7
0
0
7-min walk from Exit 3, Chong Nonsi BTS Station 繼續閱讀
電話號碼
02-021-8888
特色
休閒餐廳
慶祝紀念日
付款方式
Visa Master AMEX Cash
其他資料
泊車
深夜營業
座位數目 (空調)
前往餐廳網站
http://bangkok.amarahotels.com/
招牌菜
Xiao Long Bao Peking Duck
食評 (7)
กลับมาทานที่ห้องเอเลเมนท์ (Element) โรงแรมอัมรากันอีกครั้ง คราวก่อนมาทานแบบบุฟเฟ่ต์ คราวนี้มาทานเป็น A La Carte กันบ้างนะการเดินทาง : โรงแรมอยู่บนถ.สุรวงศ์ เยื้อง ๆ ร้านบุฟเฟ่ต์เกาหลี Sampoong ถ้าขับรถมาก็จอดได้ที่โรงแรมเลย ส่วนใครไม่มีรถให้นั่ง BTS ลงสถานีช่องนนทรี แล้วเดินหรือเรียกพี่วินเมนูอาหาร : มีให้เลือกทานทั้งอาหารสิงคโปร์ , อาหารไทย , อาหารญี่ปุ่น และอาหารฝรั่งเมนูที่ได้ชิม- Nasi Lemak เป็นเมนูข้าวหุงกับกะทิกินคู่กับเครื่องเคียงต่าง ๆ เวลาทานก็คลุก ๆ เข้าด้วยกัน รวม ๆ แล้วก็อร่อยดีค่ะ- Laksa เป็นเมนูประเภทก๋วยเตี๋ยวลักษณะคล้าย ๆ ก๋วยเตี๋ยวแกง เส้นละม้ายคล้าย ๆ ขนมจีน แกงรสไม่จัดมากเหมือนบ้านเรา- Hainanese Chicken Rice ข้าวมันไก่สิงคโปร์ เสิร์ฟพร้อมน้ำแกงและน้ำจิ้ม 3 อย่าง (พริก , ขิง , ซีอิ๊วดำ) ไก่ฉ่ำไม่แห้ง ข้าวก็ไม่มันมาก- Fried Seafood Hor Fun ก็คือราดหน้าบ้านเรานี่แหละค่ะ จานนี้เครื่องตูมมาเลยทั้งกุ้ง , หอยเชลล์ , ปลาหมึก- Fried Hokkien Noodle ผัดหมี่ฮกเกี้ยน ผัดมาแบบมีน้ำขลุกขลิก ใส่กุ้งและปลาหมึกเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มเราชอบผัดหมี่ 2 จานนี้นะ ตัวเส้นหอมกระทะ ปรุงรสมากำลังดี อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย- Amara Fried Rice ข้าวผัดอัมรา เป็นข้าวผัดใส่กุ้ง , หมู และเนื้อปู เมนูนี้ข้าวผัดมาไม่แฉะดี กุ้งตัวใหญ่เบิ้ม- Bak Kut Teh เป็นซุปซี่โครงหมูน้ำใส เสิร์ฟพร้อมกับข้าว ปาท่องโก๋ และผักดอง อากาศเย็น ๆ แบบนี้ซดคล่องคอดีค่ะ- Amara Chef's Salad สลัดผักใส่ไข่ต้ม , แฮม , กุ้ง , ไก่ , ทูน่า และชีสนมแพะ เสิร์ฟคู่กับน้ำสลัดแบบใส เมนูนี้ปกติจะมีเนื้อด้วยแต่พอดีคนสั่งไม่กินเนื้อเลยขอไม่ใส่ค่ะ- Braised Beef Cheek แก้มวัวตุ๋น รสกลมกล่อม ทานคู่กับผักและมันบดเนียน ๆ ชอบเลย- Beef Teriyakiเนื้อย่างเทอริยากิเสิร์ฟมาเป็นเซ็ตคู่กับซุป และสลัด- Fresh Fruit Platter ผลไม้รวมหวานฉ่ำ- Coconut Icecream ไอศครีมมะพร้าว เย็นชื่นใจ รสไม่หวานมาก ชอบกันหลายคน- American chocolate Brownie บราวนี่เนื้อแน่นเสิร์ฟคู่กับไอศครีมและผลไม้รวม (เลือกรสไอศครีมได้)- Fresh Apple Pie พายแอปเปิ้ลเสิร์ฟคู่กับไอศครีมและผลไม้รวม (เลือกรสไอศครีมได้) แป้งพายกรอบมาก ตัวแอปเปิ้ลก็หวานกำลังดี อมเปรี้ยวเล็ก ๆ มีกลิ่นอบเชยหน่อย ๆ - Mango Creme Brulee เครมบรูเล่มะม่วงเสิร์ฟคู่กับไอศครีมและผลไม้รวม (เลือกรสไอศครีมได้) ไม่หวานมาก มะม่วงมาแบบนวล ๆ ไม่ได้กลิ่นแรงจนเกินไปใครสนใจอยากทานอาหารสิงคโปร์แต่ไม่อยากไปไกลลองแวะมาชิมดูได้ 繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)
สำหรับวันนี้จะพาไปกินอาหารสิงคโปร์กันบ้างนะคะ โดยจะไปที่รร.Amara ซึ่งเคยรีวิวตอนที่ไปร่วมรับประทานอาหารเย็นของงาน Lambrini มาแล้วครั้งหนึ่งนะคะวันนั้นขับรถไปค่ะ วิ่งไปจากพระรามสี่เข้าสุรวงศ์ ปรากฏว่า ห้ามเลี้ยวเข้ารร.ซะงั้น (มีกรวยกั้นค่ะ) ต้องไปยูเทิร์นค่ะ จอดที่อาคารจอดรถ แล้วก็กดลิฟท์มาที่ล็อบบี้นะคะ จากนั้นก็ค่อยเดินลงบันไดไปที่ห้องอาหาร Element ซึ่งอยู่ที่ชั้นใต้ดินค่ะภายในห้องอาหารค่ะ มีที่นั่งมากพอสมควรนะคะ ก็เป็นห้องอาหารหลักของโรงแรมนี้หละนะคะสำหรับห้องอาหารแห่งนี้ก็จะเน้นไปที่อาหารสิงคโปร์ เนื่องจากเชฟโคลิน เหลียง (Mr.Colin Liang) เอ็คเซคคูทีฟ เชฟเป็นชาวสิงคโปร์นะคะวันนั้นเราไปสาย ไปถึงอาหารก็ออกมาเยอะแล้วค่ะ เลยเก็บภาพเลย เมนูแรกค่ะ ข้าวมันไก่สิงคโปร์ 270 บาทค่ะ จะมาพร้อมข้าวและซุปนะคะตัวน้ำจิ้มของที่นี่จะเหมือนสิงคโปร์เลยนะคะ ที่เป็นสีแดงๆ รสชาติจะออกเปรี้ยวนิดๆ เผ็ดไม่มาก ส่วนซีอิ๊วดำๆ นั่นไม่ใช่ซีอิ๊วหวานแบบของเรานะคะ แนะนำให้กินกับซอสแดงอย่างเดียวดีกว่าค่ะ ข้าวมันโอเคค่ะ ร่วน ไม่แฉะ ส่วนไก่ก็ไม่ใช่ไก่ฟาร์ม เนื้อนุ่มนวลดีค่ะ เป็นจานที่อร่อยนะคะต่อไปเป็นบ๊ะกุ๊ดเต๋ 230 บาทค่ะ มาเป็นเซ็ตตามภาพเลย ส่วนปาท่องโก๋ โดยปกติของสิงคโปร์ คือเอาจุ่มน้ำซุปบ๊ะกุ๊ดเต๋กินนะคะ รสชาติน้ำซุปจะออกเช็งๆ หน่อย มีรสและกลิ่นพริกไทยอยู่พอควร แต่ไม่ได้เยอะมากค่ะ รสหวานอ่อนๆ นะคะแก้มวัวตุ๋น อันนี้ไม่ทราบราคาค่ะ ตุ๋นเปื่อยพอควร แต่ยังไม่เปื่อยสุดนะคะ เราแบ่งกินกับเพื่อน เจอตัวเอ็นมันด้วยง่าา เลยไม่ค่อยโดนค่ะ แหะๆมนุษย์ผักรีเควสท์สลัดค่ะ 555 กับ Amara's Chef Salad 350 บาทค่ะอร่อยนะคะตัวนี้ น้ำสลัดออกเปรี้ยวๆ เช็งๆ อีกแล้วค่ะ กินแล้วสดชื่นดีค่ะต่อไปเป็นนาซิเลอมัก ราคา 270 บาทค่ะ ตัวนี้ข้าวหุงด้วยกะทิ ไม่มันมากนะคะ กะทิแทบค่อนข้างบางเลย มากับปลา และไก่ทอดค่ะ ส่วนเครื่องแนมก็ตามมาตรฐานเมนูนี้คือ ปลาเล็ก ถั่วถอด และน้ำพริกเผานะคะ โดยรวมโอเคค่ะ เวลากินก็คลุกน้ำพริกเผากับข้าวสักหน่อย ก่อนจะกินพร้อมกับเครื่องอื่นๆ นะคะข้าวผัดอมราค่ะ 410 บาท ตัวนี้มีกุ้งตัวใหญ่ๆ แนมมาให้ด้วยนะคะข้าวผัดผัดได้ดีค่ะ ร่วน หอมกลิ่นกระทะ แต่กุ้งเราไม่ได้ชิมนะคะ เพื่อนบอกว่าสดดีค่ะหลักซา 380 บาทค่ะ อาหารอีกอย่างของสิงคโปร์ที่นี่ไม่ทำเข้มข้นจัดจ้านนักนะคะ รสชาติออกกลางๆ ค่ะ เห็นสีแบบนี้แต่ไม่เผ็ดนะฮับ หอฝั่นซีฟู้ดค่ะ 385 บาทตัวนี้เป็นอีกเมนูที่เราชอบนะคะ รสชาติดีแหละ อร่อย รสไม่ปรี๊ดแต่กลมกล่อมค่ะ ลักษณะคล้ายๆ ราดหน้าเส้นใหญ่บ้านเรานะคะผัดหมี่ฮกเกี้ยน 330 บาทค่ะตัวนี้คนชอบหลายคนมากๆ ค่ะ แต่เรากลับชอบหอฝั่นมากกว่าแหละ หรือเป็นเพราะเราไปกินตอนเส้นเริ่มอืดแล้วก็ไม่แน่ใจนักนะคะ แหะๆชุดข้าวเนื้อย่างเทริยากิค่ะ มาทั้งข้าว ซุป สลัดเลยค่ะเนื้อนุ่มดีค่ะ ซอสเทริยากิก็รสชาติมาตรฐาน ไม่เค็มจัดไปเหมือนบางที่นะคะหมดคาวแล้วววว ไปของหวานกันบ้างดีกว่าเนาะ มีอยู่สี่เมนู สั่งมาทั้งสี่เมนูค่ะ 555อันแรก อเมริกันช็อกโกแลตบราวนี่ 320 บาท จะมาเป็นเซ็ตตามภาพนี้เลยค่ะของที่นี่แน่นพอควรนะคะ แต่ไม่หนึบเท่าบางเจ้าค่ะ เราชอบรสชาติโดยรวมเค้านะ เราว่าอร่อยดีค่ะ แต่ถ้าสายหนัก อาจจะชอบให้หนึบและเข้มด้วยช็อกโกแลตมากกว่านี้นะคะต่อไปเป็นเซ็ตพายแอปเปิ้ลค่ะ 270 บาทตัวนี้แป้งพายทำได้ร่วนนิดๆ ดีค่ะ ไม่แตกมาก แต่จริตเราไม่ค่อยถูกกับของหวานที่ทำจากแอปเปิ้ลง่ะนะ เลยไม่โปรดเท่าเมนูอื่นค่ะ แหะๆเครมบูเล่มะม่วง 320 บาทค่ะตัวนี้ถ้ากินพร้อมหน้าที่ถูกเผา จะกลบรสและกลิ่นมะม่วงนะคะ ถ้าอยากได้รสและกลิ่นมะม่วงแนะนำให้กินแบบไม่ต้องกินหน้ามันไปด้วยค่ะ ตัวเทกซเจอร์นวลดีนะคะ ถ้าใครชอบมะม่วงก็น่าจะชอบน้าาต่อไปเป็นเมนูของหวานอีกอย่างที่เราชอบค่ะ ผิดคาดมากๆ เพราะเห็นเมนูแล้วคิดว่าจะธรรมดาซะอีกค่ะไอศกรีมมะพร้าวค่ะ มีเนื้อมะพร้าวแซมมาด้วย อร่อยแหละ หอมหวานกำลังดี กินกับเครื่องที่เป็นผลไม้ก็เข้ากัน เมนูนี้มีสั่งเบิ้ลนะเอ้า อิอิผลไม้ค่ะ ไม่ได้แตะนะคะ ตัวนี้ราคา 200 บาทค่ะเครมบูเล่ยังไม่แล้วใจ มีคนรอบที่แล้วที่กินแล้วไม่ได้กลิ่นมะม่วง เลยสั่งอีกรอบค่ะ ถึงได้ค้นพบว่าอย่ากินพร้อมหน้า และรสชาติของไอศกรีมก็เปลี่ยนด้วยนะคะเพราะงั้นถ้ามีรสโปรดรสไหนก็สั่งเป็นรสนั้นได้ค่ะสรุปสำหรับที่นี่นะคะถ้าใครอยากกินอาหารสิงคโปร์ ก็ลองไปได้ค่ะ ถือว่าเป็นห้องอาหารที่มีจุดขายที่ชัดเจนว่าเน้นที่อาหารสิงคโปร์นะคะ วันนั้นที่กิน ชอบข้าวมันไก่ไหหลำ กับหอฝั่นซีฟู้ดมาก ส่วนของหวานนี่ปลื้มไอศกรีมมะพร้าวสุดๆ ค่ะ 繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)
สวยงามสว่างสะอาดเรียบร้อยดูดี การบริการดีระดับโรงแรมหมดห่วงอาหารวัตถุดิบสดสะอาดไม่เจอปัญหาใดๆ รสมือโดยรวมมีรสมีชาติชัดเจนดีโดยเฉพาะเมนูปรุงร้อนทำได้ถูกปากดีมาก ราคารวมเครื่องดื่มเรียบร้อยกับราคา 350 บ. ทานไม่อั้นเกือบ 3 ชม. ใจสุดๆฮะรายละเอียด : http://www.reviewnowz.com/amara-bangkok-element-international-buffet-lunch-2016/รายละเอียด : http://www.reviewnowz.com/amara-bangkok-element-international-buffet-lunch-2016/ 繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)
วันนี้จะพาไปร่วมงาน Sparkling Wine Paring ซึ่งเป็นการกินอาหารที่จับเข้าคู่กับไวน์จากอังกฤษคือ Lambrini กันนะคะ โดยงานนี้ก็จัดกันที่โรงแรม Amara สุรวงศ์นั่นเองหละค่ะ วันนั้นเนื่องด้วยเป็นวันศุกร์ค่ะ เราเลยไม่ขับรถไป นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานีสามย่าน ขึ้นฝั่งวัดหัวลำโพง นั่งมอเตอร์ไซค์ 20 บาทไปที่รร.นะคะ ด้านหน้ารร.ก็ตามนี้เลยค่ะ หลังจากลงทะเบียนรับเอกสารเรียบร้อยแล้วก็ลงไปยังชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นห้องอาหาร Element ของโรงแรมค่ะ ซึ่งก็มีการจัดสถานที่ไว้เรียบร้อยแล้ว วันนั้นนอกจากบล็อกเกอร์แล้วก็มีการเชิญสื่ออื่นๆ และแขกจากสาขาต่างๆ ด้วยนะคะ เซ็ตอัพบนโต๊ะค่าา ก่อนที่จะเริ่มงาน เราไปรู้จักกับ Lambrini กันสักนิดนะคะ แบรนด์นี้เป็นของประเทศอังกฤษค่ะ ผลิตที่เมืองลิเวอร์พูลโดยบริษัท Halewood International ซึ่งผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1994 (พ.ศ. 2537) ซึ่งสำหรับตลาด Perry (เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หมักจากลูกแพร์) แล้ว เป็นแบรนด์ที่ครอบครองตลาดสูงถึง 53.6% (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย) เลยทีเดียวค่ะ ซึ่งหากใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของแบรนด์นี้ มีสองลิงก์ด้านล่างให้เป็นข้อมูลนะคะ website ที่อังกฤษ http://www.lambrini.co.uk/ เฟสบุ๊คของไทย https://web.facebook.com/Lambrinithailand/ แต่วันนั้นที่เราได้ดื่มจะมีอยู่สามตัวนะคะ ได้แก่ The Dazzling One Chambrini Sparkling Perry, The Classic One Lambrini Slightly Sparkling Perry และLambrini Slightly Blush Sparkling Perry ค่ะ เมนูอาหารและเครื่องดื่มที่จะแพร์ริ่งกันในวันนั้นก็ตามนี้เลยนะคะ ระหว่างรอแขกท่านอื่นๆ ทางผู้จัดงานก็มีของกินเล่นมาให้รองท้องกันก่อนค่ะ เครื่องดื่มเป็น Sparkling พริกมะนาว ที่ออนท็อปด้วย Lambrini นะคะ เมนูนี้ชื่อ Dialo รสชาติแปลดีค่ะ มีความเป็นพริกกับมะนาวแซมมาด้วย ซึ่งอาหารที่จัดมากินแกล้มก็จะมี Oyster Bloody Mary ซึ่งอาหารก็ตรงตัวเลยค่ะ รสชาติแปลกอีกเช่นกัน ส่วนอีกตัวที่เป็นแซลมอนเราไม่ได้ชิมนะคะ แหะๆ หลังจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่การรับประทานอาหารแล้วค่ะ โดยเครื่องดื่มตัวแรกที่เสิร์ฟจะเป็น The Dazzling One Chambrini Sparkling Perry นะคะ รสชาติของตัวนี้จะซ่าและแรงค่ะ แต่มีความหวานอมเปรี้ยวสดชื่นดี เราค่อนข้างชอบเลยนะคะตัวนี้ แม้ว่าแอลกอฮอล์จะสูงที่สุดในบรรดาสามตัวคือ 10% เลยก็ตาม แต่ดื่มง่ายดื่มลื่นมากค่ะ ชอบๆ แอบไปเก็บภาพเชฟและผู้ช่วยที่กำลังผลิตอาหารกันอย่างขมักเขม้นค่ะ ต่อไปเป็นอาหารค่ะ โดยอาหารที่แพร์ริ่งกับเครื่องดื่มตัวแรกจะมีด้วยกันสองเมนูนะคะ โดยเมนุแรกจะเป็นแอพพิไทเซอร์สามตัว ได้แก่ กระเพาะปลาผัดถั่วงอก อกเป็ดซอสเขียวหวาน และกุ้งย่างซอสสามรสค่ะ ไล่ไปทีละเมนูนะคะ กับกระเพาะปลาผัดถั่วงอก รสจะค่อนข้างอ่อนๆ เบาๆ มีกลิ่นหอมของการผัด และตัวกระเพาะปลานุ่มเด้งดีค่ะ ส่วนเมนูอกเป็ด อกเป็ดแน่นมากค่ะ โดยตัวเนื้ออกมีรสเค็มนิดๆ แต่มีซอสเขียวหวานช่วยสร้างรสให้หลากหลายขึ้น ซึ่งในซอสมีข้าวโพดและมะม่วง ซึ่งช่วยสร้างทั้งกลิ่นและรสและเพิ่มเทกซเจอร์ให้กับเมนูนี้ด้วยค่ะ อร่อยค่ะ คนชอบหลายคนเลย ต่อไปเป็นกุ้งย่างซอสสามรส กุ้งดีค่ะ สด แน่น เด้ง รสซอสออกจะเผ็ดแต่ไม่มีรสอื่นแบบที่ควรเป็นนะคะ รสอื่นเบาไปหน่อยค่ะ จากนั้นทางพนักงานก็บริการเนยและขนมปังให้เลือกค่ะ มีด้วยกันสามตัว ตัวที่เปนซอฟท์บันกลมๆ นั่นนุ่มอร่อยถูกจริตที่สุดค่ะ แฮร่... เมนูต่อไปค่ะ Volute of Butternut Pumpkin with seared Scallop and Crispy Parma Ham Bite สำหรับรสชาติของตัวนี้เราชอบนะคะ รสเข้มข้นแต่นุ่มนวล มีความเค็มของเบคอนแซมอยู่บ้าง ส่วนหอยเชลล์เทกซเจอร์เด้งมาก เด้งจนแปลกใจอะค่ะ รสชาติดีค่ะ อร่อยแหละ สองเมนูแรกนี่โอทั้งคู่เลยค่ะ แล้วดื่มกับสปาร์คลิ่งไวน์ตัวที่เสิร์ฟก็เข้ากันได้ดีด้วย โอเคเลย จากนั้นก็เสิร์ฟเครื่องดื่มตัวที่สองค่ะ กับ The Classic One Lambrini Slightly Sparkling Perry ไวน์ตัวนี้เป็นไวน์ตัวคลาสสิคของเค้าเลยนะคะ แต่ตอนที่พนักงานบริการไวน์ตัวนี้ ได้ยินพิธีกรบอกว่าเป็นการผลิตเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของ Lambrini ตัวนี้รสชาติอ่อนเบากว่าตัวแรกค่ะ (ถ้าจะดื่มเรียงลำดับ (โดยไม่คำนึงถึงความแมทช์ของไวน์กับอาหารนะคะ) ตัวนี้ควรดื่มก่อนตัวแรกค่ะ เพราะพอมาดื่มทีหลัง เลยกลายเป็นตัวนี้อ่อนไป) ถ้าใครชอบแนวเบาๆ ดื่มง่ายๆ ตัวนี้น่าจะถูกจริตค่ะ แต่เรายังประทับใจตัวแรกมากกว่า เข้มข้นและมีเนื้อมีหนังสำหรับเรามากกว่าค่ะ (ทั้งที่ไวน์ตัวแรกก็แอลกอฮอล์สูงกว่าด้วยนะคะ แต่เรากลับชอบกว่าแฮะ) ส่วนอาหารที่จับมาเข้าคู๋กับไวน์ตัวนี้ วันนั้นมีด้วยกันสองเมนูค่ะคือ Baked Bonito Fish fillet with Trio Mushrooms and Red Curry Sauce ส่วนอีกเมนูที่นำมาจับคู่คือ Baked Pineapple Rice with Chicken and Pork Floss ค่ะ ถ้าแปลเมนูเป็นไทยก็เสต็กปลาหิมะซอสแกง (ที่ตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นแพนง) กับอีกเมนูก็คือข้าวผัดสับปะรดกับไก่และหมูหยองค่ะ นอกจากนั้นก็ยังมีรสชาติและแบบอื่นๆ อีกนะคะ เราแอบไปส่องที่เว็บของอังกฤษมาหละ สนใจตัวโลว์แคลอรี่มากๆ น่าจะทำให้สาวๆ ดื่มได้อย่างสบายใจนะนี่ (ตอนนี้ของไทยยังเอาเข้ามาสามตัวที่รีวิวค่ะ ต่อไปในอนาคตน่าจะมีมากขึ้นนะคะ) Baked Bonito Fish fillet with Trio Mushrooms and Red Curry Sauce ตัวนี้เนื้อปลาทำมาดีมากเลยค่ะ สุกกำลังดี ยังคงความหวานของเนื้อปลาอยู่ มีกลิ่นหอม ซอสก็อร่อย (แต่ซอสเขียวหวานของเมนูแรกเด่นกว่านะคะ) แล้วถ้ากินพร้อมเห็ด จะช่วยเพิ่มกลิ่นด้วยค่ะ อร่อยค่ะ เป็นจานหลักที่ดีงามเลยทีเดียว และอีกหนึ่งเมนูค่ะ ตอนแรกอ่านภาษาอังกฤษนึกว่าข้าวอบสับปะรด แต่พนักงานแจ้งว่าเป็นข้าวผัดสับปะรด ตัวนี้ผัดมาหอมไม่มันดีค่ะ มีกลิ่นบางอย่างที่แตกต่างจากข้าวผัดทั่วไป ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นกลิ่นอะไรนะคะ และมีรสหวานของหมูหยองแซมมาอ่อนๆ แต่รสชาติเราว่าเบาไปนิดสำหรับเราน่ะนะคะ แต่อาหารทั้งสองตัวแพร์ริ่งกับไวน์แล้วโอทั้งคู่ค่ะ กับไวน์ตัวสุดท้ายที่ได้ลองวันนั้นนะคะ กับ Lambrini Slightly Blush Aparkling Perry ค่ะ ตัวนี้รสจะออกแนวฟรุตตี้นะคะ หอมกลิ่นผลไม้ที่สุดในบรรดาสามตัว รสชาติและกลิ่นน่าจะถูกใจสาวๆ กว่าตัวอื่นๆ ค่ะ พิธีกรบอกว่าตัวนี้เพิ่งนำมาขายในไทยไม่ถึงปีค่ะ ตัวนี้แพร์ริ่งมากับ Durian Panna Cotta with Fruit Skewer ถ้าแยกกันนะคะ ตัวพันนาคอตต้ากลิ่นทุเรียนชัดมาก อร่อยมากๆ (สำหรับคนโปรดทุเรียนอย่างเรา 555) ผลไม้ที่แนมมาด้วยก็สดอร่อยหมดเลยค่ะ แต่พอกินคู่กับไวน์ มันตีกันค่ะ ทุเรียนกับฟรุตตี้ง่ะ เราเลยว่า...ไม่เหมาะจะเข้ากันเท่าไหร่ค่ะ กินแยกกันดีงามกว่าเยอะค่ะ แฮร่... และนี่คือเชฟและทีมงานผู้รังสรรค์อาหารมื้อนั้นให้เราค่ะ เชฟโคลิน เหลียง (Mr.Colin Liang) เอ็คเซคคูทีฟ เชฟชาวสิงคโปร์นะคะ ซึ่งเชฟเองก็เป็นสมาชิกสมาคมผู้ประกอบอาชีพเชฟมืออาชีพแห่งสิงคโปร์ หรือ The Society of Professional Chefs (Singapore) ด้วยค่ะ เชฟเริ่มต้นอาชีพที่โรงแรมแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เมื่อปีพ.ศ.2528 และเคยได้รับรางวัลเหรียญทองแดงในหมวดหมู่อาหารทะเลจานร้อน (Bronze award for the Hot Seafood Category) ในงาน Food & Hotel Asia ปีพ.ศ.2529 ด้วยค่ะ มีคลิปตอนเชฟทำของหวานมาให้ดูหน่อยหนึ่งค่ะ (ตอนทำอย่างอื่นมัวแต่ถ่ายรูป ลืมถ่ายเป็นวีดิโอมาซะงั้น) จากนั้นทางรร.ก็นำพาพวกเราไปที่บาร์ด้านบนกันค่ะ เพื่อจะไปชมวิวและดื่มเครื่องดื่มกันนะฮับ พวกเราก็ขึ้นลิฟท์ไป AKAAZA BAR และสระว่ายน้ำซึ่งอยู่ที่ชั้น 26 กันค่ะ จะเป็นบาร์ทีอยู่ริมสระว่ายน้ำเลยนะคะ วันนั้นมีเครื่องดื่มให้ลองกันสี่ตัวค่ะ ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ทั้งหมดนะคะ เรียงจากซ้ายไปขวาจะเป็นเมโลดี้ออฟดรีม อมาเรีย พิงค์ฟอร์เรสท์ และทูเก็ทเตอร์ฟอร์เอฟเวอร์ค่ะ เราได้ดื่มพิงค์ฟอร์เรสท์ โอเคนะคะ เปรี้ยวนำ หวานแซม แอลกอฮอลฺ์ไม่เด้งค่ะ สรุปสำหรับที่นี่นะคะ เราชอบทั้งอาหารและ Lambrini Sparkling Wine ทั้งสามตัวเลยค่ะ ดื่มง่าย รสชาติดี เหมาะไปใช้ในปาร์ตี้จริงๆ อ้ะ สายสาวๆ น่าจะชอบนะคะ อาหารนี่ชอบทั้งแอพพิไทเซอร์สามตัวแรก ซุป และเสต็กปลาหิมะ ส่วนของหวานถ้ากินแยกกับเครื่องดื่มก็อร่อยมาก (ทุเรียนเลิฟเวอร์อะน้าา) สรุปแล้วเป็นมื้อหนึ่งที่ประทับใจเลยหละค่ะ 繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)
等級4 2016-04-11
55 瀏覽
โรงแรมอัมรา กรุงเทพฯ เปิดตัวอย่างเป็นทางการโดยจัดงานที่ห้องอาหารเอเลเม้นท์แห่งนี้บรรยากาศคนเยอะคึกคักเป็นกันเองสนุกสนานมาก บริการดีไม่มีปัญหาอาหารหลากหลายอร่อยถูกใจหลายเมนูเติมตลอดไม่มีขาดตลอดงานรวมถึงเครื่องดื่มเช่นกันได้ข่าวว่าที่ห้องนี้มีบุฟเฟ่ต์ในคืนวันศุกร์ด้วย ไว้จะมารีวิวให้ชมกันครับ.รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.reviewnowz.com/amara-bangkok-hotel-launch-party/รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.reviewnowz.com/amara-bangkok-hotel-launch-party/ 繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)