更多
2015-02-24
128 瀏覽
สำหรับวันนี้จะพาไปหม่ำกันที่ร้านอาหารเกาหลีสไตล์โมเดิร์น ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากเกาหลีแท้ๆ แต่มีสาขาทั่วโลกเป็นร้อยสาขาแล้วนะคะ (ในหกประเทศ ได้แก่ ฮาวาย ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ลอสแองเจลิสและไทยค่ะ) ส่วนในไทยก็มีสองสาขาค่ะ โดยสาขาแรกจะอยู่ที่ Mercury แต่สาขานี้เพิ่งเปิดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เองนะคะสำหรับการไปของเรา เราขับรถไปเองหละค่ะ ก็ไปจอดที่สาขาสยามเซ็นเตอร์แล้วไปถึงซะเร็วเชียว ก็เลยไปช็อปปิ้งให้ครบ 800 บาทเพื่อจะจอดสี่ชั่วโมงฟรี (คำนวณดูแล้วว่าน่าจะเกินสี่ชม. ให้ผ่อนค่าจอดหน่อยก็ดี ฮา) จากนั้นก็ขึ้นชั้นสี่ ก็จัดการเก็บภาพบรรยากาศร้านให้เรียบร้อยก่อนค่ะด้านหน้าร้านมีเก้าอี้นั่งที่ชวนให้คิดถึงบรรยากาศที่เกาหลี ณ หอคอย
สำหรับการไปของเรา เราขับรถไปเองหละค่ะ ก็ไปจอดที่สาขาสยามเซ็นเตอร์แล้วไปถึงซะเร็วเชียว ก็เลยไปช็อปปิ้งให้ครบ 800 บาทเพื่อจะจอดสี่ชั่วโมงฟรี (คำนวณดูแล้วว่าน่าจะเกินสี่ชม. ให้ผ่อนค่าจอดหน่อยก็ดี ฮา) จากนั้นก็ขึ้นชั้นสี่ ก็จัดการเก็บภาพบรรยากาศร้านให้เรียบร้อยก่อนค่ะ
ด้านหน้าร้านมีเก้าอี้นั่งที่ชวนให้คิดถึงบรรยากาศที่เกาหลี ณ หอคอยนัมซาน (โซลทาวเวอร์) ด้วยค่ะ ต้อนรับและสร้างบรรยากาศแบบเกาลี้ เกาหลีกันตั้งแต่หน้าร้านเลยทีเดียว
ซึ่งที่มาของร้านนี้เนื่องจากทางเจ้าของอยากเปิดร้านที่เป็นร้านขายอาหารที่ทำให้นึกถึงในวัยเรียนวัยเยาว์น่ะค่ะ ส่วนการมาเปิดที่ไทยนี่เนื่องจากคุณหนิง ผู้นำเข้าเครื่องสำอางยี่ห้อดร.จาร์ทของเกาหลีอันโด่งดังเวลาไปดีลงานที่เกาหลี เจ้าของดร.จาร์ทก็มักจะพาไปร้านนี้ คุณหนิงซึ่งก่อนหน้านี้เป็นคนที่ไม่ชอบอาหารเกาหลีเลย แต่พอไปกินที่ร้านนี้ก็รู้สึกว่ามันโอเค อร่อย (อันนี้เห็นด้วยกับคุณหนิงค่ะ จากใจคนไปเกาหลีแล้วหลายรอบ ฮา) ก็เลยเปรยๆ ว่าเนี่ย น่าจะเอาไปเปิดเมืองไทย ต่อมาเจ้าของดร.จาร์ทก็เลยพาคุณหนิงไปคุยกับเจ้าของ School Food จนเป็นการนำเข้ามาเปิดในไทยนี่แหละค่ะ (ขอบคุณหนุ่มหล่อผู้จัดการร้านสำหรับข้อมูลไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะฮับ)
สำหรับวันนั้นเนื่องด้วยสมาชิกอุ่นหนาฝาคั่งมากก็เลยแยกออกเป็นสองโต๊ะค่ะ เซ็นอัพบนโต๊ะก็ตามภาพเลยนะคะ กระดาษรองจะมีภาพและเมนูแนะนำของทางร้านในบางเมนูด้วยค่ะ นอกจากนั้นที่พิเศษสำหรับสาขานี้ก็คือ มี Popcorn เป็น complimentary ให้กับลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่นี่ด้วยหละค่ะ สำหรับรสชาติของป็อปคอร์นก็ปกติทั่วไปนะคะ ไม่โดดเด่นอะไรน่ะค่ะ
พอหกโมงครึ่งตรงเป๊ะ อาหารก็เริ่มทยอยมาเลยหละค่ะ มาไล่กันเลยแล้วกันเนาะ
อันดับแรกเครื่องดื่มที่มาบริการก่อนเพื่อนเลยค่ะ มากันสองสีก่อนคือ Cotton Strawberry Athie ค่ะ สีชมพูตามภาพเลย ส่วนอีกตัวเป็น Viva La Kiwi Athie ค่ะ สีออกเขียวๆ หน่อย ของเราเลือกดื่มตัวคอตต้อนฯ นะคะ คุณผู้จัดการก็แนะนำให้คนก่อนดื่มค่ะ รสชาติเปรี้ยวนำ ซ่าด้วยโซดา ตัวสตรอเบอรี่ถ้าลองตักตัวตรงก้นๆ ตอนยังไม่คนมากินนี่เข้มข้นอาหย่อยค่ะ เราว่าเป็นเครื่องดื่มแก้เลี่ยนได้ดีนะคะ
จากนั้นเครื่องดื่มอีกสามตัวก็ตามมาค่ะ ก็จะเป็นสปาร์คกิ้งเอธี่ ไฟน์บลูเอธี่และรูบี้ออเรนจ์ค่ะ ไม่ได้ชิมเลยนะคะ แต่เอาหน้าตามาให้ดูกันว่าประมาณนี้อะค่ะ
ตัวผักมีขมบางอันนะคะ ไก่กรอบนอกนุ่มในดี แล้วก็มีกลิ่นหอมเวลาเคี้ยวค่ะ ถ้าใครชอบกินผักและของทอดก็เมนูนี้เลยนะคะ
เมนูนี้สำหรับเรา เราว่ากินคู่กับแป้งต๊อกเข้ากว่าเฟรนช์ฟรายด์นะคะ ตัวแป้งต๊อกคุณภาพดีมาก นุ่ม แน่น แต่ถ้าเอาโดยรวมเรายังไม่ค่อยโดนกับเมนูนี้ค่ะ แต่เห็นหลายท่านปลาบปลื้มกัน คือสำหรับเราเราว่ารสชาติโดยรวมของเมนูมัน “เบา” ไป (แต่เรื่องความเข้มข้น มันของซอสฟองดูนั่นก็ต่างหากอะนะคะ) เลยยังไม่ค่อยถูกจริตตัวเองเท่าไหร่ค่ะ
สรุปสำหรับร้านนี้นะคะ มีหลายเมนูที่เชียร์สุดๆ อย่าง Bulgogi Spoon Pizza Pork Cutlet with Spicy Cabonara (ตัวนี้ตอนผจก.เสิร์ฟบอกว่าเป็นสไปซี่คาโบนาราต็อกบ๊กกี่นะคะ แต่พอไปดูในรูปหน้าตามันเหมือนเมนูนี้มากกว่า) และเมลอนบิงซู หรือเชียร์รองลงมาแต่ยังเชียร์ อย่างคาลบี้โจเหมี่ยน สแปมมาริ2 มาริหมึกดำค่ะ ส่วนเมนูอื่นๆ ก็เรียกว่าอร่อยไม่เสียปากหละค่ะ มีไม่ชอบเมนูเดียวคือ ข้าวผัดกิมจิเบคอนกระทะร้อนน่ะนะคะ นอกนั้นก็ถือว่าเป็นอีกมื้อที่ประทับใจในการกินมากๆ เลยหละค่ะ
張貼