5
0
0
Signature Dishes
Espresso Gravity
Review (5)
ไปเที่ยวเชียงใหม่ 1 ในภาระกิจสำคัญคือการแวะร้านคาเฟ่และร้านกาแฟ ร้าน Asama Cafe ก็เป็น 1 ในเป้าหมายหลักของเราในวันนั้น พิกัดร้านอยู่ในหมู่บ้านเชียงใหม่เลคแลนด์ เลียบคันคลองชลประทาน คนต่างถิ่นแบบเรากด Google Map โล้ด ตัวร้านอยู่ในรั้วเดียวกันกับร้านอาหารครัวย่าซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวตัวร้านเป็นร้านเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก ภายในร้านจะมี 2 ส่วนคือโซนที่เป็นห้องแอร์ และโซนในสวน เดินเข้าไปในโซนห้องแอร์ก็สะดุดตากับเครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อ Spirit Duette ก่อนเลย ดีไซน์เก๋ แถมได้ยินมาว่าราคาสูงมาก ๆ แต่ประสิทธิภาพของเครื่องก็เจ๋งสุด ๆ เหมือนกันเมนูเครื่องดื่มของทางร้าน จะมีแค่กาแฟร้อน - เย็น ไม่มีปั่น ส่วนเครื่องดื่มอื่น ๆ ก็จะเป็นช็อคโกแลต , ชา , นม และอิตาเลี่ยนโซดา นอกจากเครื่องดื่มแล้วยังมีเค้กให้สั่งมาทานคู่กันด้วย วันที่ไปมีเค้ก 6 ชนิด เราให้เพื่อนเลือกมา 2 ชิ้น สั่งเสร็จชำระเงินแล้วก็เลือกที่นั่งเดี๋ยวทางร้านยกมาเสิร์ฟให้ค่ะใจจริงอยากนั่งห้องแอร์แต่ที่นั่งในร้านค่อนข้างเล็ก เราไปกันหลายคนแถมคุยเสียงดังด้วยนะ ก็เลยเลือกนั่งด้านนอกมุมในสวนดีกว่า วิวที่ได้ก็จะเป็นวิวริมทะเลสาป ถ้าอากาศเย็น ๆ มุมนี้เริ่ดเลยเมนูที่สั่ง- เค้กมะพร้าวอ่อน 75 บ. เค้กนุ่ม ไม่หวานมาก- เค้กชาไทย 75 บ.ตัวเค้กเป็นเค้กช็อคโกแลต ส่วนหน้านิ่มเป็นชาไทย ชาที่ใช้ต้องเป็นชาดีแน่เลย กลิ่นชาโดดเด่น หอมดี- Almond Affogato 90 บ. (Signature Drinks)เป็นเมนูไอศครีมอัลมอนด์ราดด้วยเอสเปรสโซ่ 1 ช็อตไอศครีมกินคู่กับกาแฟเอสเปรสโซ่ขม ๆ แล้วเข้ากันดีนะ- Espresso Panna Cotta  90 บ.(Signature Drinks) ด้านล่างเป็นพานาคอตต้าเนื้อเนียน รสเข้มข้นหอมมัน กินคู่กับกาแฟเอสเปรสโซ่ก็เป็นอะไรที่เข้ากันอีกแล้ว- Cocaine 100 บ. (Signature Drinks)เบสเป็นกาแฟลาเต้ โรยหน้าด้วยน้ำตาลทรายและเปลือกส้ม นุ่มๆ ละมุน ๆ แก้วนี้เราชอบอ่ะ- Gravity 90 บ. (Signature Drinks)เมนูดาวเด่นของร้าน จัดมาเลย 2 แก้ว ด้านล่างเป็นนมสด+ครีมสดที่ต้องแช่ให้เย็นได้ที่ และราดด้วยเอสเปรสโซ่ด้านบน เวลาดื่มก็ไม่ต้องคนใด ๆ ยกซดได้เลยค่า รสสัมผัสเหมือนกินครีมข้น ๆ เย็น ๆ ตัดกับรสขม ๆ ของกาแฟเอสเปรสโซ่หอม ๆ มัน ๆ ดี เพื่อน ๆ เราชอบหลายคนเลย เรากินแล้วก็ชอบนะ แต่รู้สึกหนัก ๆ ครีมไปหน่อย แอบชอบโคเคนมากกว่าหมดนี่ 610 บ. ราคาในเมนูเป็นราคาเน็ตแล้วไม่มี ++ จัดว่าราคาน่าคบหานะ ไม่แพงจนเกินไปสำหรับกาแฟคุณภาพแบบนี้ อาจจะเดินทางลำบากหน่อยสำหรับคนไม่มีรถเพราะร้านอยู่ในหมู่บ้าน แต่เพื่อของอร่อย ก็ต้องลงทุนกันหน่อยน้า ใครไม่เคยลองอยากให้แวะไปลองค่า continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
ต่อไปเป็นการพาน้องผู้ทำหน้าที่สารถีไปกินกาแฟค่ะ (สัญญากับน้องว่าจะพาไปกินกาแฟดีๆ)เลือกร้านนี้ให้น้อง เพราะใกล้สนามบินค่ะ น้องต้องบินกลับก่อนเราน่ะนะวันเวลาเปิดปิด : ทุกวัน 08:00 - 16:00เบอร์โทร : 081-530-5388พิกัด : ในหมู่บ้านเชียงใหม่เลคแลนด์เมนูที่ได้ลอง : เอสเปรสโซ่พันนาคอตต้า / กราวิตี้ร้านนี้อยู๋ในหมู่บ้านเชียงใหม่เลคแลนด์ค่ะ ร้านอยู่ในบริเวณเดียวกับร้านครัวย่า (ที่มีขนมจีนน้ำพริกอร่อย แต่ไม่มีเวลาลอง แหะๆ) เป็นร้านเล็กๆ ที่นั่งน้อยมากค่ะ มีในห้องแอร์เป็นเคาน์เตอร์ยาวไม่กี่ที่ และโต๊ะแบบสองที่นั่งอีกโต๊ะ นอกนั้นอยู่ด้านนอก ซึ่งก็ไม่เยอะอีกเช่นกัน เพราะงั้น...ทำใจเผื่อไว้นะคะว่าจะไม่มีที่นั่งเวลาสั่งต้องไปสั่งที่เคาน์เตอร์แล้วก็จ่ายเงินก่อนเลยนะคะ แล้วทางร้านจะมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะนะคะวันนั้นเราลองสองเมนูนี้ค่ะกราวิตี้ (พนักงานแจ้งว่าห้ามคน กินได้เลย) - อร่อย หอมทั้งนมและท็อปปิ้งค่ะ ชอบรูปลักษณ์ด้วย สวยและเก๋แหละเอสเปรสโซพันนาคอตต้า - ดีงามมาก เอสเปรสโซเข้ม คลีน ต้องกินให้บาลานซ์กับพันนาคอตต้านะคะ อร่อย ชอบมากของคนอื่นๆ เป็นชาเขียว น้องบอกนมเด่นกว่าชาเขียว / โกโก้ เพื่อนบอกเฉยๆ / กาแฟเย็น รู้สึกจะเป็นคาปุชิโน - น้องบอกไม่หวานดีคือ ถ้าหวานปกติของร้านนี้คือไม่หวานนะคะ ถ้าชอบหวาน สั่งหวานมากละกันค่ะ แล้วก็เราว่ากาแฟร้านนี้เด่นกว่าเครื่องดื่มอย่างอื่นนะคะ ถ้าเอาจากที่ถามคนอื่นที่ดื่มอย่างอื่นน่ะการบริการ : ปกติค่ะ ทำได้ฉับไวดี แต่เนื่องด้วยเหมือนเป็นการสั่ง ได้รับ กิน มากกว่าจะมาดูแลอะไร เลยไม่เห็นบริการอย่างอื่นนะคะราคา : จำได้ว่าหมดไปราวสองหรือสามร้อยกว่าบาทค่ะ ไม่แพงนะคะ กับทั้งหมด 5 เมนูค่ะ แต่ไม่รับบัตรเครดิตนะคะสรุปสำหรับร้านนี้นะคะเราค่อนข้างเชียร์สำหรับคนรักกาแฟค่ะ สองเมนูที่เราสั่งมานี่ดีงามมาก นอกจากนั้นที่นี่ยังใช้เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อ "Spirit Duette" ที่ทางร้านใช้ ซึ่งมีคนบอกว่าเป็นเครื่องชงในฝันของบาริสต้าหลายท่านเลยค่ะ แต่เครื่องนี้นี่ราคาแพงสุดๆแต่ก็สมกับประสิทธิภาพในการดึงช็อตของกาแฟได้เยี่ยมหละค่ะ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
Level4 2015-01-24
236 views
ร้านกาแฟเล็ก ๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณและความอบอวลของกาแฟ ทั้งรสชาติ ความสวยงามและความสร้างสรรค์อย่างเต็มเปี่ยมที่ตั้งอยู่ในบริเวณร้านอาหารครัวย่า เพราะเป็น"หลาน"ของ"ย่า"นั่นเอง ร้าน A/sa/ma Cafe เป็นร้านของน้องมุก คนเก่ง มีดี(กรี)เยอะมากแต่ไม่"เน้น"ที่จะโชว์ออฟ เรียกได้ว่า ความสามารถรอบด้านแต่เก็บไว้ใช้งานจริง ๆ ไม่พร่ำเพรื่อ ทำให้ได้กาแฟรสดีจริง ๆเสริฟให้กับลูกค้า ทั้งการใส่ใจในการคัด เลือก ผสม คั่ว กาแฟไม่ว่าจะเป็นกาแฟพันธุ์ไทยหรือเทศจากทั่วโลก ถ้าสนใจตัวไหนก็สามารถพูดคุยสอบถามกับน้องมุกได้โดยตรงเลยครับด้วยความตั้งใจจริง และรักในกาแฟด้วยจิตวิญญาณ ดังสโลแกนร้าน"Brewed w/ Spirit" ทำให้กาแฟร้านน้องมุกนั้น สะกดลูกค้าได้ทุกแก้วเลยทีเดียวที่ร้าน A/sa/ma Cafe นั้นจะเน้นกาแฟร้อน ก็จะมี house blend ที่ชื่อ Asama blend มีกาแฟไทย บราซิล เอธิโอเปีย ส่วนกาแฟพิเศษก็มีแต่ไม่ได้มีตลอด แล้วแต่ว่าจะเจออะไรน่าสนใจก็จะนำมาใช้และจะทำการอัพเดทในแฟนเพจของร้านตลอด วนเวียนกันไปจากโรงคั่วอังกฤษ อเมริกา, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลียและนอรเวย์ถ้าอยากชิมกาแฟพิเศษ น้องมุกจะเป็นคนแนะนำให้ว่าควรดื่มเป็นแบบไหน บางตัวเหมาะกับนมมาก นมน้อย ก็จะพูดคุยให้ได้รับทราบกัน เพราะบางตัวก็ควรดื่มเป็นกาแฟดำ น้องมุกก็จะแนะนำให้ นอกเหนือจากกาแฟแล้ว ทางร้าน A/sa/ma Cafe ก็มีชาแบบต่าง ๆ ช็อคโกแล็ต รวมถึงอิตาเลียนโซดาไว้ให้เลือกดื่มกัน เคียงคู่กับขนมเค้กรสชาติดีที่มีจำนวนจำกัดอีกด้วยครับเรียกได้ว่าเค้กบางตัว ถ้าไปช้า ก็หมด อดทานครับ อิอิ ออรีโอ้ชีสเค้กและเค้กส้มสำหรับกาแฟ แก้วที่เป็น signature ขึ้นชื่อสุด ๆ ของทางร้านที่ใครมาแล้วไม่ควรพลาดการลิ้มรส ก็คือ "Gravity"เป็นกาแฟเย็น แต่ไม่ใส่น้ำแข็งนะ!!!ได้ concept และแรงบันดาลใจมาจาก dirty ของประเทศญี่ปุ่นแต่นำมาปรับให้รสชาติดีขึ้น เข้มข้นขึ้นไปอีก โดยเพิ่มสัดส่วนของครีมและนม เป็นการวางชั้นครีมอยู่ก้นแก้ว ตามด้วยชั้นของนมแล้วท็อปด้วยช็อต Espresso ออกจากเครื่องโดยตรงเพื่อให้ได้น้ำหนักของกาแฟ ที่จะค่อย ๆ ดำดิ่งลงสู่ชั้นของนมและครีม ตามแรงโน้มถ่วงของโลก สมกับชื่อ "Gravity" อย่างแท้จริงอีกแก้วนึงที่ไม่ควรพลาด จะออกแนวเป็นขนมกึ่งกาแฟต้องตักทานก็คือ "Espresso panna cotta" แก้วนี้จะคล้ายๆ affogato ที่มีทั่วไป ซึ่งปกติจะเป็นไอศกรีม แต่ทางร้านและน้องมุกได้ดัดแปลงมาใส่กาแฟลงบน panna cotta ซึ่งมี texture ที่เนียน นุ่ม ลื่นกว่าด้วยรสหวาน เนียน นุ่ม ละมุนลิ้นของตัว panna cottaมาประกบคู่กับ Espresso ที่มีความเข้มข้นของกาแฟเมื่อทานพร้อมกัน ก็สุขสุด ๆ จนยากจะลืมรสของแก้วนี้ไปได้เลยตามด้วยลาเต้อีกสักแก้ว กับลายลาเต้อาร์ตงดงามครับบรรยากาศของบริเวณร้าน สามารถนั่งส่วนที่เป็นเคาท์เตอร์บาร์ภายในร้าน และพูดคุยกับบาริสต้าสาวน้องมุกได้หรืออยากจะผ่อนคลาย ชิล ๆ กับชิงช้าริมคลองและโต๊ะในสวนบริเวณนอกร้านก็เลือกได้ตามสบายครับ ร้าน A/sa/ma Cafe อยู่ในหมู่บ้านเชียงใหม่เลคแลนด์เปิดทำการทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น.ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทร 081-530-5388หรือติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจของร้านตามลิงค์นี้ครับA/sa/ma Cafeก่อนจบรีวิวนี้ ขอเอาลีลาการทำลาเต้อาร์ต Latte Artของน้องมุกมาให้ได้ชมกันเล็กน้อยครับสามารถไปชมลีลาจริงของสาวน้อยมหัศจรรย์ได้ที่ร้านเลยนะครับ ^^ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
อีกร้านนีงที่อยากจะแนะนำสำหรับคอกาแฟในเมืองเชียงใหม่ในการมาเชียงใหม่ในครั้งนี้ก็คือ ร้าน A/sa/ma Café ครับ ร้าน A/sa/ma Café ตั้งอยู่ในบริเวณ ร้านครัวย่า ที่ได้แนะนำกันไปในบล็อกที่แล้วไงครับ แต่สำหรับคนที่มาอ่านบล็อกนี้ก่อนบล็อกแนะนำ ร้านครัวย่า ทางไป ร้าน A/sa/ma Café ก็ไปไม่ยากเลยครับวิธีการไป ร้าน A/sa/ma Café หมู่บ้านเชียงใหม่เลคแลนด์ ถนนคันคลองชลประทาน เชียงใหม่ ก็ไปไม่ยากครับ เอาเส้นทางที่ไปง่ายที่สุดนะครับ (เพราะเส้นทางไปร้าน A/sa/ma Café มีหลายเส้นทาง แล้วแต่ว่าจะอยู่ใกล้ทางไหนมากกว่ากันครับ) เริ่มต้นเส้นทางที่ถนนสุเทพตรงประตูสวนดอกหน้าโรงพยาบาลมหาราช (ใกล้ๆวัดสวนดอก) ขับรถออกนอก “เวียง” ตรงๆมาเลยครับ จะผ่านคณะพยาบาลศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลมหาราช โรงพยาบาลประสาท คณะทันตฯ คุณะเภสัชฯ ทางขวามือ (ทางขวามือเป็นเขตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นอาคารพาณิชย์ครับ) พอถึงแยกไฟแดงใหญ่ๆจะเป็นถนนเลียคลองชลประทาน (เรียกกันเล่นๆว่า “ถนนคันคลอง” หรือ “เส้นคันคลอง”) ซ้ายมือตรงหัวมุมจะเป็นตลาดใหญ่อีกตลาดหนึ่งรองจาก “กาดหลวง” และ “กาดต้นลำไย (กาด = ตลาด) คือ “กาดต้นพะยอม (ที่มีร้านโจ๊กชื่อดังคือ “โจ๊กศรีปิง” กับ “โจ๊กต้นพยอม” ไงครับ) เราเลี้ยวซ้ายที่แยกนี้ แล้วขับตรงไปเรื่อยๆตามคันคลองชลประทาน ประมาณ 3 กิโลเมตร ทางขวามือจะเป็นร้านอาหารพื้นเมืองชื่อดัง “คุ้มเวียงยอง” ให้เล็งทางซ้ายมือเอาไว้จะมีซุ้มเข้าหมู่บ้าน “เชียงใหม่ เลค แลนด์” อยู่ทางซ้ายมือเป็นซุ้มสูงๆสร้างในแบบทางเหนือครับ เราเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านได้เลย ขับตรงเข้าไปผ่านวงเวียนไปก่อนแล้วขับตรงๆไปตามถนนเลยครับ ถนนจะพาเราเลี้ยวซ้ายขับต่อไปอีกนิดเดียวก็จะเห็น ร้านครัวย่า อยู่ทางซ้ายมือ (บ้านเลขที่ 122/128) ครับ ร้าน A/sa/ma Café อยู่ภายในร้านครัวย่า จะใช้ทางเข้าเดียวกับร้านครัวย่าก็ได้ หรือว่าจะใช้ทางเข้าของร้าน A/sa/ma Café ที่อยู่เลยทางเข้าร้านครัวย่ามานิดนึงก็ได้ครับร้าน A/sa/ma Café เป็นร้านกาแฟเล็กๆของ “คุณหลาน” ของ “คุณเพื่อนรัก” ที่ชื่อเสียงของร้านกาแฟเล็กๆนี้ไม่ได้เล็กไปตามขนาดร้านเลยครับ ถึงไม่ได้คุยกับ “คุณหลาน” ของ “คุณเพื่อนรัก” แต่จากข้อมูลที่กลับมาค้นดูในอินเตร์เนทก็พบว่า “คุณหลาน” ของ “คุณเพื่อนรัก” มีดีกรีมากมายหลายสถาบันมากๆ เป็น 1st Thailand Indy Barista ภาคเหนือ, 1st Thailand Indy Barista ระดับประเทศ และ 2nd Runner Up National Thailand Barista Champianship ด้วยความหลงใหลในรสชาติและกลิ่นที่หอมเย้ายวนของกาแฟทำให้ “หลานมุก” เสาะหาเมล็ดกาแฟระดับคุณภาพจากเอธิโอเปียมาผสมกับเมล็ดกาแฟคุณภาพของไทยได้ออกมาเป็น blend เฉพาะของทางร้าน A/sa/ma Café นอกจากนั้นเครื่องชงกาแฟที่ “หลานมุก” ใช้ยังเป็นเครื่องชงกาแฟแบบ custom made จากประเทศเนเธอร์แลนด์อีกด้วย “หลานมุก” ให้สัมภาษณ์ไว้กับเวบไซด์ compasscm.com ไว้ว่า “การควบคุมอุณหภูมิของน้ำสำหรับชงกาแฟถือเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะทำให้รสชาติของกาแฟที่ได้มีรสชาติตรงกับรสชาติที่บาริสต้าต้องการ” และที่สำคัญไปกว่านั้น “หลานมุก” ชงกาแฟเองทุกแก้วครับ เพื่อความมั่นใจว่ารสชาติของกาแฟที่ลูกค้าสั่งจะเหมือนเดิมทุกๆแก้วนอกจากกาแฟหอมๆ อร่อยๆ แล้วร้าน A/sa/ma Café ของ “หลานมุก” ยังมีขนมเค้กอร่อยๆ จากวัตถุดิบที่มีคุณภาพโดยเพื่อนของ “หลานมุก” อีกด้วย แต่ถ้าใครอยากจะไปชิมเค้กก็ต้องรีบหน่อยนะครับ เพราะที่ร้าน A/sa/ma Café มีพื้นที่ในการเก็บเค้กอยู่ไม่มากถ้าไปช้าอาจจะพลาดเค้กชิ้นที่อยากชิมก็ได้นะครับ“หลานมุก” แนะนำกาแฟที่เป็น signature ของร้าน A/sa/ma Café มาให้เจ้าของบล็อกชิม 2 แก้วครับ แก้วแรกชื่อว่า Gravity ราคา 90 บาทกาแฟแก้วนี้น่าตื่นตาตื่นใจมากๆครับ ดูจากทรงแก้วแล้วทุกคนอาจจะเดาว่าเป็นกาแฟร้อนแต่ผิดถนัดครับ !!!!!! ถ้าเจ้าของบล็อกบอกว่า “กาแฟแก้วนี้เป็นกาแฟเย็น” จะเชื่อกันหรือเปล่าครับ ...... กาแฟแก้วนี้เป็นกาแฟเย็นจริงๆนะครับ เป็น espresso shot บนครีมข้นเย็นๆครับ วิธีการดื่มกาแฟแก้วนี้ให้อร่อยจะต้องรอให้กาแฟตกลงไปในครีมซักระยะนึงก่อนแล้วจึงค่อยๆเริ่มจิบกาแฟได้ครับ รสชาติของกาแฟก็จะมีรสเข้มๆของชอต espresso นะครับ แต่ไม่ได้เข้มปี๋เพราะว่ามีรสชาติหวานๆนวลๆ ของครีมมาดึงรสไว้ นับว่าเป็นกาแฟที่น่าตื่นตาตื่นใจและอร่อยมากจริงๆครับส่วนอีกแก้วนึงเป็น Espresso Panna Cotta ราคา 90 บาท เช่นกันครับตอนที่ “หลานมุก” พูดถึงกาแฟเมนูนี้ก็ยังไม่เท่าไหร่ครับ แต่พอตอนที่ยกกาแฟแก้วนี้มาเสิร์ฟถึงกับอึ้งกันทั้งโต๊ะ “หลานมุก” ยังบอกอีกด้วยว่า “แก้วนี้ต้องตักกินนะคะ” ...... เลยอึ้งแบบยกกำลังสองกันเลยทีเดียว .... แต่พอลองมองดีๆแล้วจะเห็นได้ว่า Espresso Panna Cotta แก้วนี้เป็นชอต espresso ราดลงบนหน้าของขนม Panna Cotta ครับ ...... เวลาจะทานก็จะต้องตัก Panna Cotta กับชอต espresso ขึ้นมาทานพร้อมๆกัน รสเข้มๆของชอต espresso เมื่อมารวมกันรสเนียนๆ นวลๆ หวานน้อยๆ ก็จะลดความเข้มลงไปเยอะ แต่ด้วยความที่ไม่ได้รวมกับของเหลวจำพวกครีม นม ชอต espresso ก็ยังคงความเข้ม หอม อยู่ครับ แต่รสเข้มๆนั่นก็ถูกเบรกด้วยขนมรสเนียนๆ นวลๆ หวานน้อยๆ ทำให้เกิดความแตกต่างที่ลงตัวที่สุดครับร้าน A/sa/ma Café ของ “หลานมุก” ของ “เพื่อนรัก” เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ที่คุณภาพของบาริสต้าไม่ได้เล็กไปตามขนาดร้านเลยครับ นอกจากนั้น “หลานมุก” ยังมี Passion ในการชงกาแฟเหมือนกับคุณอาที่มี Passion ในการทำอาหารที่สามารถสัมผัสได้จริงๆครับChubby Lawyer’s Café’ ………………………………… ร้านอร่อย ....... ตามใจฉัน continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
Asama Cafe ร้านกาแฟอินดี้ที่ฝีมือไม่เป็นรองใคร ..ถือเป็น "ช้างเผือก" ในป่าใหญ่ก็ว่าได้ ที่เปรียบมาไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด เพราะร้านเล็กๆ แห่งนี้ ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเชียงใหม่เลคแลนด์ รั้วเดียวกับ "ครัวย่า" ร้านอาหารไทยชื่อดังของเมืองเชียงใหม่ ซึ่ง "น้องมุก" เจ้าของร้านแกเป็นลูกหลานของร้านครัวย่าแห่งนี้ แต่ไม่ใช่อยู่ในร้านครัวย่าแล้วจะอิงกระแส ขายกาแฟธรรมดาๆ อย่างหลายๆ ร้านชอบทำกัน .."น้องมุก"คนนี้ ฝีมือใช่ย่อย เพราะมีพรายกระซิบบอกว่าเธอมีดีกรีแชมป์ทางด้านกาแฟเหมือนกัน .. ตัวร้านที่เป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีเคาน์เตอร์ใหญ่ๆ และบาร์ 4-5 ที่นั่ง คือบรรยากาศภายใน ส่วนภายนอกมีชิงช้า และโต๊ะประมาณ 3 ชุด ตั้งอยู่ริมน้ำที่เป็นบึงของหมู่บ้าน บรรยากาศดีมาก เย็นสบาย ดูผ่อนคลายไม่น้อย ว่ากันที่จุดเด่นของร้านนี้อันดับแรกเลย ที่ใครมาเห็นเป็นต้อง"สะดุด" คือ เครื่องชงเอสเปรสโซ่ที่หน้าตาละม้ายคล้ายยานอวกาศ ถ้าเป็นบาริสต้าหรือคนในวงการกาแฟ เจ้าเครื่องนี้ถือเป็นเครื่องชงกาแฟในฝันของใครหลายๆ คน ด้วยราคาและประสิทธิภาพสุดยอด "Spirit Duette" มีค่าตัวประมาณรถอีโคคาร์คันหนึ่งเลยทีเดียว นั่นคือ "ห้าแสนบาท" ใช่เครื่องชงจะแพงอย่างเดียว คุณภาพของเมล็ดกาแฟที่นี่ก็ดีพอกัน ด้วยความรักและหลงไหลในกาแฟ เจ้าของร้านจึงมีกาแฟเบลนด์ใหม่ๆ ต่างแบบต่างชนิด ทั้งของไทยและของนอก จากโรงคั่วต่างๆ มาให้ได้ลองอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เวลามาทานกาแฟที่นี่แล้วไม่รู้สึกเบื่อ โดยเฉพาะคนชอบกาแฟร้อนอย่างผม จะดื่มเมนูซ้ำๆ บ่อยๆ การได้ลองชิมเมล็ดกาแฟใหม่ๆ นับเป็นเรื่องสนุกและตื่นเต้นทุกครั้ง จากทั้ง 3 ปัจจัย คือ ฝีมือ+เครื่องชง+เมล็ดกาแฟ และสุดท้าย "ใกล้บ้าน" ทำให้ร้านนี้กลายเป็นร้านกาแฟเบอร์หนึ่งในใจไปแล้ว .. เห็นอย่างนี้อย่านึกว่าจะแพง เพราะเขาขายราคาได้ถูกอย่างไม่น่าเชื่อหากเทียบกับคุณภาพ เพราะ espresso 1 ช็อต เพียง 55 บาท ส่วนกาแฟเย็น แก้วละประมาณ 60-75 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มสุดๆ นอกจากนี้ทางร้านยังมีเค้กและของหวานอื่นๆ อีกด้วย แต่ที่อยากให้ลองชิม กาดอกจันไว้ใหญ่ๆ เลยคือ "Espresso Panna Cotta" ซึ่งทางร้านทำวันละ 4 ที่เท่านั้น เนื้อพันนาค็อตต้าเด้ง นุ่ม หวานมันกำลังดี ราดด้วยช็อตเอสเปรสโซ่ที่เข้มข้น และขมลงไป รสชาติเข้ากันไม่น้อย ยิ่งพอกินไปเรื่อยๆ น้ำกาแฟจะซึมเกาะผิวของพันนาค็อตต้า ฉ่ำ อร่อยมากครับ ไม่เสียดายตังค์ 79 บาทเลย คงไม่มีอะไรบรรยายไปมากกว่านี้ นอกจากต้องยกนิ้วให้ และไปใช้บริการซ้ำๆ เพราะรสชาติของกาแฟทุกแก้ว จากที่ได้ลองชิมแล้วหลายๆ เมนู ถือว่า "ระดับเทพ" ..และคุณภาพเกินราคาจริงๆ continue reading
(The above review is the personal opinion of a user which does not represent OpenRice's point of view.)
You may be interested in