6
0
0
Telephone
02-679-1200
Good For
Casaul Dining
Group Dining
Opening Hours
Today
18:00 - 22:30
Mon - Sun
18:00 - 22:30
Payment Methods
Visa Master AMEX Cash
Number of Seats
150
Other Info
Online Reservation
Parking
Service Charge
Serves Liquors
Corkage Fee
Private Party Area
Reservation
Tax Invoice
Air-conditioned
Open-air
Restaurant Website
http://www.banyantree.com
Above information is for reference only. Please check details with the restaurant.
About Reward Scheme
Signature Dishes
Capsicum and Broiled Lobster Chinese Spinach Lemongrass Beurre Blanc Marinated Tuna Tartar with Salmon Roe Rosemary Scented Over Roasted Rack of Lamb Tabouleh
Review (9)
Level1 2023-05-14
61 views
Tonight is my husband birthday. I’m so surprised one of the staff who calls b”Benz” is so supportive he prepared cake and little gift to us , so sweet and helpful. It’s was an amazing experience for us! I will highly recommend to my all friends to vertigo continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
Level3 2013-01-30
778 views
มาถึงตอนสุดท้ายกันแล้วนะครับสำหรับมหากาพย์ Roof Top Dining4 Course Set นี้ชื่อว่า Pandora Set ประกอบไปด้วยจานแรกเป็นทูน่าครับ เนื้อปลาทูน่านำมาสับเป็นชิ้นหยาบๆทานคู่กับซอสครีมวาซาบิ ความสดของเนื้อปลาที่ยังเด้งดึ๋งประกอบกับกลิ่นวาซาบิบางๆไม่ฉุนทำให้จานนี้เรียกน้ำย่อยได้ดีไม่ใช่น้อยจานต่อไปเป็นซุปฟักทองครับ ซุปฟังทองที่นี่ไม่หวานครับ จะมีกลิ่นฟักทอง แต่รสชาติจะเค็มๆมันๆ มีวิธีการเสิร์ฟเดียวกับ ซุปลอฟสเตอร์ครับมาถึง Main Dish ครับ เป็นเนื้อ Tenderloin Steak สุกแบบ Medium เนื้อ Tenderloin ข้างนอกเกรียนข้างในฉ่ำๆ ทานคู่กับมันฝรั่งบด ราดด้วยน้ำเกรวี่ อร่อยสุดๆครับส่วนของหวานสำหรับ Pandora Set ก็คือ ข้าวเหนียวมะม่วงครับ มะม่วงสุกหอมหวานทานคู่กับข้าวเหนียวมูลสีดำมันๆ ราดด้วย Mascapone แทนกะืืิทิ ทำให้รสชาติของข้าวเหนียวมะม่วงจานนี้หอมหวานขึ้นเป็นกองครับสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังหาร้านอาหารบรรยากาศดีๆ สำหรับค่ำคืนพิเศษ Vertigo Grill & Moon bar ถือว่าเป็นอีกแห่งที่เพื่อนๆน่าจะไปกันนะครับรับรองว่ามาที่นี่ไม่ผิดหวังร้านนี้จัดไป 9.5/10 ติดตรงที่ราคาแพงไปนิดครับ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
Level2 2012-10-31
302 views
วันก่อนเห็นปลื้ม ลูกชายคุณชวน หลีกภัย ขอแฟน (ทับทิม มัลลิกา) แต่งงานออก TVนึกไปนึกมา ก็แอบคิดว่าเราจะขอแฟนเราแต่งงานทีไหนดี ขอแบบไหนดี และยิงมุขไรดีก็นึกขึ้นได้ว่า ปีที่แล้ว เราเป็นคนแนะนำเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่ประถมให้เขาขอแฟนเขาแต่งงานที่ร้าน Vertigo จำได้ว่าเคยไปทานที่ร้านนี้ 2-3 ครั้ง ไปช่วงใกล้ๆ X'Mas บรรยากาศสุดยอดมาก เพราะว่าอากาศดี เย็นหน่อยๆ สบายๆ มองไปรอบๆ เห็นแสงไฟช่วงวัน X'Mas ที่เปิดอยู่เต็มเมือง เคยไปกับครอบครัวครั้งนึง และเคยพาแฟนไปเดทครั้งนึง แต่เสียดาย ตอนนั้นเป็นแฟนเก่าแฟนคนปัจจุบันยังไม่เคยพาไป กะว่ายังไม่พาไป เพราะกลัวเดี่ยวเขารู้ไต๋ทัน ไว้ถ้า sure แล้ว และคิดว่าจะขอแต่งงาน แล้วค่อยพาไป หลังจากนั้น ค่อยพาไปเวลาเป็น anniversary หรืออะไรประมาณนั้นแต่อย่างนึงที่บอกได้ก็คือว่า ถึงแม้ราคาอาหารจะแพงเหนือจินตนาการ แต่ confirm ว่าถ้าพาคนพิเศษไป และไป romantic กันละก้อ คุ้มแน่นอน ไม่ผิดหวังแน่นอน อาหารอร่อยครับ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับขึ้นเทพหรอกนะ ถ้าคุณเป็นคนไม่กลัวความสูง และชอบบรรยากาศ Open Air คุณก็คงจะเคลิ้มไปกับบรรยากาศ เรื่องสถานที่นั้น ไม่ต้องห่วงครับ มันอยู่ในโรงแรม Banyan Tree เพราะฉะนั้น สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่จอดรถ ok facility โดยรอบเช่นห้องน้ำหรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆระดับ 5 ดาวครับ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
Level3 2012-10-14
277 views
Vertigo Moon Bar เป็นอีกที่ ๆ ถูกแนะนำไว้ในหนังสือ Lonely Planet เป็นที่ ๆ เหมาะไปชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกอีกจุดของกรุงเทพฯ ขึ้นไปเลยเจอแต่ชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ราคาเครื่องดื่มที่นี่เริ่มต้นที่ 200++ ส่วน snack นั้นเติมฟรีได้ตลอด ๆ แถมรสชาติดีด้วย แต่ก็เติมพอประมาณดีกว่า สำหรับอาหารนั้นไม่ได้ลองเพราะราคาสูงไปนิดนึง เลยขอขึ้นไปจิบอะไรเย็น ๆ พร้อมกับดูพระทิตย์ลับขอบฟ้าเบา ๆ Snack เบา ๆ เติมได้ตลอด ๆ นั่งชมพระอาทิตย์ตกดินมีความสุขมาก!!!!!!แสงสุดท้าย continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
มาต่อกันเลยครับ เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน เพราะยังมีแต่อาหารเบาๆ ทานแต่บรรยากาศอิ่มใจ แต่ไม่อิ่มท้อง จานที่ 3 ก็มาต่อ (ขอแก้ความเข้าใจผิดนิดนึงจากตอนที่แล้ว ออเดิฟแก้วแรกไม่นับในคอร์สเมนู 5 อย่างครับ เหมือนเป็นแบบอาหารว่างเสริฟทุกโต๊ะอยู่แล้ว) อ้อแล้วก็ลืมบอกไปอีกอย่างทุกจานคือเค้าแบ่งมาสำหรับ 2 คน จริงๆเป็นคอร์สสำหรับทานคนเดียว ปริมาณจริงๆ ทานคนเดียวก็ไม่น้อยเหมือนภาพครับ ก็คูณสองไปได้เลยจานนี้เป็นหอยเชลล์สุกกับรากบัว ชอบมากครับ หอยเชลล์ชิ้นใหญ่อวบมากๆ เนื้อเหนียวนุ่มแน่น แสดงถึงความสดและการปรุงที่ได้เวลาพอเหมาะพอเจาะจริงๆ ราดด้วยซอสเหนียวเข้มข้นจะออกเค็มนิดๆ เวลาเคี้ยวก็จะเหนียวๆ เพลินๆ ดี แต่ก็รู้สึกได้ถึงความสดชื่นอีกแบบถัดมาคั่นกลาง เป็นไอศกรีมเชอเบตมะนาว เอามาล้างปาก ล้างรสชาติ เพื่อรอ main course ครับ แสดงถึงความใส่ใจในรสชาติดีจริงๆต่อกันที่ main เลย อันนี้เป็นเมนูที่อยู่ในคอร์สครับ เป็นไก่ราดเกรวีซอส กับมันบด หน้าตาดูดีแต่รสชาติไม่ได้ถึงขั้นร้องไห้เสียน้ำตาซาบซึ้งครับ ได่เนื้อแน่น หนังบางกรอบ เนื้อนุ่มสุกสะอาด ราดซอสเข้มข้น รสชาติดีใช้ได้ ที่ชอบคือมันบดของเขามาแบบบดละเอียดร้อนๆ เลยส่วน main จานนี้ที่สั่งต่างหากของผมเอง เสต็กเนื้อออสเตรเลีย Rib Angus 250g สั่งมาแบบ medium กลางสุกกลางดิบ เนื้อชิ้นใหญ่มากๆ ข้างนอกเกรียม ด้านในยังมีความดิบอยู่ เนื้อนุ่มเหนียวแต่ไม่ได้ถึงขั้นละลายในปากจนเว่อร์ ให้เราได้หั่นได้เคี้ยวรับรสสัมผัสกันเพลิน ซอสที่ราดมาเพิ่มความเค็มและหอมหวลให้กับเนื้อ + กับพริกไทย ที่ให้มาอีกอย่างเป็นไขมันจากกระดูกไขสันหลังพร้อมช้อนไอติมให้ได้ตักทานครับ อันนี้แปลกดี ไม่นึกว่าจะทานได้ด้วย จะออกเลี่ยนนิดๆ เหมือนกันพักชมบรรยากาศกันก่อน แอบดูคนเค้ามาสวีทกัน แต่ละโต๊ะก็มากันเต็มชุด ส่วนใหญ่สั่งไวน์มาจิบด้วย แต่ไวน์แพงครับ ผมน้ำเปล่าพอ ฮ่าๆ แขกมีทั้งไทย และต่างชาติ ถ่ายรูปกันสนุกสนานทุกโต๊ะ ที่นี่เค้ามีบริการถ่ายภาพให้ฟรีด้วยครับ เป็น complimentary จะมีพนักงานยกกล้องพร้อมขาตั้งมาเลย แล้วก็ถ่ายภาพคู่ หรือหมู่ให้กับแขกทุกโต๊ะ ถ่ายเสร็จเค้าจะไปปริ้นใส่กรอบที่ระลึกมาให้เราเอากลับบ้านได้เลย ปิดท้ายคอร์สด้วยของหวานแล้วเป็นเค้กชอกโกแลตบราวนี่ กับไอศกรีมวนิลลา ครับ ละลายเร็วหน่อยสงสัยลมพัดแรงจัด อันนี้ก็ถือว่าปกติครับไม่ได้วิเศษไร (ร้านข้างล่างอร่อยกว่ามีเยอะ) คุณภาพเค้กกับไอศกรีมก็ถือว่าดี ทานพร้อมกันก็ได้ ทานแยกก็ได้ ได้รสสัมผัสหวานหอมแตกต่างกันไปหมดแล้วครับสำหรับคอร์สเมนู 5 อย่าง + 2 แถมมาของ Vertigo แต่ไม่ต้องรีบเชคบิลกันไป ขึ้นมาทั้งทีไปต่ออีกฟากที่ Moon Bar ได้เลย ฝั่ง Moon Bar ค่อนข้างสบายๆ เป็นกันเองมากขึ้น แต่ที่นั่งน้อยหน่อย คนจะเยอะ แนะนำเลยครับ ขึ้นมาได้เลยไม่ต้องกลัว ไม่ต้องแต่งอะไร แนะนำว่าถ้าอยากมาสัมผัสบรรยากาศของตึกสูง ทานข้าวกันก่อนให้เรียบร้อย แล้วขึ้นมาชิลล์ที่ Moon Bar อย่างเดียวก็ได้ ไม่ต้องไปทาน Vertigo ก็มาได้ครับ ค่าเครื่องดื่มก็จะสูงนิดนึงตามความสูงของยอดตึก มันขึ้นมาไกล ราคาคอกเทลก็ 250 - 350 บาทต่อแก้ว มีเมนู signature เพียบเลย ทั้ง Moon Lover หรือ Vertigo Julep รสชาติแตกต่างกัน ลองสอบถามได้ครับส่วนของ Moon Bar จะเป็บบาร์สี่เหลี่ยม อยู่ตรงกลาง รอบๆ มีที่นั่ง มีโต๊ะเล็กๆ มุมหนึ่ง อีกมุมเป็นโซฟายาว แบ่งๆ กันนั่ง ที่ดีที่สุดก็ต้องนั่งหันออกไปชมวิวส่วนๆ ของมุมนี้ครับก็จะเห็นถนนสีลม สาทรยาวๆ ไป แอบเห็นอีกร้านหรูยอดตึกด้วยก็คือ Sirroco นั่นเอง บรรยากาศของ Moon Bar อาจจะรู้สึกอึดอัดนิดนึง ไม่เหมือน Vertigo เพราะอย่างที่บอกว่าใครก็ขึ้นมาได้ ฝรั่งเลยเพียบเลย แต่ก็อย่าไปสนใจมันเลย สนใจวิวทิวทัศน์รอบด้าน จากมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่เราไม่เคยเห็นกันดีกว่า ปล่อยใจชิลล์ล่องลอยไปกับบรรยากาศ รับลมเย็นๆ ดูแสงไฟของตึกนู้นทีตึกนี้ที นั่งชี้ชวนชมว่าตรงนี้ตรงไหน ตึกอะไรบ้าง รับรองว่าคืนนี้จะยิ่งโรแมนติกสุดๆ เหมาะสำหรับคู่รักจริงๆ ครับ บรรยากาศ คงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก ทั้ง Vertigo หรือ Moon Bar มันเป็น Hilight ของที่นี้อยู่แล้ว แนะนำว่ามาตอนเย็นดูอาทิตย์ตกก่อน แล้วก็ลากยาวถึงดึกเลยครับ จะได้คุ้ม อาหาร มีให้เลือกไม่มากนัก เลือกเป็นคอร์สเมนูก็ได้ คุณภาพ การปรุงระดับเกรดเออยู่แล้ว เพราะเป็นโรงแรม ส่วนรสชาติอันนี้แล้วแต่ชอบดีกว่า เคยทานบนพื้นดินที่อร่อยกว่านี้ก็มี แต่เค้าก็อาจมีที่อร่อยนะ ผมอาจเลือกทานผิด โดยรวมถือว่าโอเค ไม่มีแย่แต่ไม่ได้อร่อยซาบซึ้ง การบริการ สุดยอด พนักงานน่ารัก ใจดี เป็นกันเองมากๆ ไม่ได้ซีเรียส เล่นพูดคุยทำให้เราไม่เกร็งได้เลย แนะนำทุกอย่างดีมาก แถมยังมีถ่ายรูปให้ฟรีอีก ความสะอาด ก็สะอาดในระดับโรงแรมครับ ราคา ก็คิดว่าน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าราคาแพงหูฉี่แน่นอน คอร์สเมนู 5 อย่างที่ผมรีวิวไป ราคา 3100 บาม ส่วนเสต็ก 1350 บาท น้ำเปล่าน้ำแร่ 140 บาท ถ้าไม่จิบไวน์กันผมว่าก็โอเคสำหรับมื้อพิเศษครับ คนละ 3000 เอาอิ่มแน่ ถ้าทานน้อยแบ่งกันได้อยู่แบบผม ที่สำคัญคือได้ทานบรรยากาศด้วยสุดท้ายอยากจะเน้นอีกรอบนะครับ ไม่ต้องไปทานที่ Vertigo ก็ขึ้นไปนั่ง Moon Bar ได้ครับ ไปจิบค๊อกเทล หรือเบียร์ชิลๆ เอางบไปไม่เกินพัน ก็ได้บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ แล้ว ไม่อยากให้พลาดกันนะครับ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)