1
2
0
เบอร์โทร.
02-235-8537
02-234-8275
เหมาะสำหรับ
ลำลอง
ครอบครัว ลำลอง
เวลาเปิด-ปิด
วันนี้
11:00 - 22:00
จันทร์ - อาทิตย์
11:00 - 22:00
วิธีจ่ายเงิน
วีซ่า มาสเตอร์ อเมริกันเอ๊กเพรส เงินสด
จำนวนที่นั่ง
60
ข้อมูลอื่นๆ
บริการจัดส่ง
ที่จอดรถ
รับบัตรเครดิต
จัดงานนอกสถานที่
ค่าเปิดขวด
พื้นที่จัดปาร์ตี้ส่วนตัว
สำรองโต๊ะ
ใบกำกับภาษี
เมนูแนะนำ
ปูผัดพริกไทยดำ ส้มตำ
รีวิว (3)
วันนี้จะพาไปกินร้านอาหารที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงกันอีกร้านหนึ่งนะคะ นั่นก็คือร้านครัวเจ๊ง้อนั่นเองค่ะ ซึ่งการไปครั้งนี้ก็เป็นการติดต่อจากเอเจนซี่เจ้าหนึ่งค่ะ โดยเราก็เงื่อนไขเหมือนเดิมว่าขอรีวิวตามจริง ซึ่งทางเอเจนซี่โอเคและคุยกับทางร้านแล้วทางร้านก็โอเค ก็เลยได้ไปกินกันค่ะ โดยไปกันที่สาขาสี่พระยานะคะ แผนที่ก็ตามนี้เลยค่ะวันนั้นโชคดีค่ะทางเอเจนซี่บอกว่าเจ๊ง้ออยู่ด้วย ก็เลยได้มีโอกาสกินฝีมือจากต้นตำรับ รวมทั้งได้พูดคุยกับเจ๊ง้อด้วยนะคะ เอารูปเจ๊ง้อมาเปิดตัวก่อนเลยค่ะ (เดี๋ยวจะเล่าที่มาที่ไปของร้านอาหารครัวเจ๊ง้ออีกครั้งนะคะ)หากท่านใดเอารถไปเหมือนเรา แนะนำให้เอารถไปจอดที่ลานจอดรถใต้ทางด่วนนะคะ (เราไปโดย google map ซึ่งผิดจุดด้วยค่ะ เลยต้องโทร.ถามทางร้านให้บอกเราอีกทีว่าต้องไปทางไหน แหะๆ) รูปนี้คือตัวร้านค่ะ ซึ่งฝั่งตรงข้ามร้านก็จะเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารครัวเจ๊ง้อด้วยค่ะ ถ้าท่านใดสนใจจะเรียน ก็จะมีเปิดเรียนเป็นคอร์สๆ นะคะ คอร์สหนึ่งก็เรียนทำอาหารได้ 4 อย่างแต่ละคอร์สราคาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าจะเรียนทำเมนูอะไรบ้างน่ะค่ะ แล้วก็ไปเปิดร้านได้ แต่แค่ห้ามใช้ชื่อว่าครัวเจ๊ง้อแค่นั้นเองค่ะสำหรับลานจอดรถของร้าน ก็กว้างขวางและจอดได้เยอะพอสมควรนะคะ และมีรถบั๊กกี้อำนวยความสะดวกส่งระหว่างลานจอดรถมาที่ร้านด้วยค่ะ (แต่ที่จริงถ้าเดินก็แค่หนึ่งนาทีเองนะคะ เรายังเดินเลย แหะๆ)สำหรับสาขานี้ ถ้าเป็นวันธรรมดาจะเปิดสองช่วงสำหรับมื้อกลางวันและมื้อเย็นนะคะ กล่าวคือ เปิดเวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-22.00 น.ค่ะ แต่ถ้าวันเสาร์อาทิตย์นี่เปิดทั้งวันนะคะ วันนั้นเราไปตอน 11.00 น.ค่ะ คนก็ยังไม่เยอะมากนักค่ะ แต่พอตอนมื้อเที่ยงคนก็จะเยอะเลยหละค่ะ แหะๆที่นั่งภายในร้านก็มีเยอะพอสมควรนะคะ โดยนอกจากที่เป็นโต๊ะกลมนั่งรวมๆ กันแล้ว ก็จะมีห้องส่วนตัวด้วยค่ะ ซึ่งมีทั้งชั้นล่างและชั้นบนเลยค่ะที่นั่งชั้นบนจะแบ่งออกเป็นสองฝั่งนะคะ ฝั่งด้านในก็จะมีที่นั่งแบบรวมๆ กันตามภาพนี้เลยค่ะส่วนชั้นบนฝั่งติดถนน จะเป็นห้องส่วนตัวนะคะ วันนั้นจองเต็มหมดเลยค่ะ เราเลยไม่ได้ห้องส่วนตัวกันมาดูเมนูกันนะคะ มีรูปเจ๊ง้อการันตีที่หน้าปกด้วยค่ะ ราคาเหมือนจะสูง แต่บอกเลยว่าพอร์ชั่นใหญ่มาก เรียกว่าเป็นจานสำหรับโต๊ะจีนเป็นส่วนใหญ่เลยหละค่ะ เพราะงั้นถ้าไปร้านนี้ เราแนะนำให้ไปกันหลายๆ คนจะสั่งได้หลายอย่างกว่าและได้กินกันหมดด้วยนะคะ อย่างวันนั้นเราไปกันสามคนนี่...เหลือแทบทุกจานเลยค่ะ (พยายามแล้ว แต่ไม่สามารถจริงๆ ค่ะ จานใหญ่เมิ่ก)นอกจากเมนูที่บอกราคาเป๊ะๆ แล้ว พวกปูหรืออื่นๆ ก็จะมีการคิดราคาตามน้ำหนักด้วยนะคะชอบอยู่อย่างที่ร้านนี้เมนูหลากหลายมากๆ ค่ะ แต่เจ๊ง้อก็เล่าให้ฟังว่า ลูกค้าส่วนใหญ่มาก็จะมาสั่งเดิมๆ พวกปู ปลา หมี่ผัดกระเฉด ฯลฯ ประมาณนี้หละค่ะ แต่เจ๊ง้อก็บอกว่า เมนูอื่นก็อร่อยนะคะ อย่างลูกค้าประจำๆ ก็จะมีบอกให้เจ๊ง้อจัดเมนูอื่นๆ มาให้แล้วก็กินได้อร่อยเช่นกันค่ะ อิอิก่อนจะไปถึงอาหารแต่ละจาน เรามารู้จักที่มาที่ไปของร้านอาหารครัวเจ๊ง้อกันดีกว่านะคะ เจ๊ง้อมีชื่อจริงว่า ณชนก แซ่อึ้งค่ะไม่แน่ใจว่าทราบกันมั้ยคะว่าเจ๊ง้อ ณ ปัจจุบัน อายุ 77 ปีแล้ว..ขอบอกว่าตอนรู้อายุที่อึ้งมากค่ะ เพราะเจ๊ง้อดูดีมากๆ ไม่เหมือนคนอายุ 77 ปีเลยค่ะ แล้วก่อนหน้าที่จะเปิดร้านอาหาร เจ๊ง้อเปิดร้านตัดเสื้อผ้าทำผมก่อนค่ะ แต่การมาเปิดร้านอาหารก็เนื่องด้วยลูกค้าของเจ๊ง้อได้กินอาหารฝีมือเจ๊ง้อแล้วก็ชอบมาก และขอให้เจ๊ง้อเปิดร้านอาหาร จนในที่สุดเจ๊ง้อก็เลยเลือกเปิดร้านอาหารในที่สุดค่ะ ซึ่งตอนเริ่มเปิดร้านอาหารก็ตอนอายุ 62 ปีแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นก็เปิดมาได้ 16 ปีแล้วนะคะ ซึ่งปัจจุบันก็มีด้วยกันทั้งหมด 11 สาขาค่ะเอาหละค่ะ มาดูกันว่าวันนั้นเราได้กินอะไรกันบ้างเนาะ ไล่รีวิวตามเมนูที่สั่ง+เสิร์ฟแล้วกันนะคะเมนูแรกที่มาค่ะ ผัดผักบุ้งไฟแดง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของร้านครัวเจ๊ง้อเลยค่ะ ต้องบอกก่อนว่า เราเคยกินครัวเจ๊ง้อครั้งหนึ่งแล้วที่สาขาอื่น และสั่งเมนูนี้เช่นกันค่ะ แต่ขอบอก (อีกเช่นกัน) ว่ามันต่างจากรอบนี้มากๆๆ รอบนี้ผัดมาได้ถึงเครื่อง รสจัดเท่าที่ผัดผักบุ้งจะทำได้ ผักบุ้งก็ยังคงความกรอบอยู่ คือ อร่อยเลยค่ะ (ผิดจากคราวก่อนหน้านี้ที่เรางงมากว่ามันอร่อยตรงไหน ทำไมใครๆ ถึงสั่ง คิดดูแล้วกันค่ะว่าต่างกันขนาดไหน) แต่เจ๊ง้อบอกว่า ที่จริงแล้วรสชาติควรต้องเหมือนกัน เพราะทุกสาขาจะได้เรียนเหมือนกัน แต่อาจจะเป็นได้ว่าคนทำอาจจะทำแบบไม่สม่ำเสมอ ทำให้ต่าง แต่ขอยืนยันว่าต่างมากค่ะ กินอาหารรอบนี้ (โดยฝีมือเจ๊ง้อเองเลยในหลายๆ เมนู) บอกได้เลยว่า เข้าใจเลยค่ะว่าทำไมร้านนี้ถึงได้มีชื่อเสียง เพราะอร่อยจริงๆ ค่ะน้ำจิ้มซีฟู้ดค่ะ มาแบบถ้วยเล็กๆ แบบนี้นะคะ (แต่ขอเติมได้ค่ะ) รสชาติโอเคเลยค่ะ จัดจ้านแบบเซอร์ไพรซ์เลย (คือด้วยความที่เคยกินสาขาอื่นมาแล้ว แล้วรสชาติมันแบบ..นะ ก็เลยไม่ได้คาดหวัง แต่พอมาเจอรอบนี้เจออาหารที่รส “ถึง” หลายอย่างนี่..ยอมรับว่าเซอร์ไพรซ์ค่ะ)เมนูนี้ค่ะกับปูผัดพริกไทยดำ ขอบอกว่าปูตัวใหญ่มาก ก้ามใหญ่มากๆ (ดูจากในจานนะคะ ส่วนก้ามที่เราเอามาถ่ายคู่มือเพื่อนเรานี้เป็นก้ามที่เล็กกว่าก้ามที่ใหญ่ที่สุดน่ะค่ะ) และรสชาติแบบ...เข้มข้นจัดจ้านมากกกก หอมพริกไทยสุดๆ แถมผัดเข้าเนื้อปูด้วยค่ะ ปูก็สดมาก (เป็นร้านที่เรากินซีฟู้ดในกรุงเทพฯ แล้วเรายอมรับเลยค่ะว่าปูสดเหมือนจังหวัดติดชายทะเลเลยหละค่ะ) เป็นจานที่ประทับใจกันทั้งโต๊ะค่ะ อร่อยจริงจังเมนูต่อมาค่ะกับปลากะพงย่างเกลือ ปลาสดหวานมากกกกกกกกกก (ยอมรับวัตถุดิบร้านนี้จริงๆ) อร่อยมากๆ ค่ะ ถ้าคนกินรสไม่จัด อาจจะกินเปล่าๆ ก็ได้ความหวานของเนื้อปลาที่เพียงพอแล้วค่ะ แต่พอกินกับน้ำจิ้มด้วยก็อร่อยมากค่ะ กินแล้วคิดถึงแม่เลยค่ะ แม่เราชอบกินปลา กินเมนูนี้น่าจะโปรดแน่ๆ อ้อๆ ตอนเสิร์ฟ เค้ามาแบบตัวเต็มๆ แบบนี้ แล้วพอจะกิน พนักงานก็เอาไปเลาะหนังออกให้ค่ะ ทำให้กินง่ายขึ้นดีค่ะภาพรวมของสามอย่างแรกที่มานะคะ ประทับใจทุกจานค่ะส่วนจานนี้เป็นจานหนึ่งที่ประทับใจมากๆ กันทั้งโต๊ะเช่นกันค่ะ คือ กระเพาะปลาสดน้ำแดงค่ะ สำหรับเรานี่คือไฮไลท์ที่สุดของมื้อนี้ เราเคยกินแต่กระเพาะปลาแห้งค่ะ แต่นี่คือการกินกระเพาะปลาสดครั้งแรกของเรา ซึ่งขอบอกว่ามันนุ่มละมุนลิ้นมาก เวลาที่ตัวกระเพาะปลาสัมผัสกับลิ้นนี่ เหมือนได้ลูบผิวเด็กอ่อนน่ะค่ะ บอกไม่ถูกมันละมุนมาก อร่อย ตัวน้ำซุปก็เข้มข้นค่ะ เป็นเมนูหนึ่งที่เชียร์เลยว่าให้สั่งมากินนะคะ อร่อยจริงๆต่อไปค่ะกับเย็นตาโฟผัดแห้ง รสเข้มข้นดีนะคะ แต่โดยรวมไม่ได้เด่นกว่าที่อื่นค่ะ คือ สั่งมากินได้ไม่เสียปากหละถ้าใครชอบเมนูนี้ แต่ถ้าอยากกินของอร่อยๆ เราว่าเมนูอื่นของร้านนี้น่าสั่งกว่าค่ะและต่อไป..กับหนึ่งเมนูที่ตอนที่เพื่อนเรารู้ว่าเราจะมากินร้านนี้ ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องสั่ง” นะคะ นั่นก็คือหมี่กระเฉดนั่นเองค่ะ แล้วพอได้กินก็สมกับที่ใครๆ เชียร์จริงๆ ค่ะ รสจัดจ้าน และรสชาติทั้งมวลก็สม่ำเสมอในทุกเส้นหมี่เลยค่ะ หักคะแนนนิดหนึ่งตรงที่กุ้งมีตัวหนึ่งที่ไม่สดเด้ง แต่ตัวอื่นสดเด้งแบบที่ควรเป็นค่ะ แต่อร่อยมาก รสจัดค่ะ อร่อยกว่าสาขาที่เราเคยกินอีกเช่นกันค่ะต่อไปค่ะกับปลิงทะเลผัดฉ่า ตัวเนื้อปลิงมาแบบรู้เลยว่าตัวใหญ่ค่ะ ตัวเครื่องที่ผัดมาก็จัดเต็ม จัดจ้านร้อนแรงมาก แต่ แต่ ตัวเครื่องมันเข้าไม่ถึงเนื้อของปลิงอะค่ะ (ซึ่งตอนปูกลับทำได้ดี เข้าเนื้อและรสชาติดีกว่าค่ะ) เลยคิดว่า ถ้าใครอยากกินปลิงทะเล แนะนำให้สั่งด้วยการปรุงแบบอื่นน่าจะโอเคกว่าค่ะ แต่กินแล้วติดใจเลยว่าผัดฉ่าได้ดี ถ้าสั่งอย่างอื่นผัดฉ่าน่าจะโอเคกว่าค่ะภาพรวมเมนูของคาวที่สั่งมาค่ะ แต่ระหว่างนั้นเจ๊ง้อก็มาพูดคุยด้วย เลยสั่งเมนูคาวมาอีกสองเมนูค่ะ แฮ่...เมนูแรกนะคะ กับยำส้มโอค่ะ ตัวรสไม่ได้จัดมาก ออกแนวละมุนผู้ดี แต่ที่สำคัญคือ ตัวส้มโออร่อยมากกกกกกกกกกกก แล้วก็ไม่ได้ย่อยๆ ส้มโอให้เป็นเล็กๆ แบบบางเจ้า แต่มาเป็นชิ้นแบบตามภาพค่ะ ซึ่งเราชอบค่ะ เราว่าอร่อยดี แต่ควรสั่งมาเป็นจานแรกๆ ค่ะ ด้วยความที่รสจะไม่จัดเท่าอาหารอย่างอื่น ทำให้ถ้ากินอย่างอื่นที่รสจัดๆ มาก่อน จะทำให้เหมือนว่าจานนี้จืดไป แต่ที่จริงไม่นะคะเพิ่งรู้ทีหลังว่า เจ๊ง้อมีสวนส้มโอเองด้วยค่ะ อยู่แถวๆ บึงฉวาก สุพรรณบุรี ซึ่งลูกของเจ๊ง้อท่านหนึ่งเป็นคนดูแลอยู่นะคะ แต่ส่วนใหญ่จะส่งออกนอกมากกว่าค่ะ แต่ถ้าใครสนใจ ที่ร้านก็มีจำหน่ายนะคะ ราคาลูกละ 120 บาทเท่ากันหมด เพื่อนเรานี่ซื้อกลับซะห้าลูกอะค่ะ (อร่อยจัด ฮา)เมนูคาวปิดท้ายอีกอันนะคะ เป็นอีกเมนูที่เจ๊ง้อแนะนำค่ะ ยำหมูดำนะคะ (ใส่กระเทียมโทนด้วย) คือ ด้วยความที่เป็น “ยำ” (ที่ไม่ใช่ยำใหญ่หรือยำส้มโอ) เราเลยคาดหวังไว้ที่รสจัดจ้านน่ะค่ะ แต่กลับกลายเป็นแบบรสไม่ได้จัดจ้านง่า แต่ตัวหมูนุ่มเวอร์มากค่ะ เรากับเพื่อนอีกคนไม่ชอบ แต่เพื่อนอีกคนที่ไม่ชอบยำส้มโอกลับชอบยำจานนี้มากกว่าค่ะจบคาวนะคะ (ที่จริงยังสั่งไม่ถึงโควตาที่เค้าให้สั่งหรอกค่ะ แต่ไม่ไหวแล้วจริงๆ เสียดายของด้วยง่ะ) มาดูเมนูของหวานกันบ้าง ก็มีไม่เยอะมากนะคะ แต่โอเคอยู่ค่ะ ราคาก็พอควรนะคะของหวานมาแล้วค่ะ แปะก๊วยกับแปะก๊วยนมสดค่ะ เค้าจะมาแบบร้อนแล้วแยกน้ำแข็งให้ต่างหากเผื่ออยากกินเย็นนะคะ ตัวแปะก๊วยธรรมดาก็ทั่วไปค่ะ ทำแปะก๊วยมาค่อนข้างโอเคค่ะ ไม่ขมมากนัก แต่แปะก๊วยนมสดอร่อยค่ะ หอมนมดี (น่าจะเป็นยี่ห้อหนึ่งนะคะ ค่อนข้างคุ้นเคยกับรสชาติเลยหละค่ะ)เผือกหิมะค่ะ อันนี้คือจานเล็ก (ราคา 100 บาท) ค่ะ ตกชิ้นละ 20 บาท เมนูนี้เรากินครั้งแรกที่ร้านจกโต๊ะเดียวค่ะ ซึ่งตัวน้ำตาลที่เคลือบจะหนาและเยอะกว่านี้ แต่ของร้านนี้แม้น้ำตาลจะน้อยกว่าแต่อร่อยนะคะ (เป็นเมนูหนึ่งที่บอกเลยค่ะว่า ต้องกินร้อนๆ เท่านั้นนะคะ ถ้ากินตอนไม่ร้อนนี่เรียกได้เลยว่า เสียของนะคะ รสชาติคนละเรื่องเลยค่ะ) ตัวเผือกเป็นเผือกที่เนื้อแน่นแต่นิ่มนวลมาก และน้ำตาลที่เคลือบซึ่งมีเกลือด้วยหละค่ะ มันก็จะหวานๆ เค็มๆ รสชาติดีค่ะ อร่อย ในบรรดาของหวานที่สั่งมาสามอย่าง เราชอบเมนูนี้ที่สุดเลยค่ะ เชียร์นะคะเสร็จจากโต๊ะเราก็เดินไปสำรวจห้องน้ำค่ะ ค่อนข้างสะอาดเลยค่ะ แยกระหว่างชายหญิงนะคะนอกจากนั้น ที่นี่ยังรับทำอาหารมงคลด้วยนะคะ อย่างตอนวันนั้นที่เราไป จะมีตะกร้าซิ่วท้อ (เรียกถูกมั้ยนั่น ฮา) กับหมี่เป็นกระจาดสวยงามตามภาพเลยค่ะ สูงราวๆ สองฟุตได้ และมีคานหาบด้วยนะคะ ราคาชุดนี้นี่ 6000 บาทค่ะ แต่รับทำเฉพาะสาขานี้เท่านั้นนะคะ ให้ไว้เป็นข้อมูลเผื่อใครสนใจเนาะกลับมาที่โต๊ะอีกทีนะคะ ก็มีส้มโอมาเสิร์ฟแล้ว น้องพนักงานบอกว่าเป็น complimentary ของทางร้านค่ะ เลยซัดซะหมดจานเลยค่ะ อร่อยจริงๆ นะคะ มาร้านนี้ห้ามพลาดส้มโอเลยค่ะ (ถามชื่อพันธุ์เจ๊ง้อมานะคะ แต่ดั๊น..ลืมซะแล้วง่ะ ขออภัยค่ะ)ถ้าท่านใดสนใจอยากพิสูจน์ว่าส้มโอสวนของเจ๊ง้ออร่อยแค่ไหน ที่นี่มีส้มโอขายด้วยนะคะ ลูกละ 120 บาทเท่ากันทุกลูกอย่างที่บอก ซึ่งจะซื้อไปเป็นลูกๆ หรือจะให้แกะให้ก็ได้ค่ะอ้อๆ แล้วที่นี่ก็ทำเป็นครัวเปิดด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นรับประกันได้เรื่องความสะอาด ไม่มีหมกเม็ดเหมือนร้านอาหารบางร้านแน่นอนค่ะ เราชอบครัวเปิดแบบนี้นะคะ มันสะดวกใจกับความสะอาดดีเนาะโดยสรุปสำหรับร้านนี้นะคะ เป็นร้านหนึ่งที่ได้กินแล้วประทับใจมากค่ะ มีจานพีคๆ หลายจานเลยค่ะ และรสชาติแตกต่างจากครั้งแรกที่เราเคยกินที่สาขาอื่นแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยค่ะ แม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่จานที่อร่อยๆ ทั้งหลายนี่คุ้มค่าคุ้มราคามากค่ะ เป็นอีกร้านที่ได้กินแล้วอยากพาแม่ไปกินมาก เพราะคิดว่าแม่น่าจะชอบ (แต่ห้ามให้แม่เห็นราคา ฮา ต้องเป็นคนสั่งแล้วแอบจ่ายตังค์อย่างเดียวค่ะ แหะๆ) ซึ่งเราคิดว่า ถ้ามีโอกาสได้กินฝีมือเจ๊ง้อจริงๆ (แบบที่เรากิน) บอกได้เลยว่า คุณจะเข้าใจว่าทำไมร้านนี้ถึงได้มีชื่อเสียงค่ะปิดท้ายด้วยรูปสาขาต่างๆ ของครัวเจ๊ง้อนะคะ  อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)
ถ้าใครชอบอาหารจีน รสชาติไทยๆ แนะนำร้านนี้เลยคะ ครัวเจ๊ง้อ สถานที่ตกแต่งร้านเรียบๆสไตล์ออกจีนเป็นเจ้าของต้นตำรับ เส้นหมี่ผัดผักกระเฉด ที่เป็นอาหารยอดนิยมในใจเรา มาร้านนี้ทีไรไม่เคยพลาดรายการนี้แน่นอน เส้นหมี่ที่ผัดมาเหนียวนุ่มอร่อยผัดคลุกเคล้ากับผักกระเฉดอ่อนๆ และกุ้งสดๆ รสชาติออกเผ็ดนิดหน่อย ทำให้ไม่เลี่ยน และตบท้ายด้วยขนมหวาน เผือกหิมะ เผือกร่วนซุยหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดกำลังดี ผัดกับน้ำตาล รสชาติอร่อย อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)
ไปกินครัวเจ๊ง้อฉลอง(ก่อน) สงกรานต์กันค่ะ ที่สาขาสี่พระยาร้านไม่ใหญ่มากค่ะ เป็นตึกแถว มีที่จอดรถในซอย ที่สาขานี้เจ๊ง้ออยู่ดูแลเองเลยค่ะเมนู เมนูแรก ส้มตำปูไข่ดองกั้งทอดกระเทียมออเดิฟรวมรสชาติอาหารส้มตำปูไข่ดองอรอยมาก รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ปูก็อร่อย ไม่คาวกั้งทอดกระเทียมอร่อย แต่แกะยากไปหน่อยออเดิฟรวม มีแปะก๊วยทอด อกเป็ดราดซอสมะนาว กระเพาะปลาผัดแห้ง แอบเซ็งตรงในเมนุจะมีกุ้งราดซอสกับแมงกะพรุนน้ำมันงา แต่ไม่มี เป็นขนมจีบกุ้งกับปลาเงินทอดมาแทน เซ็งมาก เพราะอยากอยากแมงกะพรุนน้ำมันงา แต่แปะก๊วยทอดอร่อยดีราคาก็ค่อนข้างแพงการบริการปานกลางค่อนข้างดี บรรยากาศร้านร้านไม่ใหญ่มาก ชั้นล่างค่อนข้างแคบ แต่มีชั้นบน อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)