1
1
0
เบอร์โทร.
053-225-403
081-111-5751
เวลาเปิด-ปิด
วันนี้
17:00 - 03:00
จันทร์ - อาทิตย์
17:00 - 03:00
วิธีจ่ายเงิน
เงินสด
ข้อมูลอื่นๆ
ร้านอาหารปิดดึก
เมนูแนะนำ
มาม่าทรงเครื่อง
รีวิว (2)
ระดับ2 2015-11-16
281 วิว
สมัยที่ยังเรียนอยู่เชียงใหม่ พอตกดึกท้องเริ่มหิว จะมองหน้ากับเพื่อนแล้วรู้กันว่าไป จุดหมายไม่มีที่ไหนมาก ไม่ไปกินมาม่าก็ขับรถไปโรงหมู มาม่านั้นอยู่ไม่ไกลจากที่พัก ขี่มอร์เตอร์ไซค์ทะลุซอยไปนิดเดียวก็ถึง ที่ตั้งเดิมอยู่ซอยเล็กๆหลังโรงหนังฟ้าธานีบนถนนสุเทพ ตรงนั้นสมัยก่อนมีอาบ อบ นวดเยอะ พวกน้องๆชอบออกมานั่งกินมาม่ากัน เรามีชื่อเล่นอีกชื่อให้มาม่าฟ้าธานีว่า “มาม่าหมอนวด”เมื่อก่อนจำได้ว่าเป็นสามีภรรยาที่ขายมาม่า เวลาสั่งคนขายจะค่อยๆต้มมาม่าทีละห่อ รอได้รอไปเครื่องมาม่านั้นมาไม่อั้น มีทั้งหมู ปลาหมึกแห้ง ลูกชิ้นและผักกวางตุ้ง เครื่องปรุงจะละลายใส่มาเป็นขวด ใส่เพิ่มได้เองตามชอบ ไอ้ที่ใส่มาตอนต้มนั่นก็เผ็ดปากเยินแล้ว แต่ก็เห็นมีคนเติมพริกอีก ทำได้ยังไงสมัยก่อนจำได้ว่ามันรู้สึกดีขนาดไหนเวลาหนาวๆ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปแล้วได้มาม่าร้อนๆเผ็ดๆ กินแล้วเหงื่อแตก แต่นั่นก็ชอบ มันให้รสชาติการกินดี การกินที่ไม่เคยลืมตอนนี้ร้านมาม่าย้ายร้าน จากที่เป็นโต๊ะ มีเตาต้มมาม่าข้างถนนมาเป็นร้านเล็กๆสองคูหาอยู่แถวสันติธรรม ร้านนี้อยู่ในซอยไม่ไกลมากแต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใดไปกี่ทีก็หลง จะพึ่งพา Google map เธอก็พาวนจนพี่อ่อนใจ วนไปวนมาจะต้องบังเอิญเจอ เจอแล้วรอบหน้าก็ลืมอีก เป็นแบบนี้ทุกทีจุดสังเกตของร้านคือจะต้องมาทางถนนหัสดิเสวี นั่นก็คือถนนที่ผ่านมาข้างโรงพยาบาลสวนดอกแล้วเลี้ยวซ้ายไปจะเป็นกาดสวนแก้ว แต่ไม่ต้องเลี้ยวให้วิ่งผ่านสี่แยกตรงเข้ามา ผ่านไปจนต้องเลี้ยวซ้ายที่ซอยมรกต ตรงเข้าซอยมรกตจนถึงอีกด้านจะมีซอยอยู่เยื้องๆกัน ซอยนั้นนั่นแหละ เข้าไปได้ประมาณ 200 เมตรร้านจะอยู่ขวามือ จอดรถข้างถนน ลองหาร้านดูเอา แต่จะบอกว่าโชคดีนะคะ คิดแล้วนึกฉุนนิดๆว่าจะย้ายร้านทำไมฟะ ร้านเดิมหาง่ายเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้วว่าหลังฟ้าธานี แต่ตอนนี้โรงหนังฟ้าธานีเลิกกิจการไปแล้ว แถวถนนนิมมานที่เคยอยู่ก็ราคาสูงเป็นทองคำเมนูร้านนี้มีไม่มาก มีทั้งมาม่าต้มยำหรือมาม่าหมูสับ ธรรมดา 35 พิเศษเครื่อง 40 หรือพิเศษมาม่า 2 ห่อ 45 บาท นอกจากนี้ยังสั่งเครื่องแยกต่างหากได้ พวกหมูลวก ลูกชิ้นทั้งหมู ทั้งเนื้อ จานละ 20 ปลาหมึกแห้งจานละ 30 หรือถ้าเพิ่มผักกวางตุ้งเพิ่ม 5 บาท สมัยก่อนผักกวางตุ้งเติมได้ไม่อั้น เดี๋ยวนี้อะไรก็เปลี่ยนที่ยังไม่เปลี่ยนคือรสชาติและความรู้สึก รสชาติที่เผ็ดปากเยินเหมือนเดิม และก็ยังมีน้ำพริกมาม่าที่ผสมมาเป็นขวด อันนี้ไม่อั้น แต่นั่นแหละแค่พริกที่ใส่มาก็จะตายอยู่แล้ว ให้เติมพริกเพิ่มคงไม่ไหวมังคะ จะมีที่แก้เผ็ดได้คือทางร้านมีหมูกรอบขายเป็นถุง คล้ายๆหมูกระจก แต่ทอดมาใหม่ๆกรอบและหอมถึงใจ กินไปอย่าสนว่าแคลอรี่เท่าไหร่ มันเยอะแน่ตอนนี้มาม่าไม่ได้ต้มทีละชามแล้ว แต่ทางร้านมีเตาตั้งเป็นแถวต้มได้ทีละหลายชาม แต่ก็ยังคงความเหมือนเดิมไว้คือต้มหม้อละชาม น้ำมาม่าสีแดงฉานเดือดปุดอยู่บนเตา หอมเครื่องปรุงทำเอาน้ำลายไหลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สั่งมาม่ามาหนึ่งชามเอาพิเศษเครื่อง ชิมไปคำนึง รสชาติยังเหมือนเดิม เข้มข้นเปรี้ยวเผ็ด กินไปร้องไห้ไปเหมือนเดิม เครื่องที่มานั้นเต็มชาม หมูสับปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ปลาหมึกหั่นชิ้นบางๆเหนียวๆตอนเคี้ยว ผักที่ต้มมาพอดีไม่เละ เส้นมาม่าสุกได้ที่ น้ำแกงร้อนสะใจ ที่สำคัญเผ็ดเหมือนเดิม กินไปเคี้ยวหมูกรอบไปเมื่อยกราม แต่มีความสุขร้านเล็กๆที่ขายอาหารพื้นๆ อาหารที่ใครๆก็คิดว่าทำไมต้องมาซื้อกิน ทำง่ายนิดเดียว พูดอย่างนั้นการทำมันใช้ทั้งศาสตร์ทั้งศิลป์ ต้มยังไงให้เส้นนุ่มได้ที่ น้ำแกงต้องพอดีกับพริกที่ใส่ เครื่องเยอะขนาดนั้นซื้อเค้ากินดีกว่ามั้ย พูดแล้วมีคำถามคาใจมานานเรื่องเครื่องมาม่า แต่ละห่อมีเครื่องปรุงซองเดียว คิดว่าร้านนี้ใส่เครื่องปรุงเพิ่มแน่ๆ เครื่องปรุงที่ทำใส่ขวดไว้ ดูๆไปเหมือนเครื่องในซองเอามาผสม แต่อาจไม่ใช่เพราะถ้ามาม่าห่อหนึ่งต้องใส่เครื่องตอนต้มจะเอาที่ไหนเหลือมาทำเป็นซอสขวด ท่านผู้รู้ช่วยตอบที อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)
สวัสดีค่ะกระโดดมาทริปเชียงใหม่นะคะ สำหรับที่นี่ก็เป็นการไปหม่ำด้วยความบังเอิญมาก เพราะเราเช็คอินที่หอศิลปวัฒนธรรมที่เชียงใหม่ แล้วปรากฏว่าเพื่อนปอตรีที่ไปเชียงใหม่เหมือนกันเห็น เลยได้รู้ว่าอ้าว อยู่เชียงใหม่เหมือนกัน เลยนัดเจอที่ถนนคนเดินก่อนไปหาอะไรกินค่ะ ซึ่งร้านนี้เราก็ไปกินตามหนังสือแนะนำอีกเช่นกันค่ะ การไปก็ตอนแรกโทร.ไปถามทางป้าเจ้าของร้าน แต่ป้าแกอธิบายทางไปได้งงมว้ากกกก จนในที่สุดเราก็ต้องตัดสินใจจ้างตุ๊กๆ ไปอะค่ะ แต่ปรากฏว่าตุ๊กๆ พาไปฟ้าธานี ไม่มีซะงั้น เลยให้เขาคุยโทรศัพท์กับป้า ปรากฏว่าต้องไปถนนสันติธรรมซะงั้น กว่าจะไปถึงได้ ลำบากมากตัวร้านเป็นสองคูหาเล็กๆ ตามภาพเลยนะคะซึ่งที่นี่จะทำเฉพาะกับเส้นมาม่าเท่านั้นค่ะและมีอยู่สองรสคือต้มยำกับหมูสับ น้ำดื่มต้องบริการตัวเองนะคะ แล้วก็เป็นร้านที่อยู่ในเส้นทางลายแทงนักชิมด้วย (แต่ไม่รู้ว่ามันมีร้านอื่นคืออะไรบ้างค่ะ จะไปขอลายแทงได้ที่ไหนเนี่ย เผื่อไปตระเวนหม่ำตามลายแทงบ้างอะไรบ้างอ้ะ)เราสั่งไปสองเมนูนะคะ คือ มาม่าต้มยำน้ำข้นเผ็ดนรก (ชื่องี้จริงๆ นะคะ) หนึ่ง แล้วก็มาม่าต้มยำพิเศษเครื่องไม่เอาลูกชิ้นเนื้อหนึ่งค่ะ มาดูบรรดาเซเลบที่เคยมาร้านนี้กันค่ะบนโต๊ะจะมีหนังปลากรอบอย่างนี้ให้เป็นฟังก์ชั่นพิเศษนะคะ แต่เราไม่ได้กินง่ะ เลยบรรยายรสชาติไม่ถูกนะคะว่าโอไม่โออย่างไรอันนี้ของเพื่อนค่ะ ซึ่ง..เจ้าตัวเป็นคนไม่กินเผ็ดเลยแม้แต่นิดเดียว ก็เลยบอกว่าเผ็ด เผ็ดมาก กินไม่หมดอีกต่างหาก เหอๆ รสชาติเพื่อนก็เลยบอกว่าเผ็ดไปค่ะ (แต่เราชิมแล้วเอ่อ..ห่างไกลจากคำว่าเผ็ดมากอีกยาวไกลนักค่ะ เหอๆ)ส่วนอันนี้ของเรา มีลูกชิ้นเืนื้อมาด้วย (ก็ไม่ได้กินง่ะ ลืมบอกว่าไม่เอา เหอๆ) ขนาดเมนูบอกว่าเผ็ดนรกซึ่งทำให้คาดหวังว่ามันต้องเผ็ดมากๆๆ แต่..เอ่อ..เผ็ดธรรมดามากมายค่ะ เลยต้องเติมพริกไปอีก ซึ่ง..พริกที่นี่ก็ไม่ได้เผ็ดเล้ยยยย ทำให้รสปร่าโดยใช่เหตุด้วยค่ะ ไม่รู้ว่าทำไมค่ะ พริกนี่ต้องเพชรบุรีกับกาญจนบุรีจริงๆ ส่วนตัวผักนี่ เราสามารถไปหยิบได้เอง คิดจานละ 5 บาทขาดตัวค่ะ ซึ่งจะพูนมาก็ได้ แต่เพื่อนผู้กินเผ็ดก็ไม่ได้กินผักด้วย ก็เลยหยิบมาแค่นี้ ไม่คุ้ม 5 บาทเล้ยถ่ายรูปเบอร์ป้ามาม่ามาให้นะคะ ซึ่ง...ปกติเราจะบอกว่า..ให้เอาไว้ถามทาง แต่...ขอบอกว่าสำหรับร้านนี้ ถามป้าไปก็ไปไม่ถูกค่ะ ฮา แต่เอาไว้เผื่อจะจ้างรถท้องถิ่นมา ก็ให้คุยกับป้าไปเลยได้ค่ะ พอจะได้อยู่ แหะๆ อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)