3
0
0
招牌菜
New York Cut T-Bone
食評 (3)
สำหรับวันนี้จะมาพาไปกินเนื้อและอื่นๆ กับร้านที่ได้ยินชื่อมานานมาก แต่เพิ่งจะได้ไปค่ะ เป็นการซื้อดีลและแลกแต้มรีวิวในช่วงของ Bangkok Restaurant Week ของเว็บๆ หนึ่งเช่นเคยนะคะ กับร้าน Arno's Butcher and Eatery นั่นเองงงงงพิกัดร้านอยู่ในซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 20 นะคะตอนเราไป ลานจอดรถข้างร้านเต็มซะงั้นค่ะ (ดีลตัวนี้ต้องไปใช้ตอนสองทุ่มง่ะ) เลยต้องวนไปอีกซอย แล้วไปจอดข้างทาง ใกล้ๆ สนามบาสเก็ตบอลอะค่ะถ้าใครไป เราแนะนำให้ไปเร็วหน่อยนะคะ (ถ้าเอารถไปน่ะนะ) จะได้มีที่จอดรถค่ะเข้าไปในร้าน ทางโซนซ้ายมือจะเป็นโซนที่นั่งหลักๆ ของร้านเลยนะคะ จะมีทั้งห้องแอร์และเอาท์ดอร์ค่ะสำหรับการสั่ง ต้องเดินเข้าไปในอาคารทางขวามือนะคะ จะมีตู้โชว์เนื้อต่างๆ อยู่ค่ะ ให้เราได้ดูและเลือกว่าจะสั่งอะไรนะคะ จากนั้นก็สั่งให้เรียบร้อย (กรณีซื้อดีลอย่างเรา ก็สั่งแล้วให้ประทับตราให้เรียบร้อยด้วยค่ะ) แล้วค่อยไปที่โต๊ะค่ะ (เรารออีกพักเลยอ้ะ ขนาดจองโต๊ะไว้แล้วนะคะ คนเยอะมากๆ จริงๆ) เป็นอีกร้านที่ได้รับการรีวิวและกล่าวถึงในหลายสื่อนะคะให้ดูหน้าตาค่ะว่ามีอะไรยังไงบ้างนะฮับ ยาวไปๆซึ่งจุดเด่นของที่นี่ก็คือเนื้อวัว ซึ่งทางร้านทำ Dry Age ด้วยตัวเองนะคะ ยิ่งเวลาในการ Dry age นานเท่าไหร่ ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้นค่ะส่วนราคาอาหารและออพชั่นอื่นๆ ก็จะตามภาพเลยค่ะส่วนเครื่องดื่มก็มีให้ทั้งแบบมีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์นะคะ ส่วนของหวานก็มีไอศกรีมแบบโฮมเมดด้วยนะคะ (ซึ่งแนะนำว่าห้ามพลาดเลยค่ะ)เคาน์เตอร์ที่รับออเดอร์และประทับตราเวาเชอร์ ก็จะเป็นตรงนี้ค่ะ ชาวต่างชาติที่เห็นในภาพ (ฟังภาษาไทยออกนะคะ หุๆ) นี่คือเจ้าของร้านนะคะ คุณ Arno ค่ะ เป็นชาวฝรั่งเศสนะคะ แต่พูดภาษาอังกฤษได้ดีเลยหละค่ะ ถ้าใครพูดภาษาอังกฤษได้ ก็คุยกับเขาได้นะคะ อัธยาศัยดี และเอาใจใส่ลูกค้ามาก เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้วันนั้นแม้จะเจอหลายๆ อย่าง อิชั้นก็ไม่ปรี๊ดค่ะ แหะๆค่ะ อย่างที่บอกว่า แม้จะจองโต๊ะแล้ว แต่ก็ยังไม่มีที่นั่งค่ะ เหอๆ ต้องมานั่งรออยู่พักหนึ่งเลย (ดีนะว่าแวะไปคาเฟ่แมวมาก่อนหน้านี้ อิชั้นเลยไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ แต่เกรงใจเพื่อนที่ชวนไปกินด้วยกันมากง่ะ) ดีว่ามีไวไฟให้ด้วย ก็เลยเล่นโน่นนี่รอไปพลางๆ ค่ะ ซึ่งดีลจะไม่รวมเครื่องดื่มค่ะ เราก็สั่งเครื่องดื่มไปนะคะ เพื่อนสั่งมะนาวโซดา (ซึ่งเป็นชเวปส์กระป๋องค่ะ) ส่วนเราสั่งโซดาเฉยๆ นะคะ soda 40 Schwepps 50 และน้ำแข็ง 20 บาทค่ะมาถึงช็อตเด็ดค่ะรอพักใหญ่ๆ อาหารก็ยังไม่มาค่ะ จนเจ้าของร้านมาถามว่า สั่งแล้วใช่มั้ย เราก็บอกว่าสั่งแล้ว สั่งตอนเจ้าหน้าที่ประทับตราเวาเชอร์เลย แต่ปรากฏว่า..ค่ะ ไม่มีการทำออเดอร์แต่อย่างใด คนที่รับออเดอร์ด้านใน (ผมสั้นๆ) ก็เลยออกมาพร้อมกับถามว่า จะสั่งอะไรคะ เราก็บอกว่า มีสองเวาเชอร์ ขอสั่งแบบไม่ซ้ำนะคะ คือ หอยลายกับขากบ... คุณเธอก็สวนเลยว่า แค่บอกว่าจานหลักเอาอะไรก็พอค่ะ เราก็แบบ..อ้าว แต่ก็บอกไปว่าเอาเนื้อแล้วก็ล็อบสเตอร์ค่ะ คุณเธอก็จดๆ จากนั้นก็ถามว่าแล้วสตาร์ตเตอร์เอาอะไร (หอยหลอด แล้วเมื่อกี๊ตรูจะบอกแล้วสวนมาก่อนทำไมฟระ) เราก็บอกว่าเอาไม่ซ้ำกันค่ะ ขากบกับหอยค่ะ คุณเธอก็พยักหน้าแล้วก็เดินไป เจ้าของเขาก็ดุนางค่ะ (ประมาณว่าทำงานพลาด ทำไมถึงกลายเป็นไม่ได้รับออเดอร์เราตั้งแต่แรก) เราก็ช่วยแก้ว่า ไม่ต้องไปว่าหรอก เพราะตอนที่สั่งตอนแรกไม่ได้สั่งกับคนนี้ เป็นอีกคน It's not her fault (แต่ที่จริงกรุ่นแล้วค่ะที่สวนมาแบบนั้นอ้ะ ไม่โอเคมากๆ) เพราะที่จริงตอนสั่งตอนแรกก็เป็นน้องผู้หญิงอีกคนค่ะ ที่เราบอกว่าเราเอาอะไรบ้างจากการใช้ดีลอ้ะ แต่น้องคนนั้นคงไม่ได้บอกกับคนรับออเดอร์ต่อให้น่ะค่ะสักพักซุปก็มาเสิร์ฟก่อนค่ะ สองตัว อันหนึ่งเป็นซุปทรัฟเฟิลซึ่งรสชาติเข้มข้นดีค่ะ แต่เค็มไปนิด ส่วนซุปเปปเปอร์ หอมพริกไทยมากๆ ค่ะ จัดเต็มมาเลยทีเดียว แต่ต้องกินตอนร้อนนะคะ เพราะถ้าเย็นแล้วจะเค็มค่ะยังตักซุปไปไม่กี่คำ สตาร์ตเตอร์ก็มาเลยค่ะ (เราว่าเสิร์ฟกระชั้นไปง่ะ ปกติมันเป็นคอร์สๆ ควรรอเวลาสักนิดให้แต่ละอย่างมันได้กินพอควรไปก่อนสิคะ เง่อ) เป็นขากบค่ะ มาแบบไม่ค่อยร้อนและค่อนข้างจืดค่ะ แต่เนื้อนุ่มนวลแบบกบดีนะคะแล้วสตาร์เตอร์ของเพื่อนอิชั้นไม่ทันมา ขากบขาแรกอิชั้นยังกินไม่ทันหมดขา จานหลักมาแล้วค่ะ เย้ยยย กับเทนเดอร์ลอยด์ 300 กรัมค่ะ สั่งแบบมีเดียมแรร์ ก็ได้มาดังนี้นะคะ มาแบบอยู่ในจานร้อนเลยค่ะ เพราะงั้นถ้าทิ้งไว้นานก็จะยิ่งสุกไปเรื่อยๆ นะฮับเป็นจานที่ดีที่สุดในคอร์สที่เราเลือกเลยค่ะ เนื้อฟินมาก ดีงามสยามประเทศสุดๆ นุ่ม อร่อย หอม เวลาเคี้ยวตัวเนื้อกับฟันก็โอบรัดสู้กันกำลังดีค่ะ แล้วยิ่งเคี้ยว กลิ่นหอมของเนื้อก็ยิ่งพุ่ง ชอบมาก อร่อยสุดๆ ค่ะจากนั้นสตาร์ตเตอร์ของเพื่อนถึงมาค่ะ กับ Baby Clams นะคะ ตัวนี้ดีกว่าขากบของเราเยอะค่ะ หนึ่งคือมาตอนร้อน ตัวขนมปังก็อร่อย ส่งรสกับดีกับหอยค่ะ แต่อย่าปล่อยให้เย็นนะคะ เพราะขนมปังจะแข็งเลยแหละต่อไปเป็นสิ่งที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ในรายการเวาเชอร์ดีล (เช่นเดียวกับซุป) แต่อยู่ในคอร์สค่ะ กับผักโขมอบชีส มาแบบจานใหญ่พอควรสองจานค่ะ ซึ่ง...อิชั้นเพิ่งกินเนื้อไปแค่ชิ้นเดียววว เลยได้แต่ตักมาชิมหนึ่งคำ แล้วก็กินต่อไม่ทันก่อนเย็นค่ะ เพราะต้องให้ความสำคัญกับจานเนื้อก่อนง่ะ ตัวชีสเยอะดีค่ะ แต่ก็ไม่ได้ว้าวไปกว่าที่อื่นๆ นะคะจากนั้นจานหลักของเพื่อนก็มาค่ะ คือ ดีลนี้ถ้าไม่กินเนื้อก็สั่งเป็นล็อบสเตอร์ได้น่ะนะคะ น้ำจิ้มโอเคค่ะ ตัวเนื้อล็อบสเตอร์ไม่เด่นเท่าตัวเนื้อวัวนะคะ ออกแนวมาตรฐานทั่วไปมากกว่า และเพื่อนบอกว่าค่อนข้างเค็มค่ะส่วนของหวานในเซ็ตเป็นไอศกรีมโฮมเมดค่ะ รสชาติมีให้เลือกตามนี้เลย ส่วนที่มีกากบาทคือหมดแล้ว (แง) ซึ่งก็เป็นรสยอดนิยมของร้านนี้แหละนะคะเรากับเพื่อนเลยเลือกแพสชั่นฟรุตกับโยเกิร์ตออเรนจ์นะคะ ซึ่งอร่อย รสชาติชัดเจน เข้มข้นทั้งสองตัวเลยค่ะ เป็นการปิดท้ายที่ดีมากนะคะค่าใช้จ่ายที่จ่ายเพิ่มมีแค่ค่าน้ำดื่มกับน้ำแข็งค่ะ ร้อยกว่าบาทนะคะ ใช้บัตรเครดิตได้ แบ่งกันจ่ายก็ทำให้ได้ด้วยค่ะ แต่วันนั้นจ่ายเงินสดไปค่ะ แหะๆสรุปสำหรับร้านนี้นะคะแม้จะมีอะไรหลายๆ อย่างให้หงุดหงิด เช่น ออเดอร์หลุด โดนสวนตอนสั่งอาหาร จองแล้วยังต้องรอที่ อาหารเสิร์ฟเร็วเกินไปจนกินแต่ละอย่างไม่ทัน แต่ขณะเดียวกันก็มีสิ่งที่ดีงามคือ เจ้าของร้านที่เอาใจใส่มาก มาคอยถามตลอด (เจอเม้นท์ตรงๆ เราเข้าไป สีหน้าไม่ดีเลย ขออภัยฮ่ะ ) คอยดูแล ถามไถ่แขกตลอดจริงๆ ค่ะ พนักงานคนอื่นๆ ก็บริการดีนะคะ ตัวเนื้อวัวดีงามมากจริงๆ กับราคาแค่นี้ คุณภาพแบบนี้โอเคมาก ไอศกรีมก็อร่อย และสำคัญกับราคา 699+vat 7% = 748 บาท กับสิ่งที่ได้รับนี่ เราถือว่าคุ้มมากกกกกก ถ้ามีดีลตัวนี้ปล่อยมาอีก ก็จะสอยอีกแน่นอนค่ะ (แต่ทางร้านขา อย่าแบล็คลิสต์หนูนะ )ถ้าท่านใดเป็นสาวกเนื้อ ก็เชียร์ให้ไปลองกันนะคะ คุณภาพคุ้มราคาจริงๆ ฮับ 繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)
...แม้ว่าปกติแล้วเราจะไม่ทานเนื้อวัว แต่ชื่อเสียงอันดีงามของ Arno’s Butcher and Eatery - ร้าน steak สุดฮ็อตที่คิวจองยาวเหยียดนี้ก็เย้ายวนใจชวนให้อยากไปเยือนเป็นประสบการณ์ดูสักครั้ง ดังนั้นเมื่อเพื่อนผู้เป็น beef lover ของเราขอให้หาร้านเพื่อไปฉลองกันเมื่อ Christmas Eve ที่ผ่านมา เราจึงได้โอกาสเลือกมาจัดมื้อใหญ่ที่นี่กันค่ะ แน่นอนว่าเราไม่ลืมเช็คให้แน่ใจว่าทางร้านมีเนื้อแกะ แซลมอน หอยลาย หอยนางรม scallops…และอื่นๆให้เราได้ชิมด้วย งานนี้ไม่กินเนื้อวัวก็ฟินได้จ้ะ..***-ทำเลที่ตั้ง/บรรยากาศ-***ร้านตั้งอยู่ในซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 20 (หรือซอยโอฬาริก) เข้าซอยมาประมาณ 200 เมตรจะเห็นร้านอยู่ซ้ายมือค่ะ ถ้าเอารถมาก็ต้องจอดข้างทางบริเวณหน้าร้านนะคะ..ดั้งเดิมแล้วร้านนี้เป็นเพียงร้านขายเนื้อที่มีพื้นที่เล็กๆไม่กี่โต๊ะให้ลูกค้าได้ลองชิมเนื้อก่อนซื้อไปปรุงอาหารที่บ้าน แต่หลังจากที่ได้รับความนิยมจนต้องเปิดเป็นร้านสเต็กขึ้นมาก็ได้มีการขยับขยายจนรองรับลูกค้าได้ประมาณ 100 คน โดยมีทั้งที่นั่ง outdoor และห้องติดแอร์ด้านในร้าน ตกแต่งสไตล์ rustic และใช้ผ้าปูโต๊ะลายตารางสีแดงสดใส ดูน่ารักทีเดียวค่ะ เสียแต่ว่าโต๊ะอาหารตั้งไว้ค่อนข้างแออัด เวลาพนักงานเดินเสิร์ฟสเต็กร้อนๆใส่ hot plate เดินผ่านมานี่เล่นเอาเสียวไส้ กลัวนั่งกินอยู่เพลินๆพนักงานจะเดินสะดุดทำหลุดมือจะหล่นใส่หัวเอา...555 แต่จริงๆแล้วพนักงานเสิร์ฟเค้าก็ยังไม่เคยพลาดนะคะ***-เมนูที่ได้ลอง-***สำหรับขั้นตอนการสั่งอาหารของที่นี่คือให้เดินไปเลือกเนื้อที่ต้องการที่หน้าตู้เลย เมื่อเลือกได้แล้วก็สั่งซอสและ side dishes ไปให้ครบตามที่ต้องการ จากนั้นก็เดินกลับไปนั่งรอสวยๆที่โต๊ะได้เลยค่ะ● French fries (ราคา 70 บาท) – ทอดมาดี๊ดีกรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน ทิ้งไว้นานก็ไม่เหี่ยว เสิร์ฟมาจานใหญ่ตู้มสะใจเลยล่ะ● พาสต้ากระเทียม (ราคา 90 บาท) – เป็นเส้น fettuccine เปล่าๆ ลวกแบบ al dente แล้วผัดกระเทียมมาหอมๆ เอาไว้ทานเคียงกับเนื้อสเต็กที่เลือกก็ใช้ได้อยู่ค่ะ● Baby Clam Escargot Style (ราคา 150 บาท) – หอยลายอบเนยหอมๆปรุงรสด้วยกระเทียมและเครื่องเทศเสิร์ฟใส่จานหลุมมาแบบเดียวกับเมนู Escargot ของฝรั่งเศส ทานกับขนมปังที่ให้มาด้วยเข้ากันดีมากๆ อร่อยแบบผ่านฉลุยค่ะ ..ฟินเลย..อันที่จริงสเต็กของที่นี่ย่างมาแบบมีรสมีชาติอยู่แล้ว ทานเปล่าๆก็ไม่ได้จืดชืดอะไร อร่อยค่ะ แต่ใครอยากจะสั่งซอสมาราดเพื่อเปลี่ยนรสชาติดูบ้างก็ได้ อร่อยไปอีกแบบนะ ซอสที่จะใช้ทานกับสเต็กจะมีให้เลือก 4 แบบ เป็นซอสพริกไทย ซอส truffle, mushroom sauce และน้ำจิ้มแจ่วค่ะ (ราคาถ้วยละ 40 บาท) ของเราเลือกเป็น mushroom sauce เป็นซอสครีมเข้มข้นที่ได้กลิ่นรสของเห็ดชัดเจนหอมสุดๆ ..ถูกใจมากๆ บอกเลยเป็นที่รู้กันว่าคุณ Arnaud Carre หรือลุงอาโน ผู้ทำหน้าที่เป็นทั้ง butcher และ chef ของที่นี่นั้นเชี่ยวชาญการบ่ม dry-aged beef เป็นพิเศษ ซึ่งกระบวนการบ่มเนื้อนี้จะทำให้ได้เนื้อที่มีกลิ่นรสเข้มข้นชัดเจนขึ้น และมีความนุ่มมากกว่าเนื้อธรรมดาอันเป็นผลของการย่อยสลายเนื้อเยื่อด้วยเอ็นไซม์ตามธรรมชาติในเนื้อวัวนั่นเอง ..ด้วยเหตุนี้ก็เลยให้ความรู้สึกแตกต่างจากความนุ่มละลายในปากที่เกิดจากไขมันที่แทรกในเนื้อแบบเนื้อวัววากิวนะคะ สำหรับ dry-aged beef ของลุงอาโนนี้จะมีระยะการบ่มเริ่มตั้งแต่ 45 วันเป็นต้นไปค่ะ● T-Bone Steak (ราคาตามน้ำหนัก 1,200 บาท / 1 กิโลกรัม) – เสิร์ฟมาในกระทะร้อนแบบ medium rare ถ้าใครชอบความสุกระดับนี้ต้องรีบตักออก ส่วนถ้าอยากให้สุกกว่านี้อีกนิดก็จี่เพิ่มอีกหน่อย ส่วนถ้าใครชอบแบบ rare ก็ต้องแจ้งเชฟตั้งแต่ตอนสั่งล่ะค่ะ จานนี้ได้มาเป็นชิ้น T-Bone อายุ 45 วัน เพื่อนบอกว่าได้กลิ่นหอมของเนื้อเข้มข้นและเนื้อก็นุ่มนวลดีใช้ได้ทีเดียว แต่ว่าเธอยังไม่ถึงกับปลื้มที่สุด (เคยกินอร่อยกว่านี้ว่างั้นเถอะ) เพราะเธอชอบความนุ่มแบบละลายในปากของเนื้อวัววากิว A5 ที่ได้ไปลองที่ญี่ปุ่นมากกว่า ...ความประทับใจจึงน่าจะเป็นตอนที่เรียกเก็บเงินแล้วบิลมาถึงโต๊ะ เธอดูบิลแล้วชะงักไปแพ้บ ..เอาแบงค์ที่เตรียมหยิบมาถือแบบประมาณๆไว้เก็บเข้ากระเป๋าตังค์ไปครึ่งนึง แล้วก็บอกว่าวันหลังอยากจะแวะมากินอีกจังเลย...555.. (ลุงอย่าเพิ่งขึ้นราคาน้า..)● ซี่โครงแกะ (ราคาตามน้ำหนัก 1,400 บาท / 1 กิโลกรัม) – สั่งซี่โครงแกะมาแบบกะกินเต็มคราบชิ้นโตๆ 4 ชิ้น ที่นี่ย่างมากำลังดี ไม่มีกลิ่นสาบเลยแม้แต่นิดเดียว (เรื่องกลิ่นสาบแกะนี่โรงแรมหรูๆแพงๆหลายที่ยังตกม้าตายมาแล้ว) ส่วนเรื่องความนุ่มฟินเวอร์ของเนื้อแกะนั้น แม้จะจัดว่าเหนือกว่าร้านทั่วไปแต่ยังไม่ถึงขั้นสุด ที่ฟินจัดคือราคา แกะชิ้นโตขนาดนี้ แถมได้มาตั้ง 4 ชิ้น อิ่มแทบคลาน ราคาแค่ 651 บาทเท่านั้น ...ถ้าเป็นที่อื่นราคานี้ดีไม่ดีได้แค่ 1-2 ชิ้นเองน่ะค่ะโดยรวมแล้วพอสรุปได้ว่าความดีงามของเนื้อลุงอาโนนั้นไม่ใช่ว่ามันคือสเต็กที่อร่อยที่สุดในโลกหล้า แต่เป็นเพราะเมื่อเทียบรสชาติ + คุณภาพของเนื้อที่ใช้กับราคาแล้ว เราได้สเต็กที่อร่อยและใช้เนื้อคุณภาพดีกว่าร้านส่วนใหญ่ทั่วไปในราคาที่สุดคุ้มนั่นเองค่ะ***-เวลาเปิด-ปิดร้าน-***ร้านขายเนื้อ (Butcher Shop) : เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 12.00น.-22.00น.ร้านอาหาร (Restaurant) :วันอังคาร-พฤหัสบดี เปิด 17.00น.-23.00น.ศุกร์-อาทิตย์ เปิด 11.30น.-23.00น.Last Order 22.00น.วันจันทร์ร้านปิดค่ะเนื่องจากร้านนี้ลูกค้าเยอะ ถ้าคิดจะไปทานก็ควรจองไปก่อนจะได้ไม่ผิดหวัง วิธีจองคือเข้าไป Add Line ของร้านจาก QR code ใน Facebook ก่อน แล้วจองทาง Line เท่าที่ลองดูก็จองได้เรียบร้อยดีนะคะ...ใครอยากทานเนื้อคุณภาพดี ราคาเอื้อมถึง ก็แวะมาจัดได้ค่ะ แม้จะเป็นคนไม่ทานเนื้อวัวอย่างเรา แต่แค่ได้ลองเนื้อแกะของลุงเราก็ฟินได้เหมือนกันนะเอ้อ!  繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)
等級1 2016-01-03
653 瀏覽
STEAK ARNO’S BUTCHER AND EATERYรีวิวแรกกับสวรรค์คนรักเนื้อ มันจมเขี้ยวมาก ร้านนี้เนื้อเน้นๆเป็นการปิดท้ายการกินเนื้อในวันก่อนสิ้นปีที่สมบูรณ์แบบมากเพราะมาเจอความฟินแบบจมเขี้ยว ร้านนี้ต้องจองนะคะ โทรจอง 026788340 ตามนี้เลยค่ะพิกัดร้านอยู่ ซอยนราธิวาส 20 Arno's Butcher and Eatery (ทุ่งวัดดอน)2090/2 ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 20 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ , ทุ่งวัดดอน สาทร กรุงเทพฯการเดินทางหากไปรถไฟฟ้า BTS ให้ลงสถานีช่องนนทรี แล้วต่อ BRT ไปลงสถานีถนนจันทร์ เดินย้อนจากซอยนราธิวาส 22 ไปซอยนราธิวาส 20 แล้วเข้าซอยไปประมาณ 50-60 เมตร ผ่านป้อมยามไปนิดนึงค่ะ ร้านอยู่ทางซ้ายมือร้านนี้บรรยากาศดี เจ้าของร้านเป็นชาวฝรั่งเศส และเป็นคนทำเรื่องบ่มเนื้อ dry age เอง ความหมาย Dry Aging การบ่มแบบแห้งโดยการแขวนซากสัตว์ หรือวางชิ้นเนื้อไว้ในห้องเย็น (cold storage) ที่สะอาด ออกแบบอย่างถูกสุขลักษณะ ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ระหว่างการบ่ม ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์วันนี้สั่งทีโบน (T-bone Steak), ไพร์ม ริบ (Prime Rib Steak), Filet เนื้อสันใน และ Rumsteack ทุกเนื้อ รสชาติเข้มข้นแตกต่างกัน เนื้อ Rumsteack จะเข้มมากเคี้ยวลงไปแล้วกลิ่นเนื้อยังคงหอมอบอวลอยู่ในปากวิธีการสั่ง ที่นี่ไม่มีเมนู เดินไปเลือกเนื้อที่อยากกิน เลือกขนาดเนื้อที่อยากทาน บอกเบอร์โต๊ะให้เค้าเขียน แล้วไปนั่งรอที่โต๊ะเลยจ้าพอเนื้อแต่ละจานที่เลือกไว้มาถึง ขอบอกว่าฟินมาก กลิ่นเนื้อที่ย่างตอนมาเสิร์ฟใหม่ๆ นี่หอมมาก ยิ่งเนื้อติดมันแทบละลาย ตอนทานก็ยังคงหอมอบอวลอยู่ในปาก และนุ่มจมเขี้ยวสุดๆ อร่อยทุกเนื้อที่สั่งมาเลยค่ะสำหรับคนไม่ทานเนื้อจะมีหมูด้วย และอาหารอื่นเช่น พาสต้ากระเทียม เป็นต้นงานนี้ตบท้ายด้วยไอศกรีมโฮมเมดคนละถ้วยมีหลายรสเลยค่ะส่วนราคาหากหารกันออกมาก็ไม่แรงมากนะคะเมื่อเทียบกับคุณภาพและบริการที่ได้รับ สรุป อร่อยแบบจมเขี้ยว สวรรค์ของคนทานเนื้อชัดๆ 繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)