4
0
0
Review (5)
ร้านอาหารสคูลฟู้ด (School Food)...The Modern K-Taste experience that you can’t miss!!"School Food" สาขาใหม่ Siam Center สาขาที่ 2 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ชั้น 4 ของ Siam Center สาขาแรกอยู่ที่ ชั้น 3 Mercury Ville ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 100 สาขาทั่วโลก ฯแล้วทำไมต้องชื่อ "School Food" จากคำบอกเล่าของผู้จัดการร้านบอกว่า เจ้าของเป็นคนเกาหลี ตั้งร้านอาหารที่ย้อนความทรงจำรำลึกช่วงวัยเด็กที่เจ้าของร้านได้สัมผัสมา ทั้งรสชาติอาหารที่ขายแถวโรงเรียน คงคล้าย ๆ กับประเทศไทยที่จะมีของอร่อยมาขายหน้าโรงเรียน และร้านนี้ได้ขึ้นมาเป็นร้าน Hangout ของหนุ่มสาวชาวเกาหลีด้วยน้าบรรยากาศ : ร้านมีกลิ่นอาหารอบอวลชวนหิวเป็นที่สุด ร้านค่อนข้างเล็กทีเดียวประมาณ 20 กว่าโต๊ะ แต่ก็ได้บรรยากาศอบ พนักงานน่ารักบริการดีทุกคนคะรสชาติโดยรวมแล้วถูกใจทุกอย่างเลย ร้านอาหารที่รสชาติได้มาตรฐานมาก รสชาติอาหารเกาหลีที่ถูกปกคนไทย เริ่มต้นที่เครื่องดื่ม "Fine Blue Athie" น้ำ Blue Curacao ผลไม้ผสมเนื้อสัปะรด ทานแล้วสดชื่น"Grilled Bokkeumbap with Kimchi" (ราคา 240 บาท) ข้าวยำกิมจิ เบคอน กะทะร้อน เมนูนี้เป็นข้าวผัดกิมจิเบคอนบนกะทะร้อนเสิร์ฟพร้อมไข่ดาวมาคลุกที่โต๊ะ ข้าวผัดรสชาติเข้มข้น ทานร้อน ๆ อร่อยมาก ถ้าเย็นแล้วรสชาติจะเปลี่ยนทันที"Grilled Butter Bibimbap with Jjang-A-Chi" (ราคา 240 บาท) ข้าวยำไข่ข้น เนื้อตุ๋นจางอาชิ เมนูนี้เป็นข้าวยำบิบิมบัมคลุกเนยและเนื้อตุ๋นคลุกเคล้ากับหัวไชเท้าดอง จางอาชิสูตรพิเศษจาก School Food เมนูนี้เราขอผ่านไม่ทานเนื้อคะ"Gal-bi Jjolmyeon" (ราคา 270 บาท) คาลบี โจลเมี่ยน เมนูนี้เป็นเส้นโจเมียนเหนียวหนุ่มพร้อมหมูหมักซอสย่างบนไฟอ่อนราดด้วย Fish Soy Sauce จากเกาะ Jeju เส้นเหนียวนุ่ม ซอสหอมน้ำมันงา รสชาติอร่อย หมูนุ่มมากคะ"Mentaiko Cream Fondue" (340 บาท) ฟองดูครีมไข่ปลาค็อด เสิร์ฟพร้อมต๊อกบ๊กกีทอดและเฟรนช์ฟราย ต๊อกบ๊กกีกรอบนอกนุ่มใน เหนียวนุ่มมาก ต๊อกบ๊กกีที่ใช้เป็นเป็นสูตรเฉพาะร้านนี้เท่านั้นรสชาติเหนียวนุ่มมาก เฟรนช์ฟรายทอดกรอบไม่อมน้ำมัน ซอสไข่ปลาค็อดรสชาติเค็มมัน"Spam Mari 2" (ราคา 280 บาท) โรลสแปมมาริห่อไข่ เพิ่มความเข้มข้นด้วยมอสเซอเรลล่าชีส ห่อด้วยไข่หอมนุ่ม เป็นเมนูที่เริ่ดมาก ทานร้อน ๆ ยิ่งอร่อย"Pork Cutlet with Spicy Carbonara" (ราคา 340 บาท) พอร์ค คัทเลท คาโบนาร่า หมูทอดพร้อมต๊อกบ๊อกีฟิวชั่นในซอสคาโบนาร่า หมูทอดเฉย ๆ หมูนุ่มไม่แห้งแข็ง ที่ชอบเป็นต๊อกบ๊กกี ทานร้อน ๆ ต๊อกบ๊กกีเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นออริจินัล ซอสสไปซี่คาโบนาร่าครีมมันไม่เผ็ดเลย ผู้จัดการร้านเล่าให้ฟังว่าต๊อกบ๊กกีของทางร้านเป็นต๊อกบ๊กกีเฉพาะที่ทำขึ้นเพื่อร้านนี้เท่านั้น คงความสดใหม่เหนียวนุ่มได้ดีมากค่ะ"Spam Spoon Pizza" (ราคา 220 บาท) พิซซ่าหน้าสแปมและเห็ด พิซซ่าหนักชีสมาก เหตุผลที่ชื่อว่า Soon Pizza เพราะเป็นพิซซ่าที่สามารถใช้ช้อนตักทานได้เลยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่ตัดพิซซ่าให้ยุ่งยาก เมนูนี้เป็นพิซซ่าหนักชีสมาก แป้งบางสุด ๆ ทานตอนร้อน ๆ รสชาติหอมมัน พอเริ่มเย็นจะเค็มชีสขึ้นมานิดหน่อยมาถึงเมนู Signature ของ School Food นั่นก็คือ "Squid Ink Mari" (ราคา 190/280 บาท) มาริหมึกดำ มาริข้าวผสมหมึกดำจากสเปนสอดไส้ปลาหมึกย่างซอสเทอริยากิห่อด้วยสาหร่ายบางกรอบ เมนูนี้เริ่ดมาก จัดวางโรลเป็นรูปดอกไม้น่ารักจัง เนื้อปลาหมึกเน้น ๆ เค็มคำ ปลาหมึกนุ่มสด เมนูที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดปิดท้ายด้วยของหวานสุดเลอค่า ทั้งรูปร่างหน้าตาและรสชาติที่บอกได้คำเดียวว่าฟิน สำหรับ "Melon Bing Su" (ราคา 350 บาท) ที่เป็น Signature ของทางร้านอีกเมนู ได้ข่าวว่ามีจำนวนจำกัดต่อวัน เมลอนทั้งลูกที่เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมนมถั่วเหลือง เมลอนหวานกรอบธรรมชาติมาก ไอศกรีมเข้ากันสุด ๆ ราคาอาจจะสูงไปนิดหน่อยแต่รับรองว่าคุ้มค่า เป็นเมนูที่พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดอีกเมนู continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
Level4 2015-11-17
60 views
แวะมาทานอาหารเกาหลีในแนวสตรีทฟู้ดในร้านน่ารักฉบับวัยรุ่นกัน ร้าน School Food สาขานี้ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของสยาม เซ็นเตอร์ ใกล้กับร้าน Swensen ร้านตกแต่งโทนสีแดงเด่นเป็นสง่า - ข้าวผัดกิมจิเบคอนกระทะร้อน 180฿ข้าวผัดกิมจิมาในกระทะร้อนฟู่ฟ่า มาผัดโชว์กันที่โต๊ะเลย รสชาติอร่อยกำลัง ได้รสซอสเกาหลีแบบไม่เผ็ดมาก แถมเบอคอนก็ให้มาเยอะอยู่- สแปม สปูน พิซซ่า 220฿พิซซ่าชีสยืดสุดฟิน หน้าเป็นแฮมและเห็ดชิเมจิ เวลาตักแบ่งนี่ชีสยืดยาวได้อีก เคี้ยวได้ชีสเต็มคำ กำลังดี น่ามาลองที่ร้านน้องพนักงานบริการค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ ใครสนใจตามมาลองได้นะคะ ;)) continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
สำหรับวันนี้จะพาไปหม่ำกันที่ร้านอาหารเกาหลีสไตล์โมเดิร์น ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากเกาหลีแท้ๆ แต่มีสาขาทั่วโลกเป็นร้อยสาขาแล้วนะคะ (ในหกประเทศ ได้แก่ ฮาวาย ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ลอสแองเจลิสและไทยค่ะ) ส่วนในไทยก็มีสองสาขาค่ะ โดยสาขาแรกจะอยู่ที่ Mercury แต่สาขานี้เพิ่งเปิดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เองนะคะสำหรับการไปของเรา เราขับรถไปเองหละค่ะ ก็ไปจอดที่สาขาสยามเซ็นเตอร์แล้วไปถึงซะเร็วเชียว ก็เลยไปช็อปปิ้งให้ครบ 800 บาทเพื่อจะจอดสี่ชั่วโมงฟรี (คำนวณดูแล้วว่าน่าจะเกินสี่ชม. ให้ผ่อนค่าจอดหน่อยก็ดี ฮา) จากนั้นก็ขึ้นชั้นสี่ ก็จัดการเก็บภาพบรรยากาศร้านให้เรียบร้อยก่อนค่ะด้านหน้าร้านมีเก้าอี้นั่งที่ชวนให้คิดถึงบรรยากาศที่เกาหลี ณ หอคอยนัมซาน (โซลทาวเวอร์) ด้วยค่ะ ต้อนรับและสร้างบรรยากาศแบบเกาลี้ เกาหลีกันตั้งแต่หน้าร้านเลยทีเดียวการตกแต่งร้านก็จะออกแนวโมเดิร์นๆ นะคะ แล้วก็มีกิมมิคออกแนว School ด้วยค่ะ ตามภาพเลยซึ่งที่มาของร้านนี้เนื่องจากทางเจ้าของอยากเปิดร้านที่เป็นร้านขายอาหารที่ทำให้นึกถึงในวัยเรียนวัยเยาว์น่ะค่ะ ส่วนการมาเปิดที่ไทยนี่เนื่องจากคุณหนิง ผู้นำเข้าเครื่องสำอางยี่ห้อดร.จาร์ทของเกาหลีอันโด่งดังเวลาไปดีลงานที่เกาหลี เจ้าของดร.จาร์ทก็มักจะพาไปร้านนี้ คุณหนิงซึ่งก่อนหน้านี้เป็นคนที่ไม่ชอบอาหารเกาหลีเลย แต่พอไปกินที่ร้านนี้ก็รู้สึกว่ามันโอเค อร่อย (อันนี้เห็นด้วยกับคุณหนิงค่ะ จากใจคนไปเกาหลีแล้วหลายรอบ ฮา) ก็เลยเปรยๆ ว่าเนี่ย น่าจะเอาไปเปิดเมืองไทย ต่อมาเจ้าของดร.จาร์ทก็เลยพาคุณหนิงไปคุยกับเจ้าของ School Food จนเป็นการนำเข้ามาเปิดในไทยนี่แหละค่ะ (ขอบคุณหนุ่มหล่อผู้จัดการร้านสำหรับข้อมูลไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะฮับ)สำหรับวันนั้นเนื่องด้วยสมาชิกอุ่นหนาฝาคั่งมากก็เลยแยกออกเป็นสองโต๊ะค่ะ เซ็นอัพบนโต๊ะก็ตามภาพเลยนะคะ กระดาษรองจะมีภาพและเมนูแนะนำของทางร้านในบางเมนูด้วยค่ะ นอกจากนั้นที่พิเศษสำหรับสาขานี้ก็คือ มี Popcorn เป็น complimentary ให้กับลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่นี่ด้วยหละค่ะ สำหรับรสชาติของป็อปคอร์นก็ปกติทั่วไปนะคะ ไม่โดดเด่นอะไรน่ะค่ะมาดูหน้าตาเมนูของทางร้านกันนะคะ หน้าตาก็ตามภาพเลยค่ะ ด้านในมีคำโปรยด้วยว่า Slow preparation&Fast Cooking ค่ะส่วนราคาก็ตามมาตรฐานของร้านบนห้างสรรพสินค้าแหละนะคะ โดยแต่ละเมนูถ้าอันไหนที่เผ็ด จะมีสัญลักษณ์พริกใส่ไว้ด้วยค่ะ แล้วก็ถ้าเมนูไหนที่เชฟแนะนำก็จะมีไอคอนตามภาพเลยนะคะพอหกโมงครึ่งตรงเป๊ะ อาหารก็เริ่มทยอยมาเลยหละค่ะ มาไล่กันเลยแล้วกันเนาะอันดับแรกเครื่องดื่มที่มาบริการก่อนเพื่อนเลยค่ะ มากันสองสีก่อนคือ Cotton Strawberry Athie ค่ะ สีชมพูตามภาพเลย ส่วนอีกตัวเป็น Viva La Kiwi Athie ค่ะ สีออกเขียวๆ หน่อย ของเราเลือกดื่มตัวคอตต้อนฯ นะคะ คุณผู้จัดการก็แนะนำให้คนก่อนดื่มค่ะ รสชาติเปรี้ยวนำ ซ่าด้วยโซดา ตัวสตรอเบอรี่ถ้าลองตักตัวตรงก้นๆ ตอนยังไม่คนมากินนี่เข้มข้นอาหย่อยค่ะ เราว่าเป็นเครื่องดื่มแก้เลี่ยนได้ดีนะคะจากนั้นเครื่องดื่มอีกสามตัวก็ตามมาค่ะ ก็จะเป็นสปาร์คกิ้งเอธี่ ไฟน์บลูเอธี่และรูบี้ออเรนจ์ค่ะ ไม่ได้ชิมเลยนะคะ แต่เอาหน้าตามาให้ดูกันว่าประมาณนี้อะค่ะจากนั้นจานแรกก็มาค่ะ กับสลัดไก่เคจั้น ผจก.ร้านบอกว่าเป็นการนำเนื้ออกไก่คลุกกับซอสเคจั้นทอดค่ะตัวผักมีขมบางอันนะคะ ไก่กรอบนอกนุ่มในดี แล้วก็มีกลิ่นหอมเวลาเคี้ยวค่ะ ถ้าใครชอบกินผักและของทอดก็เมนูนี้เลยนะคะต่อมากับข้าวยำไข่ข้นหมูรสจัดค่ะ ตัวนี้รสชาติออกแนวนัวๆ ค่ะ ตัวรสชาติของไข่เด่นค่ะ ออกแนวมันๆ ของไข่ เห็นมีคนชอบนะคะ แต่สำหรับเราอยู่ในระดับโอเคค่ะ แต่ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมายค่ะต่อไปค่ะเป็นข้าวผัดกิมจิเบค่อนกระทะร้อน คล้ายๆ ข้าวบิบิมบับเกาหลีหละค่ะ แต่รสชาติเผ็ดกว่านิดๆ สำหรับเราตัวนี้เฉยๆ น่ะค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่าเราไม่ใช่คนชอบกินบิบิมบับอยู่แล้ว (แต่ชอบกินกิมจิ ฮา) แต่ก็เห็นบางคนชอบนะคะต่อไปค่ะเป็น Pork Cutlet with Spicy Cabonara ค่ะ เมนูนี้เป็นทงคัตสึที่เสิร์ฟมาพร้อมกับต๊อกบ๊กกีราดน้ำซอสนะคะ รสชาติออกแนวหวานเผ็ด ชีสเด่นมากๆ หอมอร่อย แล้วมาแบบรสชาติหวานเผ็ดเป็นรสชาติที่เราชอบเลยค่ะ เลยโปรดกับเมนูนี้มาก ตัวต๊อกบ๊กกี่ก็แน่นหนึบสุดๆ (ผจก.เคลมว่าเป็นต๊อกบ๊กกี่คุณภาพดีด้วยค่ะ) เป็นเมนูหนึ่งที่เราชอบค่ะ เชียร์ค่ะตัวนี้ต่อไปค่ะเป็น Spam Spoon Pizza ใช้แป้งบางเฉียบ หนักชีส ซึ่งผจก.คนเดิมบอกว่าเป็นเมนูที่กำลังดังในเกาหลีเลยล่ะค่ะ เหมาะสำหรับชีสเลิฟเวอร์เลยหละค่ะ เพราะชีสนุ่ม กินคำพูนๆ จะฟินมากกก ตัวนี้ชีสไม่เด่นเรื่องความหอมนะคะ แต่รสชาติเต็มปากเต็มคำดีค่ะต่อไปค่ะกับเมนูใหม่ล่าสุดของทางร้าน Mentaiko Cream Fondue โดยใส่ครีมฟองดูในถ้วยมาค่ะ (แต่ในเมนูมีรูปที่ให้มาเป็นพอทบนเตาง่ะ) ตัวฟองดูเป็นครีมซอสผสมกระเทียม ครีมและไข่ปลาคอดด้วยนะคะ รสชาติมันชวนอ้วนมั่ก เสิร์ฟมาพร้อมกับเฟรนช์ฟรายด์และต๊อกบ๊อกกีทอดค่ะ ซึ่งก็ทอดมาได้ดีนะคะ ทอดกรอบแน่นดีค่ะ โดยตัวเมนไทโกะ คุณผจก.บอกว่าเป็นเกรดพรีเมียมด้วยนะคะ แล้วก็บอกว่าเมนูนี้เหมาะสำหรับปาร์ตี้ โดยกินคู่กับเบียร์จะฟินมากเมนูนี้สำหรับเรา เราว่ากินคู่กับแป้งต๊อกเข้ากว่าเฟรนช์ฟรายด์นะคะ ตัวแป้งต๊อกคุณภาพดีมาก นุ่ม แน่น แต่ถ้าเอาโดยรวมเรายังไม่ค่อยโดนกับเมนูนี้ค่ะ แต่เห็นหลายท่านปลาบปลื้มกัน คือสำหรับเราเราว่ารสชาติโดยรวมของเมนูมัน “เบา” ไป (แต่เรื่องความเข้มข้น มันของซอสฟองดูนั่นก็ต่างหากอะนะคะ) เลยยังไม่ค่อยถูกจริตตัวเองเท่าไหร่ค่ะต่อไปค่ะ กับอีกเมนูที่ใครหลายคน (รวมทั้งเราด้วย) ชอบค่ะ นั่นก็คือ คาลบี้โจลเมี่ยน (เขียนตามในเมนูนะคะ) ค่ะ เมนูนี้สมกับที่ทางผจก.ร้านบอกเลยค่ะว่า โจลเมี่ยนเป็นเส้นที่มีความสนุกและเป็นเอกลักษณ์ คล้ายสปาเก็ตตี้แต่เคี้ยวมัน เคี้ยวมันจริงจังค่ะ ตัวหมูผัดซอสคาลบี้และการคลุกกับฟิชซอสจากเกาะเจจู ซึ่งตัวฟิชซอส (เรียกน้ำปลาเหมือนบ้านเราได้มะ ฮา) ของเกาะเจจูจะเด่นกว่าที่อื่นของเกาหลี (ถ้าเทียบกับไทยก็น่าจะเป็นน้ำปลาที่มาจากระยองกระมังคะ) คือ จะมีกลิ่นและรสที่โดดเด่นกว่าค่ะ ซึ่งพอได้กินจริง ตัวน้ำซอสหอมเด่นมากค่ะ ไม่ข้นครีม แต่เข้มข้น มีกลิ่นเฉพาะตัวมาก แล้วก็มีรสหวานนิดๆ เลยเป็นอีกเมนูที่เราชอบค่ะต่อไปเป็นสแปมมาริ2 ค่ะ ผจก.บอกว่าปรับจากคิมบับ (ข้าวห่อสาหร่ายเกาหลี) ที่ข้างในมีหลายไส้ รสชาติไม่ชัดเจน ก็เลยมีการปรับให้เล็กลง รสจัดขึ้น แล้วก็เสิร์ฟร้อน ไม่เหมือนโคลด์คัทแบบร้านของญี่ปุ่นน่ะค่ะ ตัวไส้เป็นสแปม (แฮมหมูนำเข้าจากอเมริกา) ระหว่างไข่กับข้าวจะมีมอสซาเรลาชีสด้วยนะคะ ตัวนี้รสชาติจัดดีค่ะ อร่อย สาหร่ายเด่น โอค่ะ เป็นอีกเมนูที่อร่อยค่ะSquid Ink Mari หรือมาริหมึกดำนั่นเองค่ะ ตัวนี้คุณผจก.บอกว่า ถ้ามาร้านนี้แล้วไม่ได้กินนี่เหมือนไม่ได้มาร้านนี้กันเลยทีเดียวหละค่ะ หุๆ เป็นมาริที่ทำจากข้าวผสมกับหมึกดำที่นำเข้ามาจากสเปนค่ะ ตัวปลาหมึกย่างซอสเทริยากิ กับหัวไชเท้าดองรสเด็ดสูตรลับของทางร้านค่ะ สำหรับเราเราชอบตัวนี้นะคะ เป็นอีกตัวที่เราประทับใจค่ะ รสชาติเข้มข้นดี ตัวปลาหมึกหนึบแน่น มีกลิ่นของสาหร่ายโดดเด่นขึ้นมา แล้วก็เผ็ดตอนปลายหน่อยๆ พอแก้เลี่ยนค่ะ อร่อยสำหรับเราค่ะ แต่เพื่อนร่วมโต๊ะบางคนบอกธรรมดา (ฮา) แต่เราชอบหละค่ะ อร่อยอ้ะเมนูต่อมาค่ะกับพิซซ่าบุลโกกิ Bulgogi Spoon Pizza ตัวหน้าสีดำๆ นี่เป็นเนื้อนะคะ ข้าพเจ้ากินไปก่อนแล้วหนึ่งคำเต็มๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นเนื้อวัว (แต่ก็ทำให้มารีวิวได้หละค่ะ แฮ่...) ขออภัยเจ้าแม่กวนอิมไปเรียบร้อย สำหรับเมนูนี้ มีพริกช่วยตัดรสได้ดีค่ะ อร่อยไม่เลี่ยน เนื้อที่หน้าพิซซ่านี่ก็เป็นเนื้อผัดซอสบุลโกกินะคะ เป็นเมนูหนึ่งที่ชอบมากๆ ของมื้อนั้นค่ะ (เสียดายกินได้แค่คำเดียว)Melon Bing Su สำหรับเมนูนี้พิเศษมากๆ ตรงที่แต่ละสาขาจะมีบริการแค่ 10 ชุดต่อวันเท่านั้นค่ะ หมดแล้วหมดเลย ข่าวว่าบางคนไปเพื่อกินเจ้านี่แต่พลาดมาหลายหนแล้ว สำหรับเราก็โชคดีมากที่ไปกับวงในแล้วได้หม่ำนะคะ ราคาอยู่ที่ 350 บาทค่ะ (สูงเอาเรื่องเหมือนกัน) เป็นเมลอนที่น่าจะนำเข้าหละค่ะ ตรงกลางเป็นนมถั่วเหลืองเกล็ดหิมะ (ซึ่งถ้าไม่อ่านเมนูจะไม่รู้เลยค่ะว่ามันคือนมถั่วเหลือง ไม่มีกลิ่นของความเป็นถั่วเหลืองเหมือนทั่วไปนะคะ ไม่รู้ทำได้ไง) เป็นเมนูหนึ่งที่ทำเราฟินมากกก อร่อยค่ะ ตัวเมลอนหวานแน่น ตัวนมถั่วเหลืองเกล็ดหิมะเบานุ่มแต่แน่นและเข้มข้น หวานกำลังดี ไม่หวานจัด เวลากินต้องกินสองอย่างพร้อมกันคือ ลูกเมลอนกับนมถั่วเหลืองเกล็ดหิมะพร้อมกันนะคะจะฟินมาก จังหวะที่เข้าปากแล้วบดลงไปนี่ สุดฟินค่ะ รสชาติดี ชวนฝันมาก แอร๊ยส์ ปลาบปลื้มร้านนี้พ่อครัวเป็นคนไทยนะคะ แต่ไปเทรนกับพ่อครัวชาวเกาหลีอยู่ 3 เดือนเต็มๆ ค่ะ ซึ่งตัวอาหารที่ได้กินวันนั้น ส่วนใหญ่รสชาติโอเคเลยหละค่ะ หลายๆ จานนี่ชอบเลยสรุปสำหรับร้านนี้นะคะ มีหลายเมนูที่เชียร์สุดๆ อย่าง Bulgogi Spoon Pizza Pork Cutlet with Spicy Cabonara (ตัวนี้ตอนผจก.เสิร์ฟบอกว่าเป็นสไปซี่คาโบนาราต็อกบ๊กกี่นะคะ แต่พอไปดูในรูปหน้าตามันเหมือนเมนูนี้มากกว่า) และเมลอนบิงซู หรือเชียร์รองลงมาแต่ยังเชียร์ อย่างคาลบี้โจเหมี่ยน สแปมมาริ2 มาริหมึกดำค่ะ ส่วนเมนูอื่นๆ ก็เรียกว่าอร่อยไม่เสียปากหละค่ะ มีไม่ชอบเมนูเดียวคือ ข้าวผัดกิมจิเบคอนกระทะร้อนน่ะนะคะ นอกนั้นก็ถือว่าเป็นอีกมื้อที่ประทับใจในการกินมากๆ เลยหละค่ะ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
School Food อยู่ชั้น 4 สยามเซ็นเตอร์ เป็นร้านอาหารเกาหลีสไตล์ K-Modern ที่โด่งดังมีมากกว่า 100 สาขาทั่วโลก นำเอาเมนูง่ายๆทั่วไปมาประยุกต์เป็นเมนูที่หน้าตาดีขึ้นแฝงความร่วมสมัย กับบรรยากาศเอาใจวัยรุ่นวัยทำงาน ชวนให้มาเติมพลังไปพร้อมๆกับหยิบกล้องมาแชะจานอร่อยกันอย่างเพลิดเพลินเมนูเด่นของที่นี่ขอแนะนำ แมสซีฟ ต๊อกป๊กกี จานเบิ้มชวนแบ่งกันทานเสิร์ฟมาพร้อมกับมาม่าเกาหลี ไข่ต้มและเกี๊ยวเกาหลี รสซอสออกเผ็ดหวานที่ผมชอบมากเป็น ต๊อกป๊กกีสไปซี่คาโบนาร่า ที่มาแบบเผ็ดๆนิดๆครีมๆมันๆ กินแล้วไม่เลี่ยนมาพร้อมกับหมูพอร์คคัทเลทชิ้นโตมากกก!!!ข้าวผัดกิมจิเบคอน กับ ข้าวยำไข่ข้นเนื้อ ก็อร่อยแถมสนุกเพราะเสิร์ฟมาในกระทะให้ได้คลุกกันเองร้อนฉ่าร้อนฉ่า มาริ หรือข้าวปั้นเกาหลีไส้ต่างๆก็อร่อยกินได้พอดีคำ ซิกเนเจอร์ยกให้ มาริหมึกดำไส้ปลาหมึกเนื้อกรุบอีกเมนูที่พลาดไม่ได้คือโจลเมี่ยนหมูคาลบิ เส้นเหนียวหนึบเคี้ยวเพลินกับหมูผัดซอสหวานหอม ชอบมากครับจานนี้ พิซซ่าชีสเยิ้มที่กำลังฮิตที่เกาหลีเป็นการแปลงโฉมเสิร์ฟร้อนมาในจานให้ตักกินได้เลย ยืดเยิ้มยืดเยิ้ม ตั้งชื่อว่า Spoon Pizza เพราะกินแบบใช้ช้อนตักนั่นเองปิดท้ายด้วยของหวานที่มีเพียงวันละ 10 ที่เท่านั้น ห้ามโทรจอง มาก่อนได้กิน เมล่อน บิงซู มาให้ชื่นใจกันเต็มๆแบบนี้ เนื้อเมล่อนหวานฉ่ำกับไอศกรีมนมสไลซ์ โดนใจทุกคนแน่นอนโดยเฉพาะสาวๆ อิอิ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)