3
0
0
เบอร์โทร.
093-569-9998
เวลาเปิด-ปิด
วันนี้
18:00 - 23:00
จันทร์
ปิด
อังคาร - อาทิตย์
18:00 - 23:00
วิธีจ่ายเงิน
เงินสด
ข้อมูลอื่นๆ
Wi-Fi
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ค่าเปิดขวด
เว็บไซต์ร้านอาหาร
http://www.facebook.com/1677170755883889
เมนูแนะนำ
เนื้อริบอาย เสือร้องไห้ กุ้งลายเสือ
รีวิว (3)
รีวิวนี้ จะพาไปพบกับร้านริมทาง ปิ้งย่างและเบียร์สุดเจ๋งกันแถวถนนราชพฤกษ์ครับ ทีเด็ดของร้านคือบรรดาเนื้อวัวส่วนต่าง ๆ ที่เป็นเนื้อนำเข้าทั้งจากญี่ปุ่นออสเตรเลียและอาร์เจนตินา เนื้อหมูเกรดพรีเมียมนอกจากนี้ยังมีเนื้อไก่ กุ้งลายเสือ ปลาหมึกและเห็ดออรินจิ เห็ดเข็มทอง หอมหัวใหญ่ไว้ปิ้งแกล้มรวมถึงกิมจิและข้าวเปล่ากินให้อิ่มท้องและตอนนี้ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ เนื้อมิยาซากิ วากิว A4ส่วนริบอาย (Miyazaki Wagyu Rib eye A4)น้ำหนัก 100 กรัม ที่นำมาขายจานละ 488 บาทเท่านั้น!!!เรียกได้ว่าสุด ๆ ไปเลยครับกับเนื้อตัวนี้ในราคาเพียงเท่านี้ขายถูกแบบไม่กลัวเจ๊ง (ช่วยสั่งอย่างอื่นถัวด้วยละกัน 555)และมีเนื้อดี ๆ แล้วก็ต้องตามด้วยเบียร์ดี ๆ ตามชื่อร้านที่ร้านจะมี Craft เบียร์หลายชนิด จากหลายประเทศให้เลือกดื่มกันอย่างสนุกสนานเลยครับกับร้าน Bro's Grill and Beer Barตัวร้าน Bro's Grill and Beer Bar ตั้งอยู่ที่ถนนราชพฤกษ์ ใกล้ซอยวัดทองบางเชือกหนัง (จอดรถริมถนนหรือภายในวัดทอง ฯ)ถ้ามาจากถนนบรมราชนนี ผ่านถนนตัดใหม่จากถนนจรัญสนิทวงศ์แล้วรีบชิดซ้ายออกทางขนานในทางกลับกันถ้ามาจากถนนเพชรเกษม ก็ต้องหาที่กลับรถครับ แต่ทางที่ผมไปนั้นสะดวกกว่าคือมาจากเส้นตัดใหม่จากถนนจรัญสนิทวงศ์หรือให้ดีเปิด google map ก็จะเจอเส้นทางมาร้านร้านมีที่นั่งริมถนนและในร้าน เป็นแบบโอเพ่นแอร์ เมนูตามนี้ อาจจะมีเพิ่มเติมในอนาคตครับราคาลงท้ายด้วยเลข 8 ทุกเมนู (ยกเว้นเครื่องดื่ม)ภายในร้านจะมีตู้แช่เบียร์หลายยี่ห้อให้เลือกเลยครับเอาออกมาเรียงถ่ายรูปและเลือกไว้ในใจก่อนขอไปรองท้องด้วยอาหารก่อนดีกว่าครับเพราะเห็นขวดแล้วน้ำลายก็ไหลแล้ว หิวเลย มาดูเตากันบ้าง ทางร้านเลือกใช้เตาแก๊สกับกระทะเทฟลอนที่มีรูไว้ให้น้ำมันหยดไหลลงไปในถาดด้านล่าง แก้ปัญหาเรื่องการใช้ถ่านไม้และพนักงานลงไปได้เยอะ แต่ก็ต้องแลกกับกลิ่นความหอมอบอวลของเนื้อที่ลดลงไปด้วยเช่นเดียวกันเรียกน้ำย่อยกันอีกยกด้วย แซลมอนน้ำลาบรสชาติลาบจัดจ้านเข้ากันกับปลาแซลมอนเกรดซาซิมิที่สดดีเลยครับเห็ดเข็มทอง เห็ดออรินจิ หอมหัวใหญ่และกิมจิปลาหมึกและกุ้งลายเสือ พร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ดสูตรเด็ดมาพร้อมกันแล้ว เรามาเริ่มจากซีฟู๊ดกันเลยวอร์มเตาจนร้อนพอแล้ว ก็ลุย!!!จัดการย่างซีฟู๊ด แล้วก็พบว่ายังมีคราบติดหน้ากระทะอยู่บ้างแต่ก็สามารถเขี่ยหรือเช็ดออกได้ไม่ยากครับสำหรับความสดของซีฟู๊ดเข้าขั้นดีเลย กุ้งลายเสือยังหวานกรอบวันนั้นผมพกไวน์ไปด้วย เลยจัดไวน์ 88 ขวดนี้กับซีฟู๊ดไวน์ขาว 88 Semillon Sauvignon Blanc ตัวนี้สดชื่น หอมกลิ่นฝรั่งและเลมอน รสชาติเปรี้ยวนิด ๆ สดชื่นครับลงเล่นในน้ำจิ้มรสเด็ด เผ็ด เปรี้ยว มาครบเข้ากันกับซีฟู๊ดและเห็ดด้วยนะครับซีฟู๊ดเสร็จต่อกันที่เนื้อแดงเลยไม่รีรอเปิดไวน์แดงไว้ให้หายใจกันทันทีถาดนี้ เนื้อออสเตรเลียน ริบอาย หรือในเมนูคือPrime A Rib eye นั่นเองครับ ได้ความนุ่มเต็ม ๆถาดนี้เป็น Wagyu Chuck Tenderหรือเนื้อส่วนสันไหล่ ที่ให้ความนุ่มและแน่นอร่อยถาดนี้เป็น Grain Fed Chuck Rollหรือเนื้อสันคอ ตัวนี้จะสู้ฟันกว่าทุกตัวได้อารมณ์ของเนื้อวัวที่แข็งแรงถาดนี้เป็น Wagyu Brisketหรือ เนื้อเสือร้องไห้ ตามภาษาบ้าน ๆ ของเราครับนุ่มมันละลายฉบับเนื้อวากิว หอมมันกระจายครับถาดนี้เป็น เนื้อสันใน หรือ Prime A Tenderloinหั่นแบบลูกเต๋ามาเลย เพื่อให้เวลาย่างผิวนอกสุกแต่ด้านในยังไม่สุกเกินไป เก็บกักความชุ่มฉ่ำและนุ่มที่สุดของเนื้อเอาไว้ให้ได้รสชาติเต็ม ๆถาดนี้เป็นสันนอกหมู สำหรับคนไม่ชอบกินมันเยอะ ๆย่างแล้วก็ยังนุ่มพอไหวครับถาดนี้เป็น สันคอหมู สไลด์มาจนผมเข้าใจผิดว่าเป็นเบคอน ย่างออกมาแล้วนุ่ม ๆ มัน ๆ ชอบครับเนื้อไก่ จะเป็นส่วนสะโพกน่อง ให้ความนุ่มชุ่มฉ่ำของไขมันจากไก่ ย่างแล้วอร่อยเป็นส่วนที่ผมชอบด้วยครับลงมือย่างกันเลย หิวเแล้วเนื้อย่างกับไวน์แดงพร้อมแล้วครับจิ้มเนื้อย่างกับซอสสูตรพิเศษของทางร้าน(สามารถปรุงพริก กระเทียม มะนาวเพิ่มได้)อร่อยเด็ดเลยไวน์แดง 88 เป็นองุ่นพันธุ์ Shiraz ปี 2012ให้ความซับซ้อนพอตัว กลิ่นของวนิลา ผลเบอร์รี่สีเข้มช็อคโกแล็ตและถังไม้โอ๊ค หอมดีเลยบอดี้เยอะ แน่น กลมกล่อม ไม่ฝาดและดื่มง่ายกว่าที่คิดสันในหั่นเต๋า นุ่ม ชุ่มฉ่ำรสเนื้อเต็มชิ้นเต็มคำไม่จิ้มก็ได้รสเนื้อ ส่วนถ้าจิ้มน้ำจิ้มก็ได้รสชาติเพิ่มเติมที่เสริมความอร่อยมากขึ้น ไม่เสียรสชาติเนื้อครับหมดชุดแรกไปอย่างอร่อยและว่องไว จัดชุดต่อมาเลยถาดนี้เป็น Chuck Tender สันไหล่อีกก้อนนึงครับมันแทรกมากกว่าถาดที่แล้วเยอะ นุ่มขึ้นอีกเยอะเลยชิมไปแทบทุกอย่างแล้ว ถึงเวลาของพระเอกละครับMiyazaki Wagyu Rib eye A4 ทำไมถึงไม่กิน ไม่ชิมเป็นอย่างแรกน่ะเหรอครับเพราะของรสชาติดีที่สุด อร่อยที่สุด ควรจะเก็บไว้หลังจากที่ได้ลองอย่างอื่น ๆ ไปก่อนแล้วจะได้ไม่ไปฆ่ารสชาติของอาหารตัวอื่น ๆ ซะก่อนทำให้จานต่อไปที่กินจะไม่อร่อยเท่าตัวพระเอกแล้วครับ และต้องไม่อิ่มนะครับ ไม่งั้นของอร่อยจะกลายเป็นไม่อร่อยแทน เพราะเราอิ่มนั่นเองลองเอาเทคนิคนี้ไปใช้ดูได้นะครับเนื้อมิยาซากิ วากิว ริบอาย A4 นี้ ต้องบรรจงย่างสักนิดเพื่อไม่ให้สุกไหม้จนเกินไป ความอร่อยต้องมีความพอดีในการปรุงให้สุกด้วยนะครับ ประมาณ medium rare-mediumจะกำลังดี ได้ความชุ่มฉ่ำของรสชาติเนื้อได้ดีที่สุดเนื้อละลายในปาก ไม่เกินเลยจากคำพูดนี้สักเท่าไหร่นุ่มละมุน ใช้ลิ้นดุนกับเพดานโดยไม่ต้องใช้ฟันก็ยังได้เคี้ยวประมาณ 4-5 ครั้งก็เรียบร้อยความอร่อย สุด ๆในราคาจานละไม่ถึง 500 บาทเนี่ยเป็นอะไรที่ดีมากเลยต้องไปลองเองถึงจะรู้นะครับแบบนี้ แว่ว ๆ ว่าเนื้อเกรดนี้ในเมืองนี่ราคาหลักเหยียบพันบาทเลยนะ ยังไม่อิ่มดี ก็เติมกันอีกนิด ๆ หน่อย ๆ ทั้งหมู ไก่ และเนื้อเครื่องติดแล้ว ก็หยุดยากหน่อยล่ะครับตบท้ายด้วยเบียร์เบา ๆ ตัวนี้หอม นวล เบา ๆสาว ๆ หรือนักดื่มที่ไม่ชอบแรงและหนักน่าจะชอบกันและมีไม่กี่ร้านที่นำมาขายด้วยครับกับเบียร์สเปนตัวนี้Inedit Damm Crafted by Ferran Adriaจบท้ายด้วย La Trappe ขวดนี้ แอลกอฮอล์ 10%เป็น ale ที่แรงที่สุดของยี่ห้อนี้เลยครับ ให้กลิ่นหอมของวนิลา กล้วย และลูกเกด หอมออกหวาน ๆส่วนรสชาติ หนักแน่นและติดหวานของอินทผาลัมและคาราเมล จัดว่าดีเลยล่ะครับ TrappistQuardrupel ตัวนี้ สำหรับร้านปิ้งย่างและบาร์เบียร์ โอเพ่นแอร์ริมทางแบบนี้ ตอบโจทย์คนชอบกินอร่อยดื่มสนุุกในราคาไม่แพง เพราะทางเจ้าของร้านนั้นลดต้นทุนด้านสถานที่และการตกแต่งออกไป ทำให้ขายได้ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้กับคุณภาพของวัตถุดิบดี ๆประกอบกับที่เจ้าของชอบกินเนื้อและเบียร์เป็นทุนเดิมจึงมาเริ่มทำด้วยใจในสิ่งที่ตัวเองรักทำให้ ร้านไม่ใหญ่ แต่ใจใหญ่ Bro's Grill and Beer Barแห่งนี้ น่าจะทำให้ครองใจคนรักเนื้อและเบียร์ได้อย่างไม่ยากเลยจริง ๆเวลาทำการ : 18:00-23:00 น. ออเดอร์สุดท้าย 22:30 น. สอบถามข้อมูลและสำรองโต๊ะ โทร : 093-569-9998 https://facebook.com/Bros-grill-and-beer-1677170755883889/ขอให้อิ่มอร่อยกับเนื้อดีเบียร์ดีกันถ้วนถี่นะครับ อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)
สำหรับวันนี้จะพาไปกินปิ้งย่างกันอีกแล้วนะคะ (เมนูโปรดเราพอๆ กะส้มตำนิ แหะๆ) โดยครั้งนี้เป็นการชวนจากน้องชื่น (นี่ถ้าเราคนละเพศกัน เราสมควรเป็นแฟนกันอย่างยิ่งนะ ) ค่ะ พิกัดร้านอยู่แถวราชพฤกษ์นะคะ อาศัย Google map นำทางไป พิกัดตรงเป๊ะอยู่ค่ะหรือถ้าใครไปไม่ถูกก็โทรถามทางร้านนะคะ 093-569-9998 การจอดรถ จอดที่หน้าร้านริมถนนได้เลยนะคะ หรือจะทำอย่างเรา เลยร้านไป เจอเซเว่นซ้ายมือติดกับซุ้มประตูวัดก็ลอดซุ้มไปจอดในวัดได้เลยค่ะร้านนี้เพิ่งเปิดมาได้สองเดือนนะคะ ซึ่งเจ้าของร้านเปิดร่วมกับพี่น้องในครอบครัว ด้วยความเป็นคนชอบกินเนื้อ แต่เห็นว่าปัจจุบันมีแต่ทำเป็นบุฟเฟต์ซึ่งมักจะไม่ใช้เนื้อเกรดดีนัก ส่วนพวกเกรดดีราคาก็จะแพงมากๆ ก็เลยเปิดร้านนี้ขึ้นมาค่ะ เพื่อให้คนได้กินเนื้อดีๆ ในราคาไม่แพงร้านเป็นโอเพิ่นแอร์ทั้งหมดนะคะ ตามคอนเซปต์ของทางร้านเลย พยายามให้กินเนื้อที่ดีในราคาไม่แพง จึงตัดคอสต์ที่จะทำให้ต้องขายแพงออกค่ะmenu ของทางร้านค่ะ ราคาโอเคมากกกกก (ราคาที่เห็นนี่ต่อ 100 กรัมนะคะ) เนื้อเกรดสี่เอ 488 บาท แต่ราคาเท่านี้นี่จะหาที่ไหนได้อี๊กกกกเมนูแรกที่ได้ลองกินกันค่ะกับแซลมอนน้ำลาบรสน้ำลาบจัดจ้านดีค่ะ แต่ตัวชิ้นแซลมอนมันใหญ่ไปสำหรับเราง่ะ ทำให้น้ำลาบมันไม่คลุกเคล้าทั่วถึงค่ะ หั่นให้เล็กกว่านี้น่าจะดีกว่านะตัวเตาที่นี่เป็นเทฟรอนเตาแก๊สนะคะ มีเปลี่ยนตะแกรงให้ด้วยค่ะกรณีถ้ามันดำมากๆ ตอนนี้มีโปรฯ เช็คอินจะได้ลาบเห็ดแซลมอนฟรีด้วยค่ะจุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้นะคะ นั่นก็คือเรื่องของเบียร์นั่นเองค่ะ ที่นี่มีเบียร์หลากหลายมากๆ ให้เลือกนะคะ โดยไม่มี menu ให้ (เพราะทางร้านเองก็มีเปลี่ยนไปเรื่อยๆ) ต้องไปดูที่ตู้เองค่ะหรือจะขอตัวแท็ปเล้ตซึ่งสามารถสอบถามได้ว่า เบียร์แบบไหน รสชาติประมาณไหน เพื่อจะได้เหมาะกับตัวเองนะฮับส่วนนี่คือโฉมหน้าผู้เข้ารอบ ไม่ใช่แระ โฉมหน้าของเบียร์ขายดีของทางร้านค่ะแต่วันนั้นพวกเราเอาไวน์ไปเองค่ะ (กรณีเอาเครื่องดื่มจากข้างนอกไป จะเสียค่าเปิดขวดๆ ละ 150 บาทนะคะ) เป็นแบรนด์ 88 หรือ Two Eight นั่นเองฮับ เอาไปทั้งขาวทั้งแดงเลย รวมทั้งแก้วไวน์ด้วยนะคะ เพราะที่ร้านไม่ได้ขายไวน์ ก็ย่อมไม่มีแก้วไวน์เน้อ แฮ่...ไวน์ขาวเป็น Semillon Sauvignon Blanc 2014 จาก Margaret River ออสเตรเลียค่ะ มีแอลกอฮอล์ 12.8% ส่วนไวน์แดงเป็น Shiraz 2012 ของออสเตรเลียตะวันออกเฉียงใต้มีแอลกอฮอล์ 13.4% นะฮับในส่วนของผู้รักสุขภาพนั้น มีเห็ดและผักให้แกล้มตามภาพเลยนะคะ นอกจากนั้นก็มีกิมจิให้แก้เลี่ยนด้วยค่ะ รสจะค่อนข้างเข้มและเปรี้ยวโดดพอควรนะคะ ส่วนน้ำจิ้มช่วงแรกทางร้านบริการเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดนะคะ ซึ่งรสชาติจัดจ้านเผ็ดดีค่ะ น้ำจิ้มตัวนี้ถูกใจเราแหละแน่นอนว่ามีน้ำจิ้มสามรส (หรือเราเรียกติดปากว่าน้ำจิ้มซีฟู้ด) ก็ต้องมีซีฟู้ดสินะฮะ เป็นปลาหมึกและกุ้งค่ะ ซึ่งกุ้งที่นี่จะเห็นว่าเค้าแกะมาให้เรียบร้อยเลยนะคะ ฟินอย่างแรง ชอบๆ (ไม่มีคนแกะให้ มีร้านแกะให้ก็ยังดี - ดราม่าอีกแล้วค่ะป้าคะ)ตัวกุ้งที่นี่โอเคเลยนะคะ สด เนื้อแน่นเด้งดีค่ะแน่นอนว่าซีฟู้ดก็ต้องกินกับไวน์ขาวนะคะ ตัวนี้เราว่าสดชื่นดีค่ะ ดื่มง่าย กลิ่นจะกรุ่นๆ ช่วงกลางจนถึงปลายของการดื่มแต่ละอึกค่ะ โดยจะเป็นกลิ่นผสมระหว่างผลไม้กับพฤกษาบางอย่างน่ะ ชอบค่ะ ดื่มง่าย ดื่มเพลินดีค่ะหลังจากนั้นก็จะเริ่มเป็นเมนูเนื้อค่ะ ก็เริ่มรินไวน์แดงกันแล้วนะคะ ไวน์แดงก็โอเคเลยค่ะ บอดี้ปานกลาง มีขาอยู่บ้าง รสชาติดี ไม่ฝาด สำหรับไวน์ในระดับนี้เราถือว่าโอเคค่ะจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการกำจัดเนื้อลงกระเพาะแล้วค่ะ ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก สรรพกำลังแรกก็ต้องเป็นน้ำจิ้มเนื้อย่างเลยนะฮับ จัดมาให้เสร็จสรรพ ปรุงกันเองตามใจชอบ ตัวน้ำจิ้มพื้นรสจะค่อนข้างหวานค่ะ ถ้าไม่ชอบหวาน (แต่เราชอบ 555) ก็ปรุงมะนาวเพิ่มเอานะฮับ ส่วนพริกนี่ก็...ตามประสาข้าพเจ้า ใส่ไปเต็มสตรีมฮ่ะะะมาเริ่มต้นกันที่ริบอาย 148 บาทสำหรับ 100 กรัมค่ะ จะยังมีเทกซเจอร์ให้เคี้ยวอยู่ค่ะ แต่ก็มีความนุ่มอยู่ด้วย ใครที่ชอบเนื้อที่ไม่ได้นุ่มจนละลายแต่ยังเหลืออะไรให้เคี้ยวอยู่ น่าจะชอบตัวนี้นะคะเนื้อสันคอค่ะ ร้อยกรัมอยู่ที่ 168 บาท ตัวนี้จะเคี้ยวเยอะหน่อยนะคะ สนุกฟันดีค่ะ ใครที่ชอบให้ฟันโรมรันพันตูกับเนื้อคงสนุกกับการกินตัวนี้นะฮับต่อไปเป็นเสือร้องไห้ค่ะ 188 บาทสำหรับ 100 กรัมเช่นกันนะคะ ตัวนี้จะมีกลิ่นของเนื้อผสมกับมันหน่อยๆ ค่ะ ใครชอบเนื้อติดมันนิดๆ น่าจะชอบนะคะต่อไปเป็นหมูค่ะ กับ สันคอหมู (ร้านบอกว่าที่นี่ใช้หมูเอสเพียวนะคะ) 88 บาทนะคะ ไม่มีคอมเม้นท์ เพราะสารภาพว่า มัวแต่มัวเมาอยู่กับเนื้อวัว ไม่ได้แตะหมูเลยค่ะ แหะๆ เขินจุงถ้าใครชอบหมูแบบไม่มันก็มีหมูสันนอกด้วยค่ะ ราคา 88 บาทเท่ากันนะคะ แต่ไม่ได้กินเช่นเดียวกันค่ะ (หนูขอโต้ด)หรือถ้าใครไม่ชอบหมวดเนื้อแดง ก็มีไก่ให้นะคะ เป็นเนื้อส่วนสะโพก ราคา 88 บาทค่ะ ตัวนี้เนื้อไม่ฟ่ามแบบไก่ฟาร์มเจ้าดังนะคะ และที่ถามก็ไม่ใช่จริงๆ ค่ะต่อไปค่ะกับชัคเทนเดอร์ 188 บาทนะคะตัวนี้ควรย่างไม่สุกมากค่ะ จะอร่อยกำลังดีนะคะ นุ่มและเคี้ยวกำลังมันค่ะ ถ้าสุกไปจะเหนียวไปนะฮับต่อไปเป็นเนื้อสันใน 198 บาทค่ะ จะมาลักษณะลุกเต๋าตามภาพเลยนะคะตัวนี้แนะนำว่าอย่าย่างให้สุกมากค่ะ ให้ประมาณมีเดียมแรร์ หรือเต็มที่ก็มีเดียมนะคะ จะนุ่มนิดๆ เคี้ยวกำลังดี ถ้าสุกไปจะเหนียวไปค่ะและแล้วสิ่งที่เฝ้ารอก็มาาาา (นางเอกต้องออกทีหลังชิมิฮะ) กับเนื้อ A4 ค่ะ ลายมาแบบว่า...ตัวนี้นุ่มมากกกกกกกกกกกกก นุ่มแบบละลาย กอดรัดฟันและกระพุ้งปากอย่างอ่อนโยนสุดๆ ค่ะ กินแล้วแบบฟินหลับตาเลยค่ะ สมกับเป็นเนื้อญี่ปุ่นอ้ะ มีมันแทรกตลอดเนื้อ อร่อยมากๆ ค่ะ (เช่นกันนะคะ ไม่ควรย่างให้สุกเกินไป วางแป๊บหนึ่งแล้วพลิกกลับอีกด้านอีกแป๊บแล้วก็เอาขึ้นมากินเลยค่ะ ถึงจะฟินสุด)นอกจากนั้นในเดือนพ.ค.นี้ ทางร้านจัดโปรโมชั่นพิเศษ เป็นเนื้อวากิวเอสี่จำนวน 200 กรัมมารวมไว้ในจานเดียว ราคา 788 บาทค่ะ ซึ่งขอบอกว่าตัวนี้น่าโดนมากอ้ะ ถูกเกิ๊นต่อไปขอรีวิวเบียร์ที่เป็นจุดเด่นอีกอย่างของทางร้านกันบ้างนะคะ ตัวแรกที่ได้ลอง เป็นเบียร์ของสเปนค่ะ Estrella Damm ทางร้านบอกว่าเป็นเบียร์ที่รังสรรค์โดยเชฟมิชลินนะคะ แถมมีการสำรวจด้วยว่า แถวๆ นั้นมีขายอยู่แค่สองร้านนี่แหละ (เราเองสารภาพว่ามากินเบียร์นี้ครั้งแรกก็ที่นี่นี่แหละค่ะ ฮา)สำหรับรสชาตินะคะ เบียร์หอมมาก ดื่มง่าย อร่อย ชอบเลยค่ะ ถูกใจอ้ะ เราว่าเหมาะกับสุภาพสตรีอย่างเรา (เหรอออออ) มากค่ะ อร่อยๆปิดท้ายด้วยเบียร์อีกตัวที่ได้ลองนะคะ กับ La Trappe ค่ะตัวนี้บอดี้มาเต็มมากๆ ท่านอ้นบอกว่าเป็นฟูลบอดี้นะคะ คือดื่มแล้วสัมผัสได้ถึงความแน่น และรสซับซ้อนพอควรเลยค่ะ มีรสและกลิ่นแฝงอยู่เยอะเหมือนกันสรุปสำหรับร้านนี้นะคะ ถือว่าเป็นร้านที่เอาเนื้อดีๆ มาขายในราคาที่โอเคมากๆ (โดยเฉพาะเอสี่่นี่..ถูกเหลือเชื่อเกิ๊น) แล้วเห็นว่าในอนาคตจะมีเอาโกเบเอห้า มัตสึซากะเอห้า โอโทโรซาชิมิ ฯลฯ มาอีกด้วยนะคะ แล้วก็สำหรับคอเบียร์ (ที่กินคู่กับเนื้อย่างแล้วมันฟินเกิ๊น) ก็มีเบียร์ให้เลือกหลากหลายมากๆ ค่ะ เสียดายว่าไกลบ้านไปหน่อย ไม่งั้นมีจัดไปบ่อยๆ แน่ค่ะ อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)
ร้าน Bro's Grill & Bar เป็นร้านเนื้อย่างร้านเล็ก ๆ ริมถ.ราชพฤกษ์พิกัดร้านอยู่แถว ๆ บางแวก ใกล้ ๆ กับวัดทองบางเชือกหนัง จอดรถได้ริมถนนหน้าร้าน หรือในวัดคอนเซปต์ของร้านคือ ต้องการให้ลูกค้าได้กินเนื้อดี ๆ โดยที่ไม่ต้องไปกินไกลถึงทองหล่อ จึงได้เปิดร้านแนวสตรีทฟู๊ด ตัดต้นทุนหลาย ๆ ด้านออก ไม่ต้องมีแอร์ไม่ต้องแต่งร้านสวย แต่มีเนื้อดี ๆ ในราคาจับต้องได้ให้ได้ทานที่นั่งในร้านมีประมาณ 8 โต๊ะ เป็นร้านแบบโอเพ่นแอร์ เมนูอาหารมีหน้าเดียว แบ่งเป็นเนื้อ , หมู , ไก่ , ซีฟู๊ด , ผัก , ข้าว , อาหารทานเล่น และเครื่องดื่ม ตอนนี้มีโปรโมชั่นด้วยทำตามกติกาเช็คอิน ใส่ # ก็รับไปเลยลาบเห็ดแซลมอนฟรี 1 จานเตาปิ้งย่างที่ร้านใช้เป็นเตาเทฟล่อนเพื่อให้เนื้อติดเตาน้อยไม่ต้องใช้เนยหรือมาการีนมาทาที่เตาซึ่งจะทำให้เนื้อเสียรส ซึ่งก็ไม่ค่อยติดเตาจริง แต่ก็มีข้อด้อยเล็กน้อยที่จะไม่หอมเหมือนเตาถ่าน- แซลมอนน้ำลาบ 148 บ.ที่ร้านใช้แซลมอนชิ้นโต ปรุงรสด้วยน้ำลาบ รสจัดจ้านเลยทีเดียว- เห็ดเข็มทอง เห็ดออรินจิ และกะหล่ำปลี เมนูละ 28 บ. ปกติถ้าเป็นเตาถ่านอีกแบบเราจะไม่สั่งกะหล่ำปลีฝอยและเห็ดเข็มทอง เพราะย่างแล้วไหม้หมด แต่แบบนี้โอเคไม่ไหม้ค่ะ- กิมจิ 58 บ. เค็มเปรี้ยวกำลังดี ไว้กินคู่กับเนื้อย่าง- กุ้งลายเสือ 148 บ. กุ้งที่ร้านนี้แกะเปลือกมาให้เลย ดีงามไม่ต้องแกะเอง ไม่ชอบแกะแต่ชอบกิน 55- ปลาหมึก 138 บ. 1 ถาดมี 2 ตัว ปลาหมึกสดดีแต่วันนั้นเค็มไปนิด- สันนอกหมู 88 บ.เป็นเนื้อหมูส่วนที่เป็นเนื้อล้วน ๆ เกรดหมูอนามัย- สันคอหมู 88 บ.สำหรับคนไม่กลัวอ้วน ลายสวยมาเชียว ส่วนตัวชอบสันคอหมูมากกว่าสันนอกนะ ไม่ติดมันเลยมันไม่ฟินอ่ะ- เนื้อสันคอ 168 บ.แผ่นใหญ่มาเลยทีเดียว มีความเหนียวนิดหน่อย- เนื้อริบอาย 148 บ. ตัวนี้นุ่มปานกลาง ไม่เหนียวมาก- เนื้อชัค เทนเดอร์ 188 บ. เป็นเนื้อส่วนท้อง ตัวนี้ก็โอเคมีไขมันแทรกเล็ก ๆ ทั่วทั้งชิ้น- เนื้อเสือร้องไห้ 188 บ. กินแล้วไม่ร้องไห้น้า อร่อยเชียวค่ะ- เนื้อสันใน 198 บ. เมนูนี้จะหั่นเต๋ามาเลย ไม่ต้องย่างให้สุกมากหล่ะ เดี๋ยวจะเหนียวไป- เนื้อวากิวญี่ปุ่น (Japanese Wagyu Ribeye A4) 488 บ.1 ที่ประมาณ 100 กรัม ลายสวยมาเชียว เวลาย่างแนะนำให้ใช้ไฟอ่อน ๆ นะคะ กลับแค่ทีเดียว โรยเกลือและพริกไทยนิดหน่อย ย่างแบบไม่ต้องสุกมาก น้ำจิ้มก็ไม่ต้องจิ้ม อร่อยฝุดๆน้ำจิ้มที่ร้านมี 2 แบบ คือซีฟู๊ดไว้กินกับกุ้งและปลากหมึก กับน้ำจิ้มเนื้อให้ปรุงรสเอง (มีพริก กระเทียม มะนาว) น้ำจิ้มซีฟู๊ดจี๊ดจ๊าดดีเราชอบ ส่วนน้ำจิ้มเนื้อติดหวานไปนิดเครื่องดื่ม ที่ร้านมีเบียร์นำเข้า และคราฟท์เบียร์หายากให้เลือกทานเพียบ- เบียร์ดำ Heelch O'Hops เราชิมไปหน่อยเดียว รสขม ๆ แม้จะไม่ได้ขมมาก แต่สายเบียร์อ่อน ๆ แบบเราไม่สู้ฮ่ะ- La Trappe Quadrupel เบียร์จากเบลเยี่ยม เบียร์กลิ่นผลไม้มีรสหวานปนขม แอลกอฮอลล์ 10% Full Body มาก- Estrella Damm จากสเปน เป็นเบียร์ที่คิดค้นโดยเชฟมิชลิน เบียร์อ่อน ๆ ไม่แรง เด่นที่ความนุ่มและหอม สาว ๆ น่าจะปลื้ม เราดื่มครั้งแรกชอบเลยร้านเล็ก ๆ แต่เนื้อดี เครื่องดื่มครบ ใครไม่เคยลองวากิว มาลองเลย ราคาดีมาก อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)