ะ โปร่งสบายบริการ พนักงานที่นี่ดีมากเลยค่ะ ยิ้มแย้มแจ่มใส อัธยาศัยดี ความสะอาด สะอาดดีค่ะราคา ดีลนี้ถือว่าคุ้มมากค่ะ 2 คน 350 บาท ตกคนละ 150 บาทค่ะ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)