7
1
0
3-min walk from Exit 2, Nana BTS Station continue reading
Telephone
02-254-0404
Introduction
The Huntsman เป็นร้านผับแอนด์เรสเตอรองท์ที่อยู่บริเวณชั้นใต้ดิน ของโรงแรม The Landmark Bangkok มีวงดนตรีสดเพราะๆ มาเล่นให้ฟัง เหมาะกับการพักผ่อนช่วงหลังเลิกงาน continue reading
Opening Hours
Today
11:30 - 02:00
Mon - Sun
11:30 - 02:00
Payment Methods
Visa Master AMEX Cash JCB Diner
Number of Seats
180
Other Info
Open Till Late
Restaurant Website
http://www.landmarkbangkok.com
Review (8)
รีวิวนี้ จะพากันไปอิ่มอร่อยแบบเนื้อ ๆ เน้น ๆ กันครับกับธีม บุฟเฟ่ต์ Sunday Roast ที่ห้องอาหาร Huntsman Pub,ชั้นใต้ดินโรงแรม The Landmark Bangkok Hotel.ในราคาเพียง 790 บาท ++ (930 บาท net)แต่มีโปรโมชั่นไป 4 จ่าย 2 ซึ่งลดแล้วคุ้มสุด ๆ เหลือเพียงคนละ 465 บาท net รวมชาและกาแฟแล้วครับส่วนน้ำเปล่า ซอฟท์ดริ๊งค์ และแอลกอฮอล์ซื้อเพิ่มเติมได้ปกติแถมนั่งได้ยาว ๆ ตั้งแต่ 11.30 - 16.00 น. ยาว 4 ชั่วโมงครึ่งกันเลยแถมอีกแถม เมื่อถึงช่วงเวลา 15.00 น. จะเริ่ม Happy Hourก็ยังสามารถสั่งเครื่องดื่ม(บางชนิด เช่น เบียร์ในประเทศ)แบบ 1 แถม 1 ได้อีกด้วย !!!ธีม Sunday Roast นั้น ตอบสนองคนที่เป็น meat lover แบบบุฟเฟ่ต์เลยครับ เพราะไลน์อาหารที่จัดวางอยู่ด้านหน้าห้องอาหารนั้นแม้จะไม่เยอะมากมายเหมือนบุฟเฟ่ต์นานาชาติ แต่ก็เน้น ๆไปด้วยอาหารยอดนิยมของห้องอาหาร Huntsman Pub ครับมีอะไรกันบ้างนั้น มาไล่ดูกันเลยครับเริ่มจากไลน์แรกที่เป็นของเบา ๆ เพื่อสุขภาพและเรียกน้ำย่อยกับไลน์สลัด โคลด์คัท ของทานเล่นต่าง ๆ และแซลมอนรมควันตามมาด้วยไลน์ซุป ขนมปังและชีสต่อกันด้วยไลน์อาหารสำเร็จ ที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของห้องอาหารอาทิ เช่น สตูว์เนื้อวัวและเบียร์ดำ(กินเนส), พายแกะ,อาหารทะเลผัดเครื่องเทศ, ไก่อบซอสเทริยากิ และมันบด เป็นต้นมากันที่ไลน์อาหารที่เป็นไฮไลท์ ก็คือ Roast & Carving Station นั้นมีทั้ง เนื้อวัวอย่างดีอบ,ขาแกะนิวซีแลนด์อบ, แฮมอบน้ำผึ้ง และไก่อบสมุนไพรให้เลือกทานอย่างเต็มที่ จะเอาหนาเอาบาง ส่วนไหน แจ้งเชฟได้เลยครับปิดท้ายกันด้วยไลน์ของหวาน มีทั้งเค้ก พาย ไอศกรีม และผลไม้ให้ได้เลือกอีกพออิ่มกันเลยครับเดินดูไลน์เสร็จแล้ว ก็เข้ามายังภายในห้องอาหารเก็บบรรยากาศเล็กน้อย เผื่อใครอยากนั่งมุมไหนตอนโทรจองก็แจ้งได้ครับแล้วผมก็มายังโต๊ะที่ได้โทรมาจองไว้ครับ เป็นโซฟาแบบนี้อุปกรณ์บนโต๊ะ ผ้ารองจาน ผ้าเช็ดปากและมีด+ส้อม พร้อมดูเมนูเครื่องดื่มกันสักนิด ผมไม่พลาดอยู่แล้วที่จะสั่งแอลกอฮอล์ครับเมนูเครื่องดื่มแบบแอลกอฮอล์และไม่แอลกอฮอล์ มี 2 หน้ากับป้ายตั้งโต๊ะอีก 1 ป้ายเล็กผมเลือกสั่งไปทีเหมาะกับอาหารที่จะตักมาทานครับ มีอะไรบ้างเดี๋ยวมาดูกันต่อ สั่งไปแล้วก็เดินไปตักอาหารครับรอบแรกไปตักมาเป็นพวกโคลด์คัท ผักย่าง ค็อกเทลกุ้ง ยำและแซลมอนรมควัน รสชาติและคุณภาพดีเลยครับ อร่อยทุกตัวเลยจากนั้นเป็นคิวของเนื้ออบราดมาด้วยซอสเกรวี่, ซอสเห็ดและซอสพริกไทยดำ ราดมาครบเลยครับจับคู่กับไวน์แดง Cabernet Sauvignon จาก Chile (320 บาท/แก้ว)ได้อย่างลงตัวเลยถัดมากับ 4 สหายในไลน์สำเร็จที่ผมตักมาตั้งแต่พายแกะ หอมอร่อยสตูว์เนื้อเบียร์ดำ นุ่มละมุนกลมกล่อม นุ่มขนาดไหนลองดูวีดีโอนี้ได้เลยนะครับ ทะเลผัดเครื่องเทศ ก็รสดีมีไก่เทริยากิที่หวานไปหน่อยครับ แต่เนื้อไก่นุ่มชุ่มฉ่ำถัดมาเป็นจานเนื้ออีก 2 จานที่ไปตักมากับแฮมอบน้ำผึ้ง และ ไก่อบสมุนไพรและก็ขาแกะอบ อร่อยทุกจานเลยครับเก็บภาพหมู่ เต็มโต๊ะเลยหลังจากนั้นสั่งค็อกเทลไปครับ เป็น Blue Hawaiian (300 บาท/แก้ว)มาดูลีลาการ Shake ของ Bartender กันสักเล็กน้อยครับหน้าตาออกมาเป็นแบบนี้ ทานคู่กับอาหารได้หลายอย่างเลยโดยเฉพาะอาหารทะเลตามด้วยเบียร์ดำ กินเนส Guinness (330 บาท/แก้ว) ที่ผมโปรดปรานฟองนุ่มละมุน รสชาติเข้มแบบสุภาพบุรุษเต็มขั้นดูพรายฟองที่ในวีดีโอนี้ได้เลยครับ ทำให้อยากดื่มเพิ่มเป็น 10 เท่า แล้วก็วนทานอีกหลายรอบ หลาย ๆ อย่างขนมปังกับชีสก็เด็ด แถมมีอกเป็ดรมควันมารอบหลังอีกด้วยครับจบของคาวต่อด้วยของหวานทั้งเค้ก เบรดพุดดิ้ง ไอศกรีม รสชาติดีเต็มอิ่มกันเลยครับก็เป็นอีก 1 ไลน์บุฟเฟ่ต์วันอาทิตย์ที่รันเวลายาวมาก ๆแถมยังสามารถต่อเนื่องกับ Happy Hour ได้อีกด้วยถ้ามา 4 จ่าย 2 ยิ่งคุ้มที่สุด แม้อาหารจะน้อยชนิดแต่ว่าทุกชนิดที่นำมา ก็คือคัดมาแล้วที่โดดเด่นของห้องอาหารHuntsman Pub แห่งนี้ครับสนใจสำรองที่นั่ง ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่Huntsman Pubเวลาเปิด-ปิดทุกวัน 11.30 a.m. – 02.00 a.m.Sunday Roast 11.30 a.m. – 04.00 p.m.จำนวนที่นั่ง : 180 สนใจติดต่อสอบถามและจองที่นั่งได้ที่Tel : 0-2254-0404 ต่อ 4045http://www.landmarkbangkok.com/huntsman-pubhttp://www.facebook.com/TheLandmarkBangkokE-mail : fb@landmarkbangkok.comขอให้มีความสุขกับการทานอาหารมื้อวันอาทิตย์กันอย่างเต็มอิ่มนะครับ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
สำหรับวันนี้ก็จะพาไปหม่ำโดยเป็นการไปหม่ำกับก๊วนของสมาชิกโอเพิ่นไรซ์อีกแล้วนะคะ โดยครั้งนี้ทางเว็บและแอพฯ โอเพิ่นสแน็ปได้ชวนทั้ง user ระดับท็อปและสมาชิกที่ร่วมสนุกไปรับประทานอาหารค่ำกันที่ The Huntsman Pub ซึ่งอยู่ที่ชั้นใต้ดินของ The Landmark Bangkok ค่ะเปิดรีวิวด้วยภาพของเชฟร้านนี้แล้วกันนะคะ แอร๊ยส์... (อมยิ้มขวยเขิน...เอ่อ..ได้ข่าวว่าเค้ามีแฟนแล้วนะป้านะ แง Smiley )ท่านนี้คือเชฟ Jakub Mares มาจากปรากค่ะเรานำรถไปจอดที่โรงแรมเช่นเคยหละนะคะ สำหรับทางไปที่นี่ค่อนข้างลึกลับซับซ้อนอยู่เหมือนกันค่ะ เราจอดรถที่ชั้น 2B มันจะเป็นลิฟท์จากลานจอดรถ แล้วต้องเดินไปตามทางเดินวกไปวกมานิดหน่อยก็จะถึงร้านอาหารค่ะ (ที่จริงถ้าไปลงลิฟท์อีกตัว มันจะโผล่ที่ด้านหน้าห้องอาหารได้เลยค่ะ แหะๆ)หน้าตาของร้านอาหาร (หรือผับ) แห่งนี้นะคะที่นั่งของก๊วนโอเพิ่นไรเซอร์จะอยู่ตรงด้านหน้าวงดนตรีเลยค่ะ วงเล่นเพราะทั้งสองวงเลย (เราอยู่ฟังได้แค่สองวงน่ะค่ะ) ตอนเราเข้าไปเค้าร้องเพลง ฺBaby, can I hold you ด้วย เพลงโปรดเราเลยยยย ปลื้มๆ Smileyset up บนโต๊ะและเมนูเครื่องดื่มของทางร้านค่ะ ตัวเมนูอาหารทางโอเพิ่นไรซ์จัดการไว้ให้แล้ว ก็เลยไม่มีเมนูอาหารมาถ่ายให้ดูนะคะ แหะๆเมนูเครื่องดื่มของเราและโอเพิ่นไรเซอร์ท่านอื่นๆ ค่ะแก้วทรงสูงๆ สีส้มน้ำตาลคือ Cosmopolitan ค่ะ เจ้าของบอกว่าเปรี้ยวนำนะคะอีกแก้วดูหน้าตาก็ชัดเจนนะคะ เป็น Virgin Mogito (ไม่มีแอลกอฮอล์ค่ะ)เครื่องดื่มตัวต่อไปเป็นซิกเนเจอร์ของร้านค่ะกับ Watermint Coolerส่วนสีส้มๆ แดงๆ นั่นคือ Fruit Punch (no alcohol)ที่ปั่นๆ นั่นคือกามิกาเซ่ปั่นค่ะที่มีเชอรี่ที่ก้นอ น้ำใสๆ คือ Knock out นะคะ เจ้าตัวบอกว่า รสออกหวานนำ มีความซ่าขึ้นจมูกค่ะของเราเป็น Virgin Magarita นะคะ ที่หน้าตาเหมือนมาการิต้านั่นแหละค่ะ มีเกลือขอบแก้ว รสชาติเปรี้ยวมาก ออกแนวกินน้ำมะนาวหละค่ะ เราชอบนะ นี่พิมพ์ไปยังน้ำลายสอไป แหะๆ ที่นี่มีโปรโมชั่นในวันอังคารด้วยนะคะ นั่นคือลดค่าอาหาร 50% ในทุกเมนูอลาคาร์ทค่ะส่วนรูปล่างเป็นรูปหมู่ของคนที่ไปวันนั้นพร้อมเชฟและผู้จัดการ F&B - คุณวินิจนะคะสำหรับเดอะฮันส์แมนผับเป็น Traditional British Pub ที่เปิดมานานถึง 27 ปีแล้วหละค่ะ ซึ่งคุณวินิจก็บอกว่า สำหรับเมนูที่ให้เราได้ชิมกันวันนี้นั้นเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่ทั้งสิ้นเลยนะฮับมาที่เมนูแรกกันเลยค่ะกับขนมปัง จะมีด้วยกันสองแบบนะคะ แบบแรกเนื้อไม่ค่อยแน่นเหนียวเท่าไหร่ค่ะ ส่วนอีกอันจะมีกลิ่นมิ้นท์ๆ มาด้วยนะคะ แต่ขนมปังยังไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ค่ะต่อไปค่ะ กับสลัด ชีสตู้ม เครื่อง (เบคอน) เยอะมาก ตัวเบคอนกรอบ ไม่เค็มมาก น้ำสลัดไม่เยอะมากเกินไปจนกลบรสผักนะคะ โอค่ะจานนี้ต่อไปค่ะกับเมนู BBQ Pork Spare Ribsmenu นี้เรียกได้ว่าเป็นเมนูที่เราชอบที่สุดของมื้อนั้นนะคะ เนื้อหมูนิ่มล่อน รสชาติดี (ออกหวานนิดๆ) โคล์วสลอว์ที่แนมมาด้วยมีกลิ่นเครื่องเทศ (ไม่แน่ใจว่าอบเชยหรือเปล่านะคะ) นิดๆ ด้วยค่ะ แต่เราว่าไม่ค่อยเด่นเท่าไหร่นะคะมันฝรั่งที่มาด้วยกันค่ะ มาตรฐานปกติทั่วไปนะคะต่อไปค่ะกับเมนูขวัญใจหลายๆ คนในวันนั้นแก้มวัวตุ๋นกินเนสสำหรับเมนูนี้ แก้มวัวนุ่มดีค่ะ รสชาติเค็มนำนิดๆ เนื้อส่วนแก้มมีกึ่งๆ มัน กึ่งๆ เอ็นปนนิดๆ กำลังดีนะคะ เคี้ยวสนุกดีๆ ไม่มีกลิ่นเครื่องเทศนัก ตัวสัมผัสดีค่ะ แต่รสและกลิ่นยังไม่สุดเท่าที่เราเคยกินที่อื่นนะคะ คือในซอสที่ตุ๋นมามีกลิ่นเครื่องเทศและเข้มข้น แต่ยังเข้าถึงเนื้อไม่สุดน่ะค่ะต่อไปค่ะกับเชพเพิร์ดพายmenu นี้กลิ่นแกะชัดค่ะ แต่เนื้อแกะแน่นดี มันฝรั่งที่โปะมาข้างบนก็นัวๆ รสชาตินี่พอกินด้วยกันทั้งสองตัวแล้วเข้ากันได้คีค่ะต่อไปค่ะ แหม..มาผับอังกฤษจะพลาดได้อย่างไรฮับกับฟิชแอนด์ชิปส์ เมนูนี้ทำจากปลาโอนะคะ เค้าทอดมาไม่กรอบมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทิ้งไว้นานกว่าจะได้กินหรือเปล่า ความกรอบอาจจะดร็อปลงน่ะค่ะ เนื้อปลาชุ่มฉ่ำดี เฟรนช์ฟรายด์ก็ปกติทั่วไปนะคะ ถั่วที่มาด้วยก็มากำลังดี ไม่นิ่มเกินค่ะ ยังมีความเป็นถั่วให้เคี้ยวนะคะกินกันสักพัก ตามสไตล์โอเพิ่นไรซ์ ก็ต้องมีกิจกรรมร่วมสนุกเพื่อรับของที่ระลึกจากทาง Openrice และ OpenSnap รวมทั้งจากทางแลนด์มาร์คและฮันส์แมนผับด้วยนะคะของเราเช็คอินพร้อมโพสต์ภาพเชฟ (กรั่กๆ) เลือกมาเป็นกระเป๋าผ้าเนื้อดีสองใบของแลนด์มาร์คตามภาพค่ะ ส่วนตุ๊กตาหมี (ซึ่งมีชื่อทั้งสองตัวด้วยนะเอ้า) เป็นของชายหนุ่มที่มาร่วมงานค่ะ อย่างฮา เป็นชายหนุ่มแต่เลือกตุ๊กตาหมี (ไปฝากคนที่บ้านค่ะ) ทั้งคู่เลยอ้ะ Smileyมาที่ของหวานกันค่าาเมนูแรกคือ เบรดพุดดิ้งค่าสำหรับเมนูนี้ หอมหวาน อร่อยมากๆ ค่ะ ชอบนะคะ ตัวสัมผัสออกนิ่มหยุ่นๆ อารมณ์คล้ายๆ หม้อแกงแต่แน่นมากกว่าและกลิ่นกับรสไม่เหมือน อร่อยค่ะต่อไปค่ะกับเมนูแอปเปิ้ลครัมเบิ้ล ซึ่งที่นี่จะเสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีมนะคะเมนูนี้ตัวข้างบนกรอบกำลังดีค่ะ แอปเปิ้ลเปรี้ยวนิดๆ กินกับไอติมวานิลาแล้วจะกำลังดี อร่อยขึ้นมากกว่ากินตัวแอปเปิ้ลครัมเบิ้ลเปล่าๆ ค่ะ ถือว่าเป็นการแมทช์ที่ดีนะคะ ตัวไอศกรีมวานิลานี่อร่อยมาก เข้มข้นหอม แต่กินแยกกัน รสก็ไม่ได้โดดเด่นเท่ากินคู่กันด้วยนะคะ ประทับใจการแมทช์ของคู่นี้มาก (เราว่าศิลปะการแมทช์อาหารสองอย่างเพื่อส่งรสกันนี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งนะคะ เหมือนของไทยเรามีว่ากินแกงส้มต้องกินกับปลาสลิด หรืออื่นๆ เป็นต้น แมทช์แล้วอาหารต้องยิ่งอร่อยขึ้นค่ะ มันถึงจะใช่เลย )โดยรวมเมนูของคาวอยู่ในระดับดีค่ะ ว้าวสุดคือบาร์บีคิวซี่โครงหมู แต่ที่เซอร์ไพรซ์คือของหวานที่นี่อร่อยทั้งสองตัวเลยนะคะ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
ห่างหายจากการเขียนรีวิวไปนานพอสมควร คราวนี้เป็นผู้โชคดีได้ไปร่วมก๊วนชวนกินครั้งที่ 33 ที่ The Huntsman Pub ที่โรงแรมแลนด์มาร์ด กรุงเทพฯ ซึ่งจะบอกว่าวันนั้นรถติดมาก เพราะขับรถไป กว่าจะไปถึงก็เกือบๆ ทุ่มละร้านนี้อยู่ชั้นใต้ดิน กว่าจะหาเจอก็งงเล็กน้อย เพราะเดินมาจากลานจอดรถมาถึงทางทีมงานก็ให้เลือกสั่งเครื่องดื่ม เย็นๆ ก่อนเลย เราก็เอาแบบเบาๆ ก็แล้วกันอันนี้เป็น Kamikaze แต่มาเป็นสีขาว (ปกติเห็นแต่สีฟ้า สีแดง) รสชาติอร่อยกำลังดี มีแอลกอฮอล์เล็กน้อยหลังจากทุกคนมาพร้อมหน้ากันก็ได้เวลากล่าวเปิดงานโดยทีมงานของ Openrice และทาง ผู้จัดการของโรงแรมแลนด์มาร์กเริ่มต้นกันด้วยซีซ่าร์สลัด ผักกรอบๆ น้ำสลัดก็อร่อยดีทีเดียว อร่อยใช้ได้เหมาะกับเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยตามมาด้วย BBQ Pork Spare Ribs เสิร์ฟมาพร้อมกับซอส BBQ และโควสลอว์ เนื้อ BBQ นุ่มมากชนิดที่เรียกว่าร่อนออกจากกระดูกทีเดียวต่อมาอีกจานเป็น Fish & Chips เสิร์ฟมาพร้อมกับเฟรนฟรายด์และถั่วลันเตา เนื้อปลากรอบนอกนุ่มใน แต่น่าเสียดาย จานนี้อมน้ำมันไปนิด ถ้าไม่อมน้ำมันจะอร่อยกว่านี้Shepherd's Pie จานนี้เป็นเนื้อแกะ ดูแล้วคล้ายๆ น่าจะเป็นของหวานมากกว่า แต่ก็อร่อยดีจานนี้เป็น Beef Guinness เป็นเนื้อแก้มวัวหมักกับเบียร์ดำ เสิร์ฟมาพร้อมกับมันบด และก็แครอท เผอิญว่าเป็นคนไม่กินเนื้อ จานนี้เลยไม่ได้ชิมมาดูของหวานกันบ้างเป็น Bread and Butter Pudding รสชาติหวานๆ อร่อยดีจานนี้เป็น Apple Crumble เผอิญจานนี้ไม่ได้ชิมเลยไม่รู้ว่ารสชาติเป็นไง แต่คนที่ชิมๆ ไป ก็ว่าอร่อยดี สุดท้ายก่อนกลับก็มีการแจกของรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านกันทุกคน และท้ายสุดก็ขอขอบคุณทีมงาน Openrice ที่ได้เชิญไปร่วมงานก๊วนชวนกินด้วย  continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
ได้มีโอกาสมาร่วมกิจดรรมกับก๊วนชวนกินอีกครั้ง ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 33 แล้วน้าาาาาาาครั้งนี้ทาง Openrice ได้พาเราไปลิ้มลองอาหารสไตส์อังกฤษ ที่ The Huntsman Pub อยู่ในโรงแรม The Landmark Bangkok ซึ่งห้องอาหารนี้ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดินค่ะ แอบงงเล็กน้อยตอนเข้าไปโรงแรมไม่รู้ว่าห้องอาหารอยู่ที่ไหน ไปก็ไปสายอีกสายอีกแล้ว วิ่งวนเล็กน้อยกว่าจะหาเจอ เข้าไปนั่งก็ทุกๆ คนก็ได้เตรียมตัวทานอาหารกันแล้วก็เลยไม่ได้พูดคุยอะไรกับใครเลยค่ะ มาถึงก็กิน 5555มาดูบรรยากาศกันก่อนเนอะ มีของรางวัลมาเตรียมแจกพวกเราเยอะแยะเลยทั้งตุ๊กตาและกระเป๋าค่ะมีนักร้องและนักดนตรีมาขับกล่อมให้เราเพลินๆ ไปกับมื้ออาหารด้วยค่ะ ระหว่งที่ได้นั่งทานก็มีอยู่ 2 วงนะคะ ส่วนมากไม่ค่อยได้ฟังมัวแต่กิน แต่ก็ปรบมือให้นะคร้าาาาแอบเสียดายไปหน่อยที่ห้องอาหารเป็นห้องอาหารกึ่งผับทำให้บรรยากาศออกสลัวๆ เลยถ่ายรูปได้ไม่ค่อยชัดค่ะ มัวบ้าง มืดบ้าง ได้ดีแค่นี้แหละค่ะ นี่คืออาหารบนโต๊ะอาหารของเรานะคะ มีอาหารตั้งหลายอย่าง เรามาดูแต่ละอย่างนะคะเคื่องดื่มมีหลายอย่างค่ะ ทั้ง Fruit Punch, Kamikaze, Virgin Margarita, Mojito, Cosmopolitant, Knock Out, Watermint Cooler แก้วไหนเป็นอะไรก็จำไม่ได้นะคะ จำได้แต่แก้วแรกคือ Fruit Punch ของเราเอง รสชาติเข้มข้นอร่อยดีค่ะส่วนอาหารนะคะก็มีทั้งของคาวและหวาน มาดูของคาวก่อนก็จะมี Huntsman Pub Caesar Salad, BBQ Pork Space Ribs, Fish & Chip, Beef Guinness และ Shepherd's Pie Huntsman Pub Caesar Salad เป็นสลัดที่อร่อยมากๆ เลยค่ะ หอมและเข้ากันมากๆBBQ Pork Space Ribs ซี่โครงหมูย่างซอสบาร์บีคิว เมนูนี้อร่อยค่ะ เนื้อนุ่มไม่เหนียวราดกับซอสเข้ากันพอดีFish & Chip เป็นเมนูที่ชอบมากที่สุดค่ะ เฟรนฟรายส์ก็อร่อย ยิ่งเนื้อปลาแล้วนะคะ นุ่มและไม่เหม็นคาวด้วย ตัวซอสก็มีรสเข้มข้น ทานกับเนื้อปลาอร่อยมากๆ ค่ะBeef Guinness เป็นเนื้อแก้มวัวหมักกับเบียร์ดำ เมนูนี้ขอบายค่ะเพราะไม่ทานเนื้อวัวเฟรนฟรายส์นุ่มๆ กรอบๆ อร่อยไปอีกแบบ จิ้มกับซอส ฟินค่ะขนมปังกับเนย เมนูนี้ก็ไม่ได้ทานค่ะShepherd's Pie เมนูนี้เป็นเนื้อแกะค่ะ ปกติก็ไม่ได้ทานเนื้อแกะ ก็เลยแอบชิมไปหน่อยๆ ก็อร่อยดีนะคะส่วนของหวานก็จะมีอยู่ 2 อย่างค่ะ คือ Bread and Butter Pudding และ Apple Crumble อร่อยทั้งสองอย่างเลยค่ะ ทานแล้วแอบงงว่าอะไรทานคู่กับอะไร 555 ขอปิดท้ายด้วยตุ๊กตาน่ารักๆ จากโรงแรมที่ได้ติดไม้ติดมือกันกลับบ้านไปนะคะ เราได้สีน้ำเงินค่ะ แต่ลงสีนี้เพราะสีนี้สวยกว่า 555 continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
โด้ได้ไปร่วมกิจกรรมสนุกๆอย่าง OpenRice Party “ก๊วนชวนกิน” ครั้งที่ 33 กะเค้าด้วยครั้งนี้จัดที่ ฮันส์แมนผับ ผับสไตล์อังกฤษของโรงแรม แลนด์มาร์ค กรุงเทพบรรยากาศสนุกสนานเป็นกันเองกับพื่ๆเพื่อนๆและทีมงาน OpenRice ที่นานๆจะได้เจอตัวเป็นๆกันบวกกับบรรยากาศของ ฮันส์แมนผับ ที่คึกคักด้วยเสียงเพลงและผู้คนที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศจนบางอารมณ์นึกว่าอยู่อังกฤษแล้วเด็กไทยนัดรวมกลุ่มปาร์ตี้กันเลยทีเดียว... 555อาหารในงานโดยรวมวัตถุดิบสดสะอาดดี รสมือทำได้เข้มข้นถูกปากเลย แถมเครื่องดื่มก็จัดแบบเต็มที่ขอบคุณ OpenRice และทีมงานทุกๆท่านสำหรับปาร์ตี้เป็นกันเองสนุกๆและเลือกร้านอาหารอร่อยๆให้ได้ชิมกันขอบคุณ คุณวินิต, Chef Jakub, และเจ้าหน้าที่โรงแรม แลนด์มาร์ค กรุงเทพ ทุกๆท่านที่ดูแลโด้เป็นอย่างดีหลังจากงานนี้รับรองมีไปซ้ำเองแน่นอนครับ.รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.reviewnowz.com/the-landmark-bangkok-huntsman-pub-openrice-party-33/รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.reviewnowz.com/the-landmark-bangkok-huntsman-pub-openrice-party-33/ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)