4
0
0
Signature Dishes
Omakase
Review (4)
Level2 2016-09-06
85 views
Sala Daeng站附近的日本料理店,位於小型商場的二樓。走高檔路線,價錢比較貴,お任せ寿司Set要฿1,350普通寿司set都要฿800 - ฿1,100因此雖然店內只有十多個座位,但基本上都一定有位😅😅今次點了 塩燒銀鱈魚 定食(฿480)有甜品蜜瓜講得上一分錢 一分貨,沒有失望,也沒有驚喜。但也是區內值得推介的日本餐廳。 continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
Mizu by Sankyodai ร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมี่ยมที่เป็นสาขาลูกของร้าน Sankyodai ส่วนร้าน Mizu ทางเจ้าของมาเปิดบนตึกชาญอิสระย่านสีลม การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าลงสถานีศาลาแดง ถ้ามาจากใต้ดินออกที่สถานีสีลม แล้วเดินเข้าซอยธนิยะ (ฝั่งตรงข้ามสีลมคอมเพล็กซ์) เดินเข้ามาให้เข้าช่องตรง 7-11 แล้วขึ้นบันไดเหล็กเลี้ยวขวาเข้าตึกชาญอิสระ ร้าน Mizu เป็นร้านที่ 2 ขวามือ หรือถ้ามาทางจากหน้าตึกชาญอิสระเดินเข้ามาแล้วเดินมาทางโซนด้านหลังชื่อร้าน Mizu จริงๆ นั้นมีที่มาด้วยนะ จากความหมายของคำว่า mizu (水) ที่แปลว่าน้ำ ที่ร้านจะเน้นวัตถุดิบที่มาจากน้ำอย่าง ปลา กุ้ง หอย ที่นี่จึงไม่เน้นพวกเนื้อสัตว์อย่างเนื้อวัว ไก่ หมู ซึ่งพวกนี้จริงๆจะหาหม่ำได้ที่ Sankyodai สาขาหลัก ภายในร้านไม่ใหญ่ มีโต๊ะประมาณ 4 โต๊ะและที่นั่งบาร์อีกนิดหน่อย บรรยากาศดูอบอุ่นดีนะ ลูกค้าที่นี่ส่วนใหญ่เกือบ 100% เป็นคนญี่ปุ่นสำหรับสาขานี้จะเด่นในเรื่องของ omakase หรือการเสิร์ฟซูชิแบบทีละคำ เมนูซูชิของที่นี่เป็นแบบต้นตำรับสไตล์เอโดะมาเอะ (Edomae) ซึ่งเป็นการนำเอาปลาตามฤดูกาลมาผ่านกรรมวิธีถนอมอาหารในแบบต่างๆ เสิร์ฟมาเป็นซูชิแบบพอดีคำ (คำของซูชิที่นี่จะไม่ได้ใหญ่แบบที่อื่น ซึ่งเป็นสไตล์ของที่นี่ค่ะ) ในส่วนของข้าวก็จะใช้สายพันธุ์ที่ตัวเม็ดข้าวกำลังดีและมีความหวานตามธรรมชาตินอกจากที่นี่จะเด่นในเรื่องของ omakase แล้ว ที่นี่ยังมีเมนู A la cart อื่นๆ และ Lunch set (11:30-14:30) ที่รวมทุกอย่างไว้ใน 1 มื้อ ปริมาณเยอะใช้ได้เลย เอาเป็นว่ากิน Lunch set เสร็จแล้วสามารถกลับไปนั่งทำงานต่อได้จนถึงเย็นเลย สำหรับเมนู Lunch set ที่ได้ชิมจะมี 4 เมนูด้วยกัน ซึ่งในเซตจะประกอบด้วย- สลัด- ไข่ตุ๋น- น้ำซุป- ผักดอง- จานหลัก- ชานม หรือชามะนาว- ผลไม้• Sushi set A (750.-) เซตนี้ประกอบด้วยซูชิทั้งหมด 9 คำ พร้อมมากิอีก 6 ชิ้น (ด้านในเป็นปลาดิบ) เมนูนี้จะเป็นแบบพรีเมี่ยมที่ทางเชฟจะเลือกหน้ามาให้ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังค่ะ แต่ละคำนั้นเนื้อปลาสด อร่อย แล้วก็ข้าวของที่นี่อร่อยจริงๆ ค่ะ ซูชิพอดีคำ ถูกใจมากเลยอร่อย สด สมราคา• Bara chirachi (600.-) เป็นข้าวหน้าปลาดิบรวม ความเยอะของปลาดิบมาเต็ม ส่วนความสดนี่ไม่ต้องพูดถึง ด้านล่างเป็นข้าวเม็ดกำลังดี ตัวข้าวมีกลิ่นหอมของอะไรสักอย่าง ส่วนตัวเราว่าตัวข้าวกลิ่นฉุนไปนิด แต่รวมๆ ก็ถือว่าดีงามเลยค่ะเน้นๆ• Unajyu (480.-) กรี้ดดดดด! เมนูนี้เราปลาบปลื้มมากกับปลาไหลชิ้นใหญ่ มีกระเจี้ยบเสิร์ฟมาบนข้าว ปลาไหลย่างมากำลังดี น้ำราดหวานๆ กินคู่กับข้าว ปกติเราชอบกินปลาไหลค่ะ เมนูนี้คือคุ้มมากจริงๆ อร่อยด้วยปลาไหลนุ่มๆ เลย• Irifune Bento (800.-) เซตนี้ประกอบด้วยหลายอย่างเลยค่ะ ทั้งเทมปุระรวม (กุ้ง ฟักทอง มันม่วง เห็ด) ซูชิ 5 คำ ซาซิมิ ปลาตัวเล็กทอด ยำสาหร่าย ปลาหิมะท็อปด้วยไข่กุ้ง ไข่หวานเซตสองชั้นสำหรับอื่นๆ ภายในเซต ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่ม ซุปมิโสะ ผลไม่เป็นเมล่อนหวานๆ แล้วก็เราสั่งเป็นชานมจะมีน้ำแล้วก็ไซรัปเสิร์ฟคู่กันมาเพื่อเติมตามความชอบเลยค่ะชาเขียวเย็น• Gindara tobiko yaki (480.-) เมนุ A la cart ที่เป็นปลาหิมะย่างแล้วท็อปด้วย tobiko เมนูนี้ดีงามสุดๆ กินแล้วก็อยากกินอีกๆๆๆๆๆการบริการของที่นี่ไม่มีขาดตกบกพร่องค่ะ ราคาอาหารของที่นี่สูงเช่นเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่นแบบพรีเมี่ยมทั่วไป แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพเราว่าไม่แพงค่ะ ในส่วนของราคาในเซตอาหารกลางวันราคาเป็นราคาเนทแล้วไม่ต้องจ่ายเพิ่มอื่นๆ อีกค่ะ สำหรับวันนี้ประทับใจในทุกๆ อย่างเลย ต้องขอขอบคุณทางร้าน Mizu by Sankyodai สำหรับเซตอาหารกลางวันที่เล่นเอาอิ่มพุงกาง กับบรรยากาศอบอุ่นๆ ในครั้งนี้ค่ะ 😍 continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
เคยทานร้านนี้สาขานึงแถวสุขุมวิท รู้สึกประทับใจทั้งรสชาติและการบริการ จนรู้สึกว่าถ้ามีโอกาสต้องกลับมาอีกแน่นอน พอรู้ว่ามีสาขานี้ ซึ่งเดินทางได้สะดวกดี แล้วเราจะพลาดได้ไงเนอะสำหรับการเดินทาง สามารถลงบีทีเอส สถานีศาลาแดง แล้วลงบันไดฝั่งตึกธนิยะ เดินเข้าซอย ธนิยะพลาซ่า เดินตรงมาเรื่อยๆ จะเห็นตึกธนิยะด้านซ้ายมือและเห็น 7-eleven ทางด้านขวามือ ให้เดินฝั่ง 7-eleven เดินตรงไปอีกนิด จะเจอตรอก ซึ่งมีรถเข็นขายอาหารเยอะๆค่ะ ให้เดินตรงเข้าไปเลย เดินนิดเดียวค่ะ ก็จะเห็นป้าย Charn Issara Shopping Center (ป้ายสีขาว ตัวหนังสือสีน้ำเงิน) ด้านซ้ายจะมีบันไดเหล็ก ให้เดินขึ้นบันไดมา จะมีทางบังคับเลี้ยวขวา ซึ่งเห็นร้าน Hokkaido Ramen ทางขวามือ เราก็เดินเลี้ยวซ้ายมา ก็จะเห็นร้านนี้อยู่ทางขวามือค่ะ ร้านจะเป็นโทนสีน้ำตาลค่ะบรรยากาศในร้านจะตกแต่งด้วยโทนไม้ที่ยังคงความเป็นดั้งเดิมของญี่ปุ่นด้วยค่ะ ที่นั่งในร้านมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ จะมีโซนที่นั่งทานไปดูเชพไป และที่นั่งแบบกลุ่มประมาณ 4 โต๊ะได้ค่ะเราได้เลือกลอง Omakase Course ซึ่งที่นี่จะมี 3 แบบให้เลือกค่ะ1. Kaiyou Course ราคา 2000 บาท จะเริ่มที่ ของทานเล่น, ซูชิ 9 คำ และตบท้ายด้วยของหวานค่ะ2. Kisetsu Course ราคา 3500 บาท จะเริ่มที่ ของทานเล่น, ซาชิมิ, ซูชิ 12 คำ, Side dish และตบท้ายด้วยของหวานค่ะ3. Mizu Tokusen Course ราคา 5500 บาท จะเริ่มที่ ของทานเล่น, Special appetizer, ซาชิมิ, ซูชิ 12 คำ, Premium Side dish, Special dish และตบท้ายด้วยของหวานค่ะเราได้ลองแบบที่ 2 ค่ะ มาเริ่มทานกันเลยนะคะเสริฟอาหารเรียกน้ำย่อยกันก่อน- Ankimo เป็นตับปลา จะทำแบบนึ่งค่ะ เนื้อนุ่มๆละมุนลิ้นดี รสชาติเค็มนิดๆ เหมือนทานไข่ปลา อร่อยดีค่ะ ชอบๆอ่ะ โรยหน้าด้วยรสเปรี้ยวนิดๆเพิ่มรสชาติดีค่ะ- อุมิบูโด หรือสาหร่ายพวงองุ่น ทานเปล่าๆจะจืดๆแต่ชอบความกรุบๆ จิ้มซอสสักหน่อยจะกรุบๆเค็มๆอร่อยดีค่ะ จานนี้เสริฟคู่กับ Engawa เนื้อสีขาว นุ่มๆ ฉ่ำๆ อร่อยมากค่ะ- อุมิบูโด (เชพเติมเพิ่มให้ ก็เกลี้ยงไปแล้วอ่ะเนอะ >.<) เสริฟคู่กับ อิซาคิ (เสริฟมา 2 ชิ้น ชิ้นนึงจะมีเปลือกมะนาวด้วย) ส่วนที่เป็นหนังจะมีความหนุบๆ ส่วนที่เป็นเนื้อจะนุ่มๆอร่อยดี อีกชิ้นนึงจะได้ความหอมของมะนาวด้วย ชอบค่ะ- ข้าวห่อสาหร่ายทรงเกลียวที่ด้านในจะมี ข้าว อุมิบูโด น้ำจิ้มบ๊วย และผัก ได้รสหวานๆเปรี้ยวๆหอมๆ กรุบๆอีก อร่อยๆค่ะเรียกน้ำย่อยพอสมควรแล้ว ก็มาเริ่มซูชิ 12 คำกันต่อเลยจ้า ประกอบด้วย1 Hirame จะออกนุ่มๆ ละมุนลิ้น เริ่มต้นชิ้นนี้ก็รับรู้ว่าความอร่อยต้องตามมาเรื่อยๆแน่ค่ะ2 Ika เป็นปลาหมึกค่ะ เนื้อเลยหนาๆนิดนึง ทานแล้วจะกรุบๆ บอกถึงความสด แนะนำว่าควรรีบทานเพื่อคงความอร่อยค่ะ3 Shimaaji เนื้อนุ่มมีรสชาติ ละมุนลิ้น อร่อย4 Ama Ebi กุ้งสีใสๆ บอกถึงความสด ทานแล้วเนื้อเด้งๆกรอบๆดี แต่มีรสขมเบาๆตอนกลืนซึ่งมาจากมะนาวผสมค่ะ5 Saba เป็นปลาซาบะดอง รสชาติเค็มๆนุ่มๆโดนใจ ไม่คาวด้วย6 Uni ชิ้นนี้ถ้าไม่ทาน คงเรียกว่าเสียดาย เพราะแค่เห็น ใจก็ละลายแล้วค่ะ พอได้ลองทาน นุ่มสดละลายในปาก ฟินอ่ะ- พักเบรคกับซูชิ ทางร้านจะเสริฟ Shirako Yaki คือ ไข่ปลา (ปลาค๊อด) เอาไปกริลพอสุกนิดหน่อย อร่อยมากๆๆๆๆๆ แทบอยากจะทานไข่ปลาอีกสักชามโตๆ เนื้อนุ่มๆ ไม่คาว เค็มนิดๆมันๆหน่อย บอกเลยว่าเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมค่ะชิ้นนี้พอทานเสร็จ เชพจะเสริฟไชโป้วดอง เพื่อทานล้างปาก เชพบอกว่า จะได้ทานซูชิต่อ แล้วรสชาติไม่เปลี่ยนค่ะ7 Akami เนื้อสีแดงสดใส ไม่มีไขมันแทรก เคี้ยวทานง่าย นุ่มๆและสดมาก ปลื้มๆอีกแล้ว8 Chutoro เมนูนี้จะใช้ข้าวหมักน้ำส้มสายชูแดงค่ะ ท้องปลาจะมีมันเยอะกว่าชิ้นที่แล้ว ทำให้ทานแล้วจะนุ่มลิ้นและมีความมันๆกว่า ถึงจะมันแต่ก็ไม่เลี่ยนเลยค่ะ เพราะข้าวหมักมีรสเปรี้ยวๆ ช่วยทำให้คำนี้กลมกล่อมขึ้นค่ะ9 Otoro ลายสวยมาก แค่เห็นก็ชอบแล้ว มีมันแทรกระหว่างชั้น บอกเลยว่าเคี้ยวในปากนี่ หลับตาพริ้มเลยค่ะ พอมีมันแทรกทำให้เราเคี้ยวได้นานขึ้น ความฟินก็อยู่นานเลย ชอบๆค่ะ10 Temaki เป็นข้าวห่อสาหร่ายทรงกรวย มีปลาดิบแบบสับ และไข่ปลาแซลมอนด้วย รสชาติอร่อยๆเปรี้ยวๆหวานๆ มีไข่ปลาเป๊าะแป๊ะเค็มๆมันๆอีก อยากบอกว่าจอยจ้าขอสองได้ป่ะ 11 Nodoguro ปลากระพงสีชมพู เผาไฟพอหอมๆนิดๆ เข้าไปคำแรก คือหอมมาก เนื้อก็นุ่มๆ มีรสเปรี้ยวๆตามหลัง ทานแล้วไม่อยากกลืนเลยค่ะคำนี้12 Anago จะเป็นปลาไหลที่ย่างแบบห่อใบตองมา แล้วเชพค่อยเอามาทำต่อเป็นซูชิ แล้วตัดแบ่งครึ่ง เพื่อให้ทาน 2 แบบค่ะ แบบนึงจะราดซอส อีกแบบจะโรยเกลือ ซึ่งเชพแนะนำให้ทานชิ้นที่เป็นซอสก่อน แล้วค่อยทานชิ้นเกลือค่ะ เราก็ทำตามทันที  ปลาเนื้อละเอียด นุ่มๆ มีหอมๆใบเตยด้วย ซอสจะออกเค็มหวาน ส่วนอีกแบบ จะแนวเค็มนิดๆ รสชาติอร่อยทั้ง 2 แบบเลยค่ะของทานเล่นอีกสักนิดและของหวานตบท้ายค่ะ- Tamago Yaki ไข่หวาน จะมีส่วนผสมระหว่าง กุ้ง ไข่ และน้ำตาล เนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น หวานๆนิดๆ หอมกุ้งหน่อยๆ บอกเลยว่าอิ่มซูชิแล้ว แต่ได้อีกชิ้นก็ยังไหวน้าาา- ซุป จะเป็นซุปใส มีหอย น้ำซุปจะหอมๆผัก ทานแล้วคล่องคอสดชื่นดีค่ะ- ของหวาน ทางร้านจะเสริฟเป็นไอศกรีมค่ะ ซึ่งมีรสให้เลือก คือ รสนมฮอกไกโด รสคิทแคทชาเขียว รสส้มยูสุ (จะเป็นแนวเชอร์เบท แต่วันที่ไปหมด T_T) และรสอุเมะชู ซึ่งมีส่วนผสมของเหล้าค่ะเราเลือกรสคิทแคทชาเขียว บอกเลยว่าชอบมาก เนื้อไอศกรีมเหนียวหนุบแน่น รสชาเขียวก็หอมๆหวานๆเหมือนทานคิทแคทชาเขียวของญี่ปุ่นค่ะ ด้านในยังมีเนื้อคิทแคทกรุบๆด้วย (ที่สาขาสุขุมวิทจะเป็นรสชาเขียวธรรมดาค่ะ) อร่อยอ่ะ ปลื้มๆทางร้านจะเชิญให้เรานั่งหน้าเชพเลยค่ะ เพื่อนั่งทานไป ดูเชพปั้นกันสดๆตรงหน้าไปด้วย มีแอบเขินนิดนึง เวลาอ้าปากเอาซูชิเข้าไปทั้งคำ เชพจะแอบมองมั้ย ซูชิจะตกก่อนเข้าปากมั้ย >.< ก็แบบๆกลัวว่า กุลสตรีที่สั่งสมมา (มีเหรอ >.<) จะหลุดอ่านะ แต่ ณ เวลานี้ คงไม่มีอะไรมากั้นความน่าทานของแต่ละเมนูที่เสริฟ ผลสุดท้าย ก็เกลี้ยงทุกคำเลยค่ะ อิอิข้าวที่นี่เนื้อหนุบๆไม่เละไปแต่ก็ไม่ได้แข็งนะคะ ผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อยให้ได้รสเปรี้ยวเบาๆเพื่อให้ข้าวมีรสชาติมากขึ้น อร่อยๆค่ะ และแต่ละคำที่เชพเสริฟก็จะปรุงรสมาให้เรียบร้อย เราแค่คีบเข้าปากเคี้ยวแล้วก็ฟินได้เลยค่ะพนักงานบริการดีมากค่ะ ดูแลตลอด อะไรหมดก็รีบเติม ส่วนเชพก็บริการดี๊ดี ทำไปยิ้มไป ตอนเสริฟก็บอกว่าคือเมนูอะไร แต่ว่าเชพเป็นคนญี่ปุ่นที่พูดไทยพอได้ค่ะ บางคำก็เป็นการผสมผสานสำเนียงนิดนึงเนอะ  แต่ประทับใจมาก เพราะว่าเราถามอะไร เชพก็พยายามจะอธิบาย บางคำเชพรู้แต่ทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น ก็จะเรียกผู้ช่วยเชพมาช่วยแปลไทยให้หน่อย ปลื้มสุดๆค่ะร้านนี้จะเปิดเป็นรอบนะคะ ช่วงกลางวัน เวลา 11.30-14.30 น.และช่วงเย็น เวลา 17.30-22.00 น. เปิดแค่จันทร์ถึงเสาร์ค่ะ ใครชอบทานอาหารญี่ปุ่นแนวพรีเมี่ยม ที่นั่งทานเมืองไทย เหมือนได้ลิ้มรสชาติจากเมืองญี่ปุ่น ร้านนี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจจ้า continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
เชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ยินชื่อร้าน Sankyodai มาบ้าง อย่างน้อยก็กระทู้ที่เคยมีคนไปรีวิวเมื่อครั้งที่ร้านจัดโปรบุฟเฟ่ต์แหละน่า เราก็เคยไปเยือนร้านแห่งนี้มาครั้งนึง นานแล้วล่ะ แล้ววันนี้ก็นึกครึ้ม หวนกลับมาเยี่ยมเยือนอีกครั้ง แต่คราวนี้ย้ายมาหาร้านตัวลูกแทนตอนนี้ร้าน Sankyodai ได้เปิด เรียกว่าไรดี ร้านลูกล่ะกัน ชื่อ Mizu by Sankyodai ภายใต้คอนเซ็ป Mizu ในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า น้ำ ที่รวมเอาวัตถุดิบจากน้ำเค็มและน้ำจืดมาให้ลองกันภายใต้ความพิถีพิถัน ความใส่ใจในคุณภาพวัตถุดิบและกระบวนการประกอบอาหารทุกขั้นตอนให้สดสะอาดอยู่เสมอ โดยร้านนี้เปิดจำหน่ายเป็นสองชาวงคือ 11.30-14.30 จำหน่ายเป็น Lunch set และ 17.00-22.00 จำหน่ายเป็น Omakase ค่ะ สำหรับเราวันนี้มาช่วงกลางวัน แอบเห็นคนลงรูปใน IG ว่า Lunch set ที่นี่ทั้งคุ้มทั้งอิ่ม เราจึงไม่พลาดต้องมาลองซักหน่อยค่ะร้าน Mizu ตั้งอยู่ในตึกชาญอิสระค่ะ สามารถขับรถมาได้แล้วเลี้ยวเข้ามาจอดในตึกได้เลย สำหรับเราเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า BTS ค่ะ ลงสถานีศาลาแดง จากนั้นให้เดินเข้าซอยธนิยะที่อยู่ใต้รถไฟฟ้า เดินเข้าซอยมาซักระยะจะเจอกับ 7-11 ให้เลี้ยวขวา เลี้ยวขวาไปแล้วไม่ต้องตกใจนะคะ จะเห็นเป็นร้านขายอาหารรถเข็นเต็มไปหมด ให้มองบน เอ้ย! มองเลยไปที่บันไดเหล็กด้านหลังค่ะ เดินขึ้นบันไดไปตามทางเดินก็จะเจอกับร้านนี้ทางขวามือเลยเมนูที่มาลองวันนี้เป็น:: Unajyu 450 บาท ::เมนูนี้เป้นข้าวหน้าปลาไหลมาพร้อมกับกระเจี๊ยบฝาน เสิร์ฟมาในกล่องไม้สวยงาม มีโอเด้ง ผักดอง สลัดปูอัด ซุปใสและไข่ตุ๋นมาด้วย แค่ดูก็คิดว่าคงจะอิ่มมากเลยล่ะในซุปใสเค้ามีชิ้นเหมือนเต้าหู้ใส่มาด้วย แปลกดีนะคะไม่เคยลองทานเลย สำหรับข้าวหน้าปลาไหลที่นี่ ฟินมากค่ะ ปลาไหลย่างกำลังดี เนื้อนุ่ม ไปกันได้กับซอสเทอริยากิ ตัวข้าวยังโรยด้วยสาหร่ายและไข่หั่นฝอยเป็นชั้นระหว่างข้าวกับปลา ที่ชอบมากคือไข่ตุ๋นค่ะ เนื้อเนียนมากเลยล่ะ ปิดท้ายด้วยการลองเมนู A la cart ที่มีเสิร์ฟทั้งสองช่วงเวลา เลือกเป็น Gindara Tobiko Yaki 480 บาท เมนูที่ทำให้เราตีจาก mentaiko มาอย่างไม่มีเยื่อใย 555+ เพื่อนสุดน่ารักเป็นคนแนะนำให้เองด้วยเหตุผลว่าตัวเธอเองชอบเมนูนี้มากกว่าการ top ด้วย mentaiko เลยอย่างให้ได้ลองกัน ซึ่งมันก็ประทับใจจริงๆค่ะ ตัวปลาหิมะย่างกำลังดีเลย ได้รสหวาน ไม่มีเละ ราดมาด้วยซอส top มาด้วย tobiko สำหรับเรารู้สึกว่ามันเข้ากันดีเลยค่ะ เมนูนี้ฟินมาก ดีงามพระรามสี่สุดๆ ถ้ามาต้องลองเลยล่ะ!! ตบท้ายด้วยของหวานค่ะ สามารถเลือกได้ทั้งชาเย็น ชามะนาวและกาแฟ เราเลือกเป็นชามะนาว ที่มีมะนาวฝานมาให้ในถ้วย รสเปรี้ยวกำลังดี มาคู่กับเลม่อนที่หวานนุ่มชุ่มมากจบรายการวันนี้นี่ทำฟินไปหลายวันเลยค่ะ เชื่อเลยว่า Lunch set เค้านี่คุ้มเอามากๆ แถมวัตถุดิบเค้าก็ดีสมชื่อ Sankyodai เลยล่ะ ใครผ่านไปผ่านมาหรือทำงานแถวนั้นก็แวะไปลองได้นะคะ ^ ^  continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)