7
1
0
รีวิว (8)
เค้าบอกว่าของหวาน เมล่อน บิงชู เสริฟแค่วันละ 10 ถ้วยต่อวัน ก็เลยทำให้เราต้องมาลองค่ะสำหรับการเดินทาง ใครมาบีทีเอส ลงสถานีชิดลม เดินเข้าห้างเมอคิวรี่ ไม่ไกลค่ะ ร้านอยู่ชั้น 3 ค่ะมาถึงร้านจะสั่งแต่ของหวาน ก็น้อยไปนิด เลยเพิ่มด้วยอาหารคาวนิดหน่อย และเครื่องดื่มสวยๆค่ะ- มาริหมึกดำ 140 บาท จัดจานมาสวยค่ะ วางซูชิเป็นดอกไม้ มีราดมายองเนสเป็นรูปก้านดอกไม้ ต่อจากซูชิ สวยงาม ชอบๆค่ะพอลองทาน รสชาติดีค่ะ มีความหนึบๆแต่ไม่เหนียวไปของปลาหมึก และมีรสชาติของหมึกดำเพิ่มความอร่อยอีก ทานคู่กับมายองเนสด้วย เข้ากันดีค่ะ- สตูว์เต้าหู้ซีฟู้ด 220 บาท กุ้งตัวใหญ่ดีค่ะ แต่มาตัวเดียว ต้องแบ่งกะเพื่อนเพื่อความเท่าเทียม 55ของทะเลสดดีค่ะ แต่หอยเนื้อน้อยจัง ส่วนน้ำซุป ไม่ค่อยกลมกล่อม เข้มข้นเท่าไหร่ค่ะ เลยรู้สึกเฉยๆค่ะเมนูนี้ แถมแอบแพงด้วยอ่า- ไฟน์ บลู เอธี่ 85 บาท เครื่องดื่มสีฟ้าสวยงาม แก้วที่ใส่ก็น่ารัก ก้นแก้วเป็นเนื้อสัปปะรดปั่น และโปะชิ้นสับปะรดด้านบน รสชาติจะออกแนวสไปรท์หวานนิดๆและซ่าๆของโซดาค่ะ- สปาร์คลิ่ง ซันไรซ์ 85 บาท เครื่องดื่มสีส้มอมเหลือง สวยอีกแล้ว แก้วน่ารักเหมือนกัน ก้นแก้วเป็นเนื้อพีชปั่น และโปะแผ่นมะนาวด้านบน รสชาติจะออกหวานนิดๆ และมีความซ่าของโซดา แต่เราชอบตรงแก้วนี้มีความหอมของพีช เพิ่มความอร่อยได้ดีค่ะ (มีช้อนยาวๆให้มาด้วยค่ะ) ถูกใจเลยค่ะแก้วนี้- เมล่อน บิงชู 350 บาท พระเอกของเรา ที่ควรคู่กับนางเอกอย่างเรา(เหรอ) เราบอกตั้งแต่ตอนสั่งอาหาร พนักงานก็จะจองไว้ให้ค่ะ แล้วจะให้เสริฟตอนไหน ก็เรียกพนักงานอีกทีได้ค่ะ ตอนได้มา อลังการสุดๆ ถ่ายรูปสักพัก กินดีกว่าก่อนจะละลาย ปลื้มมาก รสเมล่อนหอมๆ กัดทีน้ำชุ่มฉ่ำ อร่อยค่ะ มาพร้อมน้ำแข็งใสแบบญี่ปุ่น นุ่มๆละมุนลิ้น รสนมๆ รสชาติพอดีเลยค่ะ ไม่หวานไปไม่จืดไป กินคู่กะเมล่อน สดชื่นเข้ากันดีค่ะ แต่ว่าราคาก็แพงไปนะ คงทานบ่อยไม่ไหวค่ะ 55 ใครมาเดินเล่นแถวนี้ อยากทานแนวเกาหลีต่อด้วยน้ำแข็งใส แวะมาร้านนี้ได้ค่ะ อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)
ระดับ4 2015-12-07
86 วิว
ไหนๆจะเกาหลีแล้ว ตามมาด้วยรีวิวร้านเกาหลีอีกร้านแล้วกันร้าน School Food เป็นร้านอาหารเกาหลีแรกๆที่เรามีโอกาสได้มาลองจนเดี๋ยวนี้ก็ยังไปอุดหนุนอยู่เรื่อยๆเพราะติดใจในเมนูมาริเค้านี่แหละค่ะร้าน School Food ที่เรามาอุดหนุนวันนี้เป็นสาขาที่สองที่ Mercury Ville ค่ะ ร้านตั้งอยู่ชั้น 3 สามารถมาจากทางเชื่อมรถไฟฟ้าสถานีชิดลมได้เลย เข้ามาแล้วเดินตรงเข้ามาด้านในสุดเลย ร้านอยู่ตรงมุมพอดีค่ะ ที่ร้านสาขานี้ค่อนข้างกว้างขวางดี สามารถนั่งกันเป็นกรุ๊ปใหญ่ได้สบาย แต่ด้วยความที่ร้านกว้างและไฟสลัวๆไปนิด ทำให้บางทีน้องพนักงานก็แอบมองไม่เห็นเราค่ะ 555+ เมนูที่สั่งวันนี้เป็น :: มาริ หมึกดำ 140฿ ::มาริตัวโดดเด่นของที่นี่ มาริสีดำแต่ฟันไม่ดำ เด่นพร้อมไส้หมึกดำ จัดวางมาสวยงามเป็นดอกไม้ เราว่าอร่อยและแปลกดีค่ะ หมึกเค้าจะกรึบๆได้รสเผ็ดซอสนิดๆที่แทรกอยู่ โดนนะ อยากทานอีก:: สแปมมาริ 2 140฿::เมนูสแปมสุดโปรดของเรา ซึ่งเป็นเมนูที่ดัดแปลงมาจากคิมบับของเกาหลีเอง เป็นข้าวห่อไข่ม้วนไส้สาหร่าย ข้าว หมูและแฮมชิ้นโตผัดซอส สอดไส้ระหว่างชั้นสาหร่ายและไข่ด้วยซอสชีส ทานคู่กับมายองเนส เมนูนี้เสิร์ฟมาแบบเย็นค่ะ ไส้ตรงแฮมเค้ามีรสเผ็ดจากซอสนิดๆด้วย เราชอบกว่ามาริอีกนะ แนะนำว่าต้องมาลองดูค่ะ:: เมล่อน บิงซู 350฿ ::เมนู special ที่มีจำหน่ายเพียงวันละไม่กี่สิบที่เท่านั้น บิงซูนมถั่วเหลืองเนื้อปุยนุ่นมาเสริ์ฟมาในฐานเมล่อน ได้รสหวานหอมนิดๆ พร้อมกับเมล่อนคว้านชิ้น ทานแล้วสดชื่นเอามากๆ แต่ราคาแรง จะจัดบ่อยๆก็ไม่ไหว ฮ่าาาา อ้อ!! เพิ่งเห็นว่า เหยยยย เด๋วนี้เป็นสีส้มละอ่ะ สงสัยหมดหน้าฤดูกาล 555+ เครื่องดื่มที่สั่งมาลองเป็น รูบี้ ออเรนจ์ เอธี่ 85฿ น้ำโซดาแยกชั้นมีเนื้อส้มอยู่ด้วย รสออกพันซ์นิดๆ ดูดเพลิน สดชื่นดี ไม่หวานมากน้ำเปล่าที่นี่ขวดละ 25฿ +service 10% ที่ร้านบริการดีนะคะ จุดหนึ่งที่ประทับใจ School Food มาคือ ตอนสั่งแบบกลับบ้านค่ะ หลังสั่งเสร็จเค้าก็ผายมือเชิญให้มานั่งในร้าน พร้อมกับเสิร์ฟน้ำเปล่าพร้อมน้ำแข็งให้ด้วยนะคะ บริการดี๊ดีค่ะ ใครสนใจตามมาลองได้นะคะ ;)) อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)
ร้าน School Food สาขา Mercury Ville ตั้งอยู่บริเวณอาคาร Mercury Ville หรือที่เพื่อนๆ ของเราชอบเรียกว่า "ไอ้ตึกแดงๆ" นั่นเองค่ะ เดินทางมาได้ง่ายๆ ด้วย BTS ลงสถานีชิดลม อาคารจะอยู่ทางออกเดียวกับเซ็นทรัลชิดลมแต่ฝั่งตรงข้ามถนนกันนั่นเอง เดินจากทางเชื่อมเข้าตึกได้เลยค่ะ แล้วร้านก็จะอยู่บริเวณมุมขวามือด้านในเลยร้าน School food สาขานี้จะดูตกแต่งแบบเกาหลีโมเดิร์นๆ หน่อยค่ะ มีด้านที่หันออกนอกหน้าต่างทำให้บริเวณนั้นค่อนข้างร้อนนิดนึง แต่ด้วยการจัดโต๊ะเก้าอี้และผังที่นั่งทำให้เรียกพนักงานค่อนข้างยากเหมือนกันนะคะเนื่องจาก Spam Spoon Pizza เป็นอาหารจานโปรดของเรา ดังนั้นคราวนี้ก็สั่งเมนูเดิมๆ นี่ล่ะค่ะ เข้ากับสาวกชีสเป็นอย่างดี ชีสเยิ้มๆ เยอะๆ เต็มปากเต็มคำ กับเห็ดและแฮม อร่อยมากจริงๆ ค่ะ เสร็จแล้วก็ตบท้ายด้วยเมล่อนบิงซูที่เป็นน้ำแข็งนมไสละเอียดรสนุ่ม โปะมาด้วยเมล่อนที่ตักเป็นก้อนกลม ฟินมาก และเพราะกินคนเดียวก็เลยกินอยู่นานมากค่ะ กินไปหนาวไป นี่กะว่าถ้ามาอีกคราวหน้าจะพกเสื้อกันหนาวมาด้วยนะเนี่ยปล.เรื่องการบริการเราว่ายังไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่นะคะ น้องพนักงานเรียกหาตัวค่อนข้างยาก และไม่ได้ยิ้มแย้มแจ่มใสอะไรเท่าไหร่นักค่ะ สาขาสยามเซ็นเตอร์ดีกว่าในเรื่องนี้ อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)
ระดับ3 2014-06-01
99 วิว
นานๆจะได้แวะร้านอาหารเกาหลีซักทีครับ ก็ขอลองร้านที่ไม่ใช่แค่ปิ้งๆย่างๆดูสักหน่อยร้านนี้ฃื่อ School Food อยู่ใน ห้าง Mercury Ville ชิดลม ตรงข้ามเซ็นทรัลชิดลมเลยที่สั่งไปมี ชุดซุปกิมจิ คาลบี้ โจเหมี่ยน ข้าวผัดกิมจิเบคอนกระทะร้อน และก็ Melon Bing Suชุดซุปกิมจิประกอบด้วย ซุปกิมจิ (ใส่ซีฟู้ด เค้าหู้) ข้าว และสลัดตัวซุปออกเค็มนำ รสชาติไม่โดนเท่าไหร่ ส่วนสลัดธรรมดาคาลบี้ โจเหมี่ยน เป็นบะหมี่แห้ง ราดน้ำซอส เค็มๆหวานๆ มีหมูย่างประกอบเส้นเหนียวนุ่มดีครับ หมูก็รสชาติดี ข้าวผัดกิมจิเบคอนกระทะร้อนข้าวผัดใส่มาในกระทะร้อน มีพนักงานมาคลุกให้ด้วยจานนี้โอเคเลย รสเค็มเบคอน ตัดกับรสเปรี้ยวเผ็ดนิดๆของกิมจิได้ดี ตัวข้าว นุ่มไม่แข็ง Melon Bing Suเป็นของหวานที่เอาเมลอนมาควักเนื้อออกมาเป็นลูกกลมๆ กินกับไอศกรีมนมเมลอนหอมหวานดี ส่วนไอศกรีม ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ครับสรุปว่า เป็นร้านที่รสชาติโอเค แต่ควรมาหลายท่าน เพราะอาหารแต่ละจานค่อนข้างใหญ่ อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)
นึกถึงอาหารเกาหลีคงไม่พ้นบิบิมบับ จาจังเมี่ยนอย่างที่เห็นในหนังกันบ่อยๆ แต่ที่นี่ School Food เค้ามีเมนูไม่เหมือนใคร เป็นอาหารเกาหลีฟิวชั่นรูปแบบใหม่ ที่ลองแล้วจะติดใจร้านตั้งอยู่ที่อาคาร Mercury Ville ตรง BTS ชิดลม ทางออก 4 เข้าห้างมาเดินตรงมาสุดก็จะเจอเลย อยู่ข้างๆร้าน Sushi-oo ร้านกว้างขวาง มีวิวริมกระจก โต๊ะและเก้าอี้มีหลายแบบคละกันไป สามารถเลือกนั่งตามที่ชอบได้เลยคะพนักงานที่นี่เวลารับออเดอร์จะนั่งคุกเข่า เพราะที่นี่เค้าไม่ให้ยืนค้ำหัวลูกค้า สอบถามเมนู ก็จะอธิบายแทบทุกเมนู เมนูแนะนำที่นี่ เค้าจะใช้คำว่า Chef's Choice ซึ่งตัวที่แนะนำแต่ละตัวนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ คะหมวดมาริ : มาริคือข้าวปั้นของคนเกาหลี คล้ายๆซูชิ แต่จะไม่จิ้มโชยุ เป็นจิ้มมายองเนสแทน หรือกินเปล่าๆ ก็อร่อย ตัวที่แนะนำ คือ-มาริหมึกดำ เป็นข้าวที่นำไปคลุกกับหมึกของปลาหมึกจากสเปน สอดไส้ด้วยปลาหมึกผัดซอสเทอริยากิและจางอาชิ (ผักดองของคนเกาหลี) ใครได้กินเป็นต้องเบิ้ล !!!-บลูมมิ่งมาริ เป็นไส้เนื้อบดห่อด้วยมอสเซอเรลล่าชีสและไข่ พร้อมซอสสูตรเฉพาะ มาริจะมี 2 ไซส์ คือ R (7 ชิ้น) กับ L (14 ชิ้น) โดยไซส์เล็กจะตกแต่งด้วยการวาดรูปดอกไม้และจัดเรียงเป็นรูปดอกไม้ เรียกได้ว่าน่ารักเหมาะแก่การถ่ายรูปมากมากหมวดต๊อกบกกี : เป็นเส้นแป้งข้าวเจ้าเหนียบหนึบๆ เป็นอาหารว่างของคนเกาหลี ซึ่งที่ School Food ได้ฟิวชั่นเมนูนี้ขึ้นมา โดยมี 2 แบบ คือ ซอสสคูลฟู้ด และ คาโบนาร่า-ซอสสคูลฟู้ด เป็นซอสแดงเผ็ด สูตรของทางร้าน ส่วนประกอบคือ ผักและแผ่นเต้าหู้ปลา มี 3 ตัว คือStreet Topokki , Cheese Street Tteok และ Pork Cutlet with Spicy Cheese Tteokซึ่งถ้าทานเผ็ดไม่ได้ ไม่แนะนำให้ทาน เพราะบางคนสั่งมาถึงกับน้ำหูน้ำตาไหล กินไม่ได้-คาโบนาร่าซอส เป็นการฟิวชั่นกับอิตาเลี่ยน โดยใช้ซอสคาโบนาร่าที่เราคุ้นเคยกับการกินสปาเกตตี้ ส่วนประกอบคือ เห็ดและเบคอน มี 3 ตัวเช่นกัน คือCarbonara Topokki เป็นตัวออริจินอล ติดหวาน ทานมากๆ อาจเลี่ยนได้Soy Carbonara Topokki เป็นเมนูโปรดของเราเลย ตัวนี้จะเพิ่มวุ้นเส้นเกาหลีเข้ามาเพิ่ม เคี้ยวแล้วจะกรึบๆ และซอสเป็นซอยซอสกับพริกสด กินแล้วไม่เลี่ยนSpicy Carbonara Topokki เป็นการผสมระหว่างตัว Street Topokki กับ Carbonara Topokki คือความเผ็ดจะหารครึ่งกัน กินแล้วไม่เลี่ยนหมวดเส้น : จะมีทั้งบะหมี่เย็น บะหมี่แห้ง ที่คนสั่งเยอะ ๆ ก็มี-สตูว์ ราเมน อ่านชื่อแล้วคงจะคิดว่าเป็นเนื้อกันแต่ไม่ใช่คะ สตูว์ ราเมน เป็นเส้นมาม่าเกาหลีกับผักล้วนๆ อีกทั้งน้ำซุปยังเป็นกิมจิ เรียกได้ว่าซดเพลินจนหมดชามกันเลยทีเดียว-คาลบิ โจวเมี่ยน เป็นบะหมี่แห้ง เส้นโจวเมี่ยนจะคล้ายๆเส้นสปาเกตตี้แต่หนึบกว่า เคี้ยวสนุกปาก ทานคู่กับหมูย่างและฟิชซอสจากเกาะเชจู รสชาติจะมันๆ อธิบายไม่ถูก แต่เรียกได้ว่าอีก 1 จานโปรดเลยละหมวดข้าว : ข้าวยำที่นี่จะเสิร์ฟมาในกะทะร้อน พอพนักงานมาเสิร์ฟก็จะคลุกให้ เพราะไม่อย่างนั้นหัวหอมที่รองไว้ใต้กะทะจะไหม้ ขนาดใหญ่มาก กินคนเดียวไม่หมดแน่นอน เมนูข้าวมีหลายตัวคะ-ข้าวยำไข่ข้นเนื้อตุ๋นจางอาชิ ซึ่งจางอาชิมี 2 รสคือ รสเผ็ดกับซอยซอส แนะนำเป็นรสจัดคะ เพราะมันเข้ากันกว่า ตัวจางอาชิไม่ได้มีรสชาติเผ็ดอะไร แต่เน้นแต่งกลิ่นมากกว่า ตัวนี้ถ้าคนไม่ทานเนื้อสามารถสั่งเป็นหมูแทนได้คะ เวลาผัดจะหอมเนยมากมาก-ข้าวผัดเนื้อกะทะร้อน เนื้อที่คลุกจะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆคะ ไม่ใหญ่-ข้าวผัดสแปมกะทะร้อน (สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าสแปมคืออะไร สแปมคือแฮมคะ)-ข้าวผัดกิมจิเบคอนกะทะร้อน เรียกได้ว่าเมนูยอดฮิตเลยคะ มองไปทางไหนก็เจอแต่คนสั่ง เป็นการผสมกันของผักกิมจิ แครอท หัวหอมทั้งหลาย เวลาคลุกแล้วเข้ากันมากมาก เปรี้ยวบ้างเค็มบ้าง แต่รสไม่ออกจัดคะเมนูข้าวยำจะมีสาหร่ายและไข่ดาวด้วย เวลาคลุกไข่ก็จะไปคลุกกับข้าวเลย ถ้าใครไม่ชอบสามารถบอกพนักงานได้คะว่าไม่คลุกหรือจะคลุกเอง-ข้าวหน้าเนื้อบูลโกกิ ตัวนี้จะไม่คลุกคะ เพราะถ้าคลุกแล้วข้าวจะแฉะ อารมณ์เหมือนข้าวหมูย่างเกาหลี ที่มีน้ำเยอะๆ-ข้าวห่อไข่เบคอน ตัวนี้เวลาทานต้องทานคู่กับซอสที่เค้าราดมา ไม่งั้นมันจะจืดคะ-สตูว์ เต้าหู้ ซีฟู้ด เมนูนี้เป็นเซต เสิร์ฟพร้อมข้าวและสลัด ตัวซุปประกอบไปด้วยเต้าหู้ กุ้ง ปลาหมึก หอยตลับ ไข่ เสิร์ฟมาในหม้อร้อนๆเดือดปุดๆหมวดอื่นๆ : หมวดนี้จะมีสลัดกับของทานเล่นนิดหน่อย-สลัดไก่เคจัน เป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตที่เห็นแทบทุกโต๊ะคะ ไก่เคจันคือไก่ทอดที่มีกลิ่นของเครื่องเทศ ตัวสลัดราดด้วยน้ำมัสตาร์ดสูตรของทางร้าน เข้ากันดีเชียวละ-สลัดกิมจิสด ตัวนี้จะมีชีสแผ่นและผงชีสด้วย น้ำสลัดเป็นกิมจิ และยังมีกิมจิสดอีกด้วย-หมูชุบเกล็ดขนมปัง เมนูนี้ขอเตือนเลยนะว่ามันใหญ่มว๊ากกกกกก เป็นหมูแผ่นบางๆ ชุบเกล็ดขนมปังแล้วนำไปทอด กรอบทุกคำที่เคี้ยว-เฟรนฟรายส์ ของที่นี่เค้าจะนำไปชุบแป้งแล้วทอดอีกที ถ้ามาเสิร์ฟแล้วเห็นสีเข้มผิดปกติไม่ต้องตกใจ ทานคู่กับซอสที่ทางร้านผสมเอง เรียกได้ว่าสุดยอด ทานตอนร้อนๆ อร่อยเพลิน-แฮช บราวน์ เป็นมันบดชุบแป้งทอด โรยด้วยชีส จิ้มกินตัวซอสตัวเดียวกับเฟรนฟรายส์-ชิลลี่ ชีส ทอทิย่า เป็นแผ่นแป้ง จิ้มกับซอสที่มีส่วนผสมของเนื้อ ถั่วแดง และชีส ของทานเล่นยอดฮิตของฝรั่งหมวดเครื่องดื่ม : ที่นี่ไม่ได้มีแต่น้ำทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมี !!! -เบียร์นกฮูก ฮิตาชิโน อันโด่งดังจากญี่ปุ่น -โซจู เครื่องดื่มยอดฮิตของคนเกาหลี ไว้ทานเวลากินข้าวเพื่อช่วยย่อย -ม็อกโกลี เหล้าข้าวของคนเกาหลี ขวดเท่าน้ำอัดลม-เอธี่ คือ น้ำผลไม้ผสมกับโซดา มี หลายรส ส่วนมากจะเป็นเปรี้ยวกับหวาน มีViva la kiwi athie เป็นเนื้อกีวี่ปั่นผสมนมเปรี้ยวและโซดา รสชาติออกเปรี้ยวSparkling sunrire athie เป็นเนื้อพีชปั่นผสมน้ำเชื่อมและโซดา ออกหวานFine blue athie เป็นเนื้อสัปปะรดปั่นผสมน้ำเชื่อม Blue curacao เวลาทานแล้วจะมีเนื้อ หวาน อร่อยCotton strawberry athie เป็นเนื้อสตรอเบอรี่ปั่นผสมน้ำเปรี้ยวและโซดา รสชาติออกหวานๆเปรี้ยวๆruby orange athie เป็นส้มคั้นผสมมะนาวและโซดา รสชาติออกเปรี้ยวซ่าเครื่องดื่มเอธี่ต้องคนให้เข้ากันก่อนดื่มเพราะเนื้อจะได้กระจายตัวหมวดของหวาน : จะมีแค่ 2 ตัว คือ บิงซูและเมล่อน บิงซู -บิงซู เป็นน้ำแข็งรสนมที่ทานคู่กับถั่วแดงและถั่ว-เมล่อน บิงซู จำกัดเสิร์ฟแค่ 10 ที่/วัน เป็นน้ำแข็งรสนมที่ตกแต่งด้วยเมล่อนหวานฉ่ำ โรยหน้าด้วยอัลมอน ทานแล้วหวานจับใจ เย็นสดชื่นโดยรวมแล้วอาหารรสชาติถูกปากคนไทย เพราะผ่านการฟิวชั่นมาแล้ว ไม่ใช่รสคนเกาหลีแท้ๆ ราคาน่าคบ ไม่แพงจนเกินไป (สามารถใช้บัตรนักเรียน บัตรพนักงานลดได้ 10% และบัตรอื่นๆตามโปรโมชั่น) พนักงานบริการดี อาหารได้เร็ว แต่ถ้าคนเยอะอาจจะต้องรอนานนิดนึง มาตรฐานอาหารเท่าเดิม ครั้งก่อนเป็นยังไง ครั้งต่อๆไปก็เหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)