1
0
0
3-min walk from Exit 1, Sala Daeng BTS Station continue reading
Telephone
02-238-0961
Good For
Casaul Dining
Group Dining
Private Party
Opening Hours
Today
17:00 - 00:00
Mon - Sun
17:00 - 00:00
Payment Methods
Visa Master AMEX Cash
Number of Seats
75
Other Info
Parking
Accept Credit Cards
Service Charge
Serves Liquors
Open Till Late
VIP Room
Corkage Fee
Tax Invoice
Air-conditioned
Signature Dishes
Mogani Taraba ซาซิมิ ซูชิ
Review (2)
Level3 2012-06-17
398 views
มาต่อตอน2 ของซีรียส์ปูฮอกไกโดกันเลยเจ้าค่า พระเอกของร้าน ก็ต้องปูฮอกไกโดเลยเจ้าค่ะ ชื่อไทยจินนี่ไม่ทราบ ชื่อญี่ปุ่นมันเรียกว่า ทาราบะกานิ (tarabagani) หรือ Red King Crabไอ้ตัวแดงๆหน้าร้านก็เป็นร่างทรงเจ้านี่และค่ะ ที่ร้านจะนำปูเข้ามาทางแอร์สดใหม่ทุกวัน เพราะงั้นมั่นใจได้ในความสดอร่อยค่ะราคาปูนี่ก็จะไม่ได้เท่ากันทุกวัน เค้าคำนวณให้ตามไซส์ปูเจ้าค่ะ อย่างเจ้าทาราบะกานิ ราคาในวันที่จินนี่ไปก็ตามจำนวนกรัม1,600 กรัม ราคา 4,000 บาท, 1,700 กรัม 4,250 บาท และ 1,800 กรัม 4,500 บาท ในเมื่อเห็นราคาน่าตกใจเรียบร้อยแล้ว อ่านข้างใต้เมนูที่มีหมายเหตุให้ก็โล่งใจได้ ว่าเค้ามีให้สั่งแบบครึ่งตัว (=ครึ่งราคา)สั่งได้ว่าจะเอามาทานแบบไหน มีให้เลือกทั้งย่าง นึ่ง steam และแบบนาเบะ(คล้ายๆหมูจุ่มชาบูๆ แต่เป็นปูจุ่มล่ะ^^)จินนี่สั่งแบบครึ่งตัวแล้วในครึ่งตัวนั้นให้ทำแบบ steam และนึ่ง ออกมาก็คล้ายๆกันเจ้าค่ะ อร่อยเหมือนกันดังนั้นขอบรรยายแบบ steam นะ เพราะว่าทานก่อนประทับใจก่อน อิอิเนื้อปูชุ่มน้ำมากๆ เห็นเนื้อจากภายนอกมันไม่แฉะนะเจ้าคะ แต่พอกัดเข้าปาก น้ำในเนื้อปูแย่งกันไหลออกมาจากเนื้อปูความนุ่มของเนื้อปูมันคลุกเคล้าความชุ่มฉ่ำของน้ำ เนื้อแน่นแต่ไม่แข็งอ่ะค่ะ นายบอกว่าการที่น้ำมันชุ่มๆในเนื้อปูแบบนี้เรียกว่าจูชิ คล้ายๆกับสภาพที่มันชุ่มฉ่ำมากๆอ่ะค่ะถ้าภาษาอังกฤษคง ประมาณว่า enrich แต่ภาษาไทยจินนี่ก็แปลได้ว่า....โค ตะ ระ อร่อย!!!แค่ทานเนื้อปูอย่างเดียวมันก็อร่อยแล้ว แต่ถ้าคนที่ซึมซับรสชาติแบบธรรมชาติดั้งเดิมพอแล้ว ก็เอาเนื้อปูจิ้มคานิซุ เพิ่มความเปรี้ยวนิดเค็มหน่อยได้เจ้าค่ะแต่จินนี่ว่าทานเนื้ออย่างเดียวไม่จิ้มคุ้มกว่า ซึมซับความสด นุ่ม ชุ่มฉ่ำ ความแน่นของเนื้อปูได้เต็มๆ สำหรับคนที่ชอบทานมันปู (มิโซะคานิ) ก็ไม่ผิดหวังค่ะของที่นี่ไม่มีกลิ่น รสขมนิดๆ สำหรับจินนี่ แต่คนญี่ปุ่นที่ทาน บอกว่าแบบนี้อย่างดีแล้ว เหม็นน้อยมากๆถัดมาพระรองของร้านก็เป็นปูขนเจ้าค่ะ ญี่ปุ่นเขาเรียกกันว่าเคะกานิ (Kegani) Hair Crabความประทับใจของจานนี้ที่นำมาเสิร์ฟคือ น่ากลัว เจ้าค่ะ ร้านเขาตกแต่งจานมาแบบเป็นลักษณะปูครบถ้วนแถมยังตั้งหัวให้มันลุกขึ้นมาจ้องหน้าเสียด้วย กลัวฝันร้ายชะมัด ขนตามตัวมันก็น่ากลัวไม่แพ้ตามันเจ้าค่ะ ไม่กล้าจับงานนี้ที่แคะปูทำงานหนัก เพราะไม่ค่อยกล้าจับเปลือกมันซักเท่าไหร่ เจ้าตัวนี้ไม่แบ่งขายครึ่งตัวเจ้าค่ะ ราคา 800 กรัม 2,400 บาท มีไซส์เดียวเจ้าค่ะหน้าตาน่ากลัว แต่เนื้อมันน่ารักน่าเอ็นดูมากๆเจ้าค่ะ เนื้อแน่น นุ่ม แตกต่างจากทาบาระกานิ ตรงที่เจ้านี่จะรู้สึกถึงเนื้อที่เป็นเส้นๆมากกว่า เวลากัดมันไม่ได้ออกมาตามรอยกัด ออกมาเป็นเส้นๆ น้ำไม่ได้ชุ่มฉ่ำเหมือนเจ้าตัวแรกแต่ร้านซีฟู้ดทั่วๆไปเทียบชั้นไม่ไหวเลยเจ้าค่ะ ตัวนี้จิ้มซอสคานิซุนิดนึงจะอร่อยกำลังดีเจ้าค่ะส่วนด้านซูชิ ทางร้านทำโปรโมชั่น 100 บาทอยู่เจ้าค่ะ บางจานชิ้นเดียว บางจาน2ชิ้นสั่งซูชิหอยนางรม แซลมอน และอะไรอีก 3-4 อย่าง จินนี่ได้ทานแซลมอนอย่างเดียวเจ้าค่ะ เนื้อปลาดิบนุ้มนุ่มอ่ะรู้เลยนะว่าสด ปั้นได้แน่นไม่ใช่สไตล์โตเกียวที่จินนี่ไม่ชอบ (คือสไตล์โตเกียวจะปั้นข้าวหลวมๆ ทำให้คีบยากคีบแล้วข้าวหล่นบ้าง จินนี่ไม่ชอบ) เนื้อปลาดิบยาวกว่าตัวข้าวเป็นนิ้ว ไม่ใช่แบบส่วนปลาดิบคลุมข้าวไม่มิดนะจ๊ะพออิ่มหนำกันพุงกางแล้ว ก็เรียกเก็บค่าเสียหาย ไปทานกัน 3 คน รวมออกมา 7,250 บาท เจ้าค่ะ..... ราคาคุณภาพ พอๆกับคุณภาพอาหารเลยเจ้าค่ะ พอคิดเงินเสร็จ มีให้คูปองราคา100 บาทมาหลายใบเชียวเจ้าค่ะ อร่อยนี่ก็จริงจัง จริงใจ แต่คิดว่าถ้าให้จินนี่ไปอีก คงไม่ได้ไปส่วนตัวแน่ๆเจ้าค่ะ ไม่มีปัญญา =*= continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)