更多
2017-04-18
443 瀏覽
สำหรับวันนี้ก็จะมารีวิวอีกหนึ่งร้านไฟน์ไดนิ่งนะคะ โดยรอบนี้เป็นเนื้อโกเบกันบ้าง กับร้าน Yasuda นั่นเองค่ะ ซึ่งเราได้เวาเชอร์ 500 บาทมาสองใบ แต่ปรากฏว่า ถามทางร้านแล้วใช้ได้ครั้งละใบอะค่ะ ก็ตามนั้นเนาะ จากนั้นก็หาวันว่างไป สามารถใช้กูเกิ้ลแมพได้นะคะ หมุดปักไว้ตรงอยู่ค่ะ ที่ร้านมีที่จอดร้านทั้งที่หน้าร้านและด้านในเข้าไปอีกหน่อยค่ะ แต่ถ้าไปเร็วก็จะมีที่จอดอยู่ ร้านจะเปิดสองช่วงสำหรับมื้อกลางวันและมื้อเย็นนะคะ เราไปมื้อเย็น ซึ่งเริ่มเปิดตอนห้าโมงเย็นค่ะเบอร์โทรทางร้าน02-258-2530, 062-058-3411 (For Japanese) ที่ตั้งร้านซอย สุขุมวิท 34 กรุงเทพมหานคร (BTS Thonglor สามารถโทรศัพท์ให้รถตุ๊กออกไปรับปากซอยสุขุมวิท 34ได้) ร้านนี้เปิดดำ
เบอร์โทรทางร้าน
02-258-2530, 062-058-3411 (For Japanese)
ที่ตั้งร้าน
ซอย สุขุมวิท 34 กรุงเทพมหานคร
(BTS Thonglor สามารถโทรศัพท์ให้รถตุ๊กออกไปรับปากซอยสุขุมวิท 34ได้)
บรรยากาศของร้าน เป็นร้านที่ดัดแปลงมาจากบ้านสองชั้นออกแบบโดย Designer ชาวญี่ปุ่น ภายนอกร้านจะดูเหมือนบ้านขุนนางญี่ปุ่นโบราณ ส่วนภายในร้านนั้นออกแนวโมเดิร์นดูเรียบหรู มีโต๊ะที่นั่งทั้งแบบตะวันตก แบบนั่งห้อยขาสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงมีห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวด้วยค่ะ (เห็นห้องส่วนตัวอยู่ทางด้านหลังร้านนะคะ)
อย่างที่บอกว่าร้านนี้เปิดสองเวลานะคะ
เครื่องดื่มมาก่อนเลยค่ะ เราสั่งชาเขียวร้อน ราคา 80++ บาท ตัวนี้เป็นรีฟิลล์ด้วยนะคะ
สลัดเค้าจะให้น้ำสลัดมาสองอย่างค่ะ สีเข้มๆ นั่นคือน้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่นเลย ซึ่งเราชอบมากกว่าอีกตัวนะคะ ตัวสีขาวจะครีมมี่นิดๆ ค่ะ อร่อยเหมือนกัน แต่ชอบสไตล์ญี่ปุ่นมากกว่า ผักก็สดดีค่ะ
จากนั้นทางร้านก็นำเนื้อที่จะนำไปทำเสต็กมาให้เราดูก่อนว่าหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ แปลกดี เพิ่งเจอร้านนี้ทำแบบนี้เป็นร้านแรกเลยค่ะ แล้วก็ถามความสุกที่ต้องการ ซึ่งแน่นอนว่าเราสั่งมีเดียมแรร์นะคะ
ต่อไปจะเป็นซุปที่อยู่ในเซ็ตค่ะ รสออกหวานอ่อนๆ นะคะ แต่ไม่ได้เด่นมากค่ะตัวนี้
ซึ่งสิทธิประโยชน์ของสมาชิกก็คือในเดือนเกิด (จองล่วงหน้าสองวัน) ถ้าไปกินที่ร้านจะได้เค้กวันเกิด รวมทั้งเครื่องดื่มคนละหนึ่งดริ๊งค์ทั้งโต๊ะนะคะ และทำการสะสมคะแนนทุกๆ 100 บาทได้ 1 คะแนน ทุกๆ 5 คะแนนคือลด 5 บาทค่ะ
นอกจากนั้นทางร้านก็ให้คูปองให้เพื่อนที่จะไปกินที่ร้านยาสุดะด้วย (ถ้าใครต้องการแจ้งเราได้เลยนะคะ) ถ้าใครถือคูปองนี้ไปกินที่ร้าน ก็จะได้ไวน์หนึ่งขวดค่ะ ได้หนึ่งขวดต่อโต๊ะนะคะ (เพราะฉะนั้นต้องแยกไปค่ะ เรามีสามใบ) ส่วนเราในฐานะแนะนำเพื่อนก็จะได้พอยท์ 500 พอยท์นั่นเอง
สักพักเสต็กก็มาค่ะ
สั่งเพิ่มมาอีกอย่างค่ะกับ Premium Kobe Beef Sashimi 690++ บาท
ระหว่างกินอยู่ พนักงานก็เอาบัตรที่ไปรีจิสเตอร์เรียบร้อยแล้วกับคูปองที่เราจะแจกเพื่อนมาให้ค่ะ แฮร่...
อย่างที่บอกนะคะ ใครคิดจะไปกิน แจ้งเราได้เลยค่ะ win win ทั้งคู่อะนะ คนเอาคูปองไปใช้ได้ไวน์ ส่วนเราได้แต้ม...ซึ่งจะได้ไปใช้เมื่อไหร่ฟระ 555
ปิดท้ายด้วยของหวาน (รวมอยู่ในเซตสเต็กค่ะ เลือกได้นะคะ เราเลือกตัวนี้หละ) กับบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก (ถ้าสั่งแยก จะเป็นราคา 75++ บาทค่ะ)
ตัวนี้อร่อยตามมาตรฐานค่ะ ไม่ได้โดดเด่นไปจากที่อื่นนะคะ แต่ก็ไม่ได้แย่อะไรค่ะ
สิ่งหนึ่งที่มาร้านนี้แล้วอยากให้ลองคือห้องน้ำค่ะ เป็นระบบเดียวกับที่ญี่ปุ่น (และห้างบางห้างของไทยเลย) คือ เปิดประตูห้องน้ำปุ๊บ ฝาโถสุขภัณฑ์จะเปิดให้อัตโนมัติ และมีปุ่มสำหรับชำระล้างต่างๆ เหมือนที่ญี่ปุ่นเป๊ะๆ
เป็นร้านเนื้อเกรดพรีเมี่ยม โกเบเอห้า ที่น่าสนใจหละค่ะ เนื้อดีเลยทีเดียว แต่ราคาก็สมกับคุณภาพเนื้อหละนะคะ 555 ตัวร้านค่อนข้างสงบพอควร (แต่เราไปวันธรรมดาด้วยน่ะนะคะ) การบริการค่อนข้างโอเคนะคะ เอาใจใส่ดี แต่ก็ไม่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวมากเกินไปค่ะ ที่จอดรถมีพอควร แต่ถ้าไปช่วงแขกเยอะๆ จริงๆ ก็คงต้องไปจอดอีกที่อะนะคะ หน้าร้านไม่น่าจะเหลือที่จอดหละค่ะ
張貼