1
0
0
Review (1)
วันนี้จะพาไปกินพิซซ่ากันนะคะ ซึ่งเป็นพิซซ่าที่ทั้งหน้าตาและรสชาติแตกต่างจากพิซซ่าทั่วๆ ไปที่เคยกินๆ กันมาเลยแหละค่ะ กับ Yo Pizza นั่นเองฮับ ซึ่งพิกัดอยู่ในซอยสังคมสงเคราะห์เหนือ ซึ่งเป็นซอยที่แยกมาจากลาดพร้าวอีกที แต่จะวิ่งทางถนนประดิษฐ์มนูธรรมก็ได้นะคะ สามารถใช้ google map หาโดยชื่อร้านได้เลยค่ะ พิกัดตรงอยู่สำหรับท่านใดที่นำรถส่วนตัวไป สามารถจอดได้ที่ข้างทางนะคะ ส่วนใหญ่ก็มีจอดทั้งสองฝั่งหละลักษณะร้านจะเป็นอาคารคูหาเดียวค่ะ สีสันเหลือง-ดำโดดเด่นเห็นง่ายพอควรเลยร้านนี้เปิด 11.00-21.30 น. และปิดทุกวันจันทร์โทร. 095-505-3356www.facebook.com/yopizzabkk/โปรโมชั่นร่วมกับเครือข่ายมือถือ และตัวอย่างพิซซ่าหน้าต่างๆ ที่ตั้งไว้ที่หน้าร้านค่ะที่นั่งมีไม่เยอะมากนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าไปช่วงที่ตรงกับเวลามื้ออาหาร อาจจะต้องเผื่อเวลารอโต๊ะหน่อยค่ะก่อนจะเริ่มการรีวิว ก็ขอพูดถึงที่มาที่ไปที่ได้จากการพูดคุยกับเชฟ (และแฟนเจ้าของร้าน) ชาวฝรั่งเศส รวมทั้งไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาเกี่ยวกับพิซซ่าสไตล์ดีทรอยต์กันสักหน่อยนะคะก่อนอื่นมาดูกันก่อนดีกว่า คือ พูดถึงพิซซ่านี่ เราก็มักจะนึกถึงอิตาลีซึ่งเป็นต้นกำเนิดพิซซ่ากันแหละนะคะ แต่อเมริกาเองก็เป็นประเทศหนึ่งเลยที่นิยมกินพิซซ่ากันมากๆ ข้อมูลเรื่องพิซซ่าและตำรับพิซซ่าต่างๆ ของอเมริกา เรานำมาจากลิงก์นี้ดังนี้ค่ะตามข้อมูลจาก American Pizza Community มีสถิติที่น่าสนใจของพิซซ่ากับสังคมอเมริกัน ระบุว่า ทั่วอเมริกามีร้านพิซซาทั้งสิ้นราว 7 หมื่น 4 พัน 8 ร้อยแห่ง และร้านพิซซ่าทำรายได้ราว 17% ของตลาดร้านอาหารในอเมริกา เพราะทุกๆปี มีพิซซ่าที่ขายได้ทั่วสหรัฐฯ ราว 3 พันล้านถาด อ้างอิงจาก National Association of Pizza Operatorsผลสำรวจของ American Dairy Association ระบุว่า ชาวอเมริกันยกให้ “พิซซ่า” อยู่ในอันดับ 4 ของเมนูอาหารที่ชาวอเมริกันอยากรับประทานมากที่สุด รองจากชีส ช็อคโกแลต และไอศกรีมสำหรับตำรับพิซซ่ายอดนิยมที่มาอเมริกาแล้วต้องสั่ง ได้แก่​Chicago Deep Dish ที่เริ่มต้นเมื่อปี 1940 โดย Pizzeria Uno ในชิคาโก คิดค้นพิซซ่าที่อบในถาดอบเค้กหรือพาย วางแผ่นแป้งโดวซ้อนเป็นชั้นระหว่างซอสมะเขือเทศ ชีส โรยหน้าด้วยชีสและเครื่องตามชอบสำหรับคนที่ไม่ชอบพิซซ่าแป้งหนาๆ Chicago Thin Crust คือคำตอบ เริ่มต้นใน The Quad City ระหว่างรัฐ Iowa และ Illinois แป้งที่บางกรอบกว่าพิซซาแบบนิวยอร์ก และวิธีการหั่นพิซซ่าที่ไม่เหมือนใครพิซซ่าต้นตำรับ Neapolitan ส่งตรงจากชาวอิตาเลียนที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมายังสหรัฐฯ และได้รับการยกย่องให้เป็น UNESCO heritage protection แป้งโดวแผ่นบางอบบนเตาฟืนร้อนๆ ก่อนจะทาด้วยซอสมะเขือเทศ San Marzano และวางแผ่นชีสมอสซาเรลลานมควาย bufala mozzarella และ basil หรือโหระพาฝรั่งตบท้าย​ถัดมาที่คู่ปรับตลอดกาลของชิคาโก New York Thin Crust คิดค้นขึ้นเมื่อช่วงปีคริสตศักราช 1900 ที่ปรับสูตรจากพิซซ่า Neapolitan ด้วยแป้งที่บางกรอบ ทาด้วยซอสมะเขือเทศบางๆอย่างกลมกล่อม โรยด้วย Pepperoni ตามด้วยชีสมอสซาเรลลา และต้องพับพิซซ่าก่อนรับประทานเพราะชิ้นที่ใหญ่โตCalifornia Style เริ่มต้นเมื่อปีคริสตศักราช 1980 ใช้แป้งแบบ Neapolitan แต่หน้าพิซซ่าที่หลากหลายกว่าพิซซ่าสไตล์ New York จุดเด่นคือหน้าไส้กรอก แซลมอนรมควัน และไก่บาร์บีคิวพิซซ่าสไตล์กรีก New England Greek ใน New England แป้งขอบหนานุ่ม โรยหน้าด้วยเฟต้าชีส อาร์ทิโช้ค และมะกอก Kalamata บางครั้งแค่ใส่ซอสมะเขือเทศและชีสมอสซาเรลลาSt. Louis Style เริ่มต้นในปี 1960 แผ่นแป้งบางเหมือนแครกเกอร์ เพราะไม่ใส่ยีสต์ให้ฟูเหมือนแป้งพิซซ่าทั่วไป โรยหน้าด้วยชีส Provel ที่ผสมชีสเชดดาร์ มอสซาเรลลา และ provoloneTomato Pie หรือ New Jersey style เริ่มต้นในปี 1900 ในย่านฟิลาเดเฟีย ที่เรียกว่าเป็นพายมะเขือเทศ เพราะแทนที่จะทาซอสมะเขือเทศก่อนโรยชีส กลับเอาชีสโรยลงไปก่อน และราดซอสมะเขือเทศและท้อปปิ้งตามหลังปิดท้ายด้วยพิซซา Detroit Style มาแปลกกว่าด้วยพิซซ่าแบบ Deep Dish แต่อบในถาดสี่เหลี่ยม ราดซอสมาเรียนาของพิซซ่าดั้งเดิม โรยด้วยชีส จุดเด่นคือขอบที่กรุบกรอบและเกรียมกำลังดีซึ่งสำหรับที่ร้านนี้ก็อย่างที่จั่วหัวไปนะคะว่าเป็นพิซซ่าสไตล์ดีทรอยต์ค่ะ แต่ก่อนจะไปดูหน้าตาของพิซซ่าสไตล์นี้และรู้ที่มาของพิซซ่าสไตล์ดีทรอยต์ ก็มาดูเมนูกันค่ะ ที่ร้านจะมีเมนูทั้งที่จอและเป็นแผ่นด้วยนะคะสำหรับพิซซ่าที่นี่จะมีด้วยกันสองไซส์ค่ะ คือ ไซส์แอลขนาด 4 ชิ้น และไซส์เอกซ์แอลขนาด 8 ชิ้นค่ะ โดยราคามีเริ่มต้นตั้งแต่ 199 บาท (ไซส์แอล คลาสสิคชีส) เลยค่ะระหว่างรอพิซซ่าทางร้านก็นำเครื่องดื่มมาให้ก่อนค่ะ ที่นี่จะมีทั้งเป๊ปซี่ เป๊ปซี่แม็กซ์และน้ำเปล่านะคะ ที่เก๋มากคือ ที่นี่เค้าใส่แก้ว YETI ค่าาาา ตอนแรกนึกว่าแบบอยากให้ลูกค้าได้เก็บความเย็นของเครื่องดื่ม แต่...หลังจากคุยกับเชฟแล้ว ปรากฏว่า...เชฟบอกว่า จะได้ไม่มีหยดน้ำเปื้อนโต๊ะค่ะ...ตึ่งโป๊ะ 555555 แบบว่าเชฟเค้าไม่ชอบให้โต๊ะเปื้อนเป็นรอยด่างน้ำน่ะค่ะส่วนนี่คือโฉมหน้าของเชฟค่ะ (แอบแคนดิดมาแหะๆ) เชฟเป็นชาวฝรั่งเศสที่หลงใหลพิซซ่าสไตล์อเมริกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิซซ่าสไตล์ดีทรอยต์ เพราะฉะนั้นเราก็จะมารู้จักกับพิซซ่าสไตล์ดีทรอยต์กันก่อนนะคะข้อมูลแปลมาจากวิกิพีเดียอีกทีค่ะพิซซ่าสไตล์ดีทรอยต์เป็นสไตล์ของพิซซ่าที่พัฒนาขึ้นในดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน เป็นพิซซ่าสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีเปลือกหนาและรสชาติที่ละเอียดเช่น pepperoni และ mushrooms สิ่งที่ทำให้พิซซ่าสไตล์ดีทรอยต์แตกต่างจากชิคาโกและสไตล์นิวยอร์กคือเปลือกโลกซึ่งหนาและกรอบมากที่ด้านล่าง พิซซ่ารูปสี่เหลี่ยมอันเป็นผลมาจากการถูกอบในกระทะรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งมักไม่ใช่ถาดพิซซ่า แต่เป็นถาดส่วนที่ใช้ในอุตสาหกรรมซึ่งเดิมทำไว้เพื่อประกอบชิ้นส่วนเล็ก ๆ ในโรงงาน แป้งพิซซ่าสไตล์ดีทรอยต์เป็นขนมที่อบสองครั้งและมักอบในกระทะที่มีน้ำมันเป็นเนื้อเนียนละเอียดปานกลางซึ่งทำมาจากขอบด้านล่างและขอบของเนื้อแป้งทอดหรือกรอบ บางร้านจะใช้เนยละลายกับแปรงขนอ่อนก่อนที่จะอบ พิซซ่าที่ได้รับมีเนื้อนุ่มต้นกำเนิดของพิซซ่า "ดีทรอยต์สไตล์" สามารถโยงย้อนกลับไปยัง Buddy's Rendezvous ในปี 1946 ซึ่งต่อมากลายเป็น Buddy's Pizza ในช่วงหลายทศวรรษต่อมาได้มีการขยายสาขาและพัฒนา รวมทั้งพ่อครัวได้ย้ายออกไปและในบางกรณีก็เปิดร้านพิซซ่าของตัวเองอีกด้วย Cloverleaf ซึ่งก่อตั้งโดย Gus Guerra ในฐานะร้านอาหารอิตาเลียนใน Eastpointe ทำหน้าที่ดีทรอยต์สไตล์แพนพิซซ่าเช่นเดียวกับ Luigi's "The Original" สาขาของ The Shield's Pizza และ Loui's Pizza ในเฮเซลพาร์ค ในปี 2009 Buddy's Detroit-style pizza และ Luigi's "Original" ของ Harrison Township ได้รับการยกย่องว่าเป็นสองใน 25 พิซซ่าที่ดีที่สุดในอเมริกาโดยนิตยสาร GQ โดยนักวิจารณ์อาหาร Alan Richman ในเดือนเมษายนปี 2013 ดีทรอยต์ซีซาร์ได้เปิดตัวพิซซ่า deep dish แบบดีทรอยต์แห่งแรกในประเทศที่มีจำหน่ายทั่วประเทศ และยังเสนอขอบเบคอนอีกด้วยก่อนพิซซ่าจะมา ก็เจอพาสต้าก่อนค่ะ อิอิ สไปซี่เบคอนลิงกวินี่ 189 บาท มีเบคอน กระเทียม พริก หัวหอม ซอสมะเขือเทศสดค่ะ ที่นี่เชฟใช้เส้นลิงกวินี่นะคะ ซึ่งเราชอบมากกก เราชอบเส้นลิงกวินี่ มันช่วยอุ้มรสชาติได้ดีอ้ะ ตัวนี้จะมีความเผ็ดและจัดจ้านพอควรเลยค่ะ แต่ก็มีความอมเปรี้ยวนิดๆ เราชอบนะ กินแล้วไม่เลี่ยนดีอ้ะพาสต้าอีกตัวที่ได้ชิมกันค่ะ สเปเชียลคาโบนารา 179 บาท มีเห็ดแชมปิญอง เบคอน หัวหอม ครีมซอส อร่อยอีกเช่นกันค่ะ ซึ่งสูตรคาโบนาราที่นี่จะไม่เหมือนที่อื่นนะคะ อิอิ ลองไปกินดูค่ะ จากนั้นพนักงานก็นำอุปกรณ์มาให้ค่ะ ถุงมือกับจานไม้รูปสี่เหลี่ยมนะคะและแล้วสิ่งที่รอคอยก็มาาาา พิซซ่าาาาาาาา หน้าแรกค่ะ ซุปเปอร์ฮาวายเอี้ยนไซส์แอล 279 บาท เลือกได้ว่าจะเอาหมูหรือไก่นะคะ ประกอบไปด้วยซอสมะเขือเทศสด มอสซาเรลล่าชีส แฮมหมูหรือไก่ เห็ดแชมปิญอง ข้าวโพด และสับปะรดค่ะก่อนอื่นเลยจะเห็นว่าขอบมีความกรอบมากกกกก ตามสไตล์พิซซ่าดีทรอยต์เลยนะคะ แต่ความเด่นอีกอย่างคือ แป้งพิซซ่าของที่นี่เค้าไม่เหมือนที่อื่นเลยค่ะ มันมีความนุ่มหนึบไม่แห้งเหมือนบางที่ มันมีความเป็นเนื้อเป็นหนัง ซึ่งเกิดจากสูตรเฉพาะของทางเชฟ (ที่ขออนุญาตไม่บอกนะคะ เนื่องจากเป็นสูตรลับของเชฟ) กินแล้วไม่รู้สึกหนักท้อง เพราะทางเชฟเองมีการให้ยีสต์กินกลูเตนในแป้งไปก่อนที่จะนำมาทำ ซึ่งทำให้เรากินแล้วไม่แน่นท้องค่ะ เป็นการกินพิซซ่าครั้งแรกเลยที่กินสองหน้าหน้าละชิ้นแล้วยังอยากกินอีกอ้ะ อร่อยเพลิดเพลินเจริญใจมาก ไม่แปลกใจเลยที่รีวิวในแอพหนึ่งมีแต่คนชมพิซซ่าร้านนี้อ้ะ คือดีย์หลังจากประทับใจกับหน้าแรกมาแล้ว ต่อกับหน้านี้กันค่ะเดอะคานิวอร์ ไซส์แอล 299 บาทประกอบไปด้วยซอสมะเขือเทศสด มอสซาเรลล่าชีส เปปเปอร์โรนี แฮมหมู แฮมไก่ เบคอน เบคอนอบ โอลีฟดำเรื่องแป้งยังดีเหมือนเดิมค่ะ อย่างที่บอกว่าเป็นการกินพิซซ่าที่กินแล้วแบบไม่เลี่ยน ไม่อืด อยากกินซ้ำมาก ซึ่งตอนแรกไม่รู้ว่าทำไม (เพราะก่อนหน้านั้นก็ไปจัดมาอยู่ไม่น้อย ยังงงว่าทำไมกินพิซซ่าไหวฟระ) พอได้คุยกับเชฟถึงได้รู้สาเหตุค่ะ ใครที่รักการกินพิซซ่า เราเชียร์ร้านนี้จริงๆ นะคะ แต่ต้องบอกก่อนว่า มันจะไม่ใช่สไตล์อิตาเลียนแบบที่คุ้นเคยนะ แต่เราก็ชอบสไตล์นี้มากเลยค่ะ เราว่าอร่อยถูกจริตเราแหละ นอกจากแป้งแล้ว ที่นี่ก็ทำซอสเองด้วยค่ะ โดยนำเข้าจากอิตาลีแล้วก็เคี่ยวทำซอสใช้เวลาประมาณ 6-8 ชม.หละสรุปสำหรับร้านนี้เป็นร้านพิซซ่าร้านหนึ่งที่ประทับใจเรามาก (ช่วงนี้ได้กินแต่ร้านดีๆ ถูกจริตตัวเองอ้ะ ดีจัง) เป็นการกินพิซซ่าสไตล์ดีทรอยต์ครั้งแรกของเราด้วยค่ะ ซึ่งเป็นการกินที่ประทับใจมากเลย นี่คิดว่ามีโอกาสจะไปซ้ำอีกแน่นอนค่ะ เชฟยังเล่าให้ฟังว่า มีลูกค้ามากินแล้วก็พูดถึงร้านบัดดี้ ซึ่งเป็นร้านดังของพิซซ่าดีทรอยต์อย่างที่เล่าไปแล้วนะคะ แต่ลูกค้าบอกว่าร้านนี้อร่อยกว่าหละ คิดดู๊วววววว เพราะงั้นถ้าใครอยากลองพิซซ่าสไตล์นี้ ต้องโดนค่ะ 555 continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)