3
0
0
4-min walk from Exit 5, Phloen Chit BTS Station continue reading
Opening Hours
Today
10:00 - 22:00
Mon - Sun
10:00 - 22:00
Payment Method
Cash
Other Info
Parking
Signature Dishes
แกงปูเส้นหมี่ สปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้ง
Review (3)
แวะไปห้างหรูใจกลางเมืองอย่าง Central Embassy ครั้งล่าสุดมา ได้ไปชิมอาหารปักษ์ใต้ สไตล์พังงา ภูเก็ต มาที่ร้าน Love Eat Bistro ชั้น5 เลยอยากรีวิวไว้ให้คนที่ชอบอาหารใต้ หรืออยากลองอาหารใต้ ในบรรยากาศดีๆวิวสวยๆ ให้ไปลองกัน อยู่ชั้น5 ห้างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ชั้นนี้เป็นร้านอาหารทั้งชั้นอยู่แล้ว ร้าน Love Eat Bistro จะอยู่ด้านขวามือ ใกล้ๆลิฟท์ สังเกตุง่ายๆว่าหน้าร้านจะมีร้าน Kyo Roll En อยู่ สไตล์การตกแต่งของร้านนี้ ออกแนวๆคลาสสิคแบบผสมผสานความเป็นไทย+ฝรั่งสักหน่อย โทนของร้านออกสีเทาๆ ด้านหน้ามีรถกระเช้าดอกไม้ตกแต่งไว้อย่างสะดุดตา ด้านในมีผนังเป็นรูปแพทเทิร์นของดอกไฮเดรนเยีย เป็นธีมหลักของร้าน โต๊ะ-เก้าอี้นั่ง มีหลายแบบให้เลือก มีทั้งเป็นแบบโซฟา เก้าอี้ไม้สไตล์หลุยส์ก็มี แต่ส่วนตัวมองว่า วิวที่เด็ดของร้านนี้ ให้ลองเดินเข้าไปด้านในสุด จะพบผนังกำแพงเพ้นท์รูปเป็นบ้านหลังคาแดง อยู่ในสวนสวย จัดวางโต๊ะทานอาหารและเก้าอี้ได้อย่างลงตัว สวยมากๆ เห็นมีหลายกรุ๊ป เดินมาแล้วก็เลือกนั่งโต๊ะบริเวณนี้กันเยอะ อีกมุมนึงที่เป็นไฮไลท์ของร้านนี้คือ โต๊ะอาหารบริเวณริมกระจกใส ด้านในสุดของร้าน เพราะว่าสามารถมองเห็นสถานทูตอังกฤษภายใต้ร่มไม้เขียวสะพรั่ง ได้อย่างเต็มตา แบบพาโนรามาเลย (ถ้าใครเคยอ่านข่าวจะรู้ว่า ทางเซ็นทรัลไปประมูลพื้นที่ตรงนี้มาได้ในราคาสูงมากๆ จนกลายเป็นทำเลห้างสรรพสินค้าที่แพงที่สุดในประเทศไปเลย) ทำให้ร้านอาหารที่อยู่โซนติดด้างหลังห้าง จะมองเห็นอาคารของสถานทูตอังกฤษ ได้อย่างเต็มตา เป็นวิวราคาหลักล้านบาทจริงๆเข้ามาดูอาหารกันดีกว่า ร้านนี้ต้องบอกว่าอาหารหลักๆจะเน้นอาหารไทยปักษ์ใต้ สไตล์โฮมเมด รสชาติเผ็ดแบบใต้ๆไปเลย บอกว่า เจ้าของร้าน มีคุณแม่(เพลิน บุญสูง) ที่เป็นคนตะกั่วป่า จ.พังงา และเป็นผู้ที่มีคนให้ความเคารพนับถือกันมากในเรื่องฝีมือการทำอาหารแบบใต้แท้ๆมีสูตรลับเฉพาะตัว เป็นที่รู้จักและมีคนให้ความนับถือของคนจังหวัดพังงา โดยเมนูอาหารส่วนใหญ่ของร้านเน้นอาหารใต้เป็นหลัก แต่ก็มีออฟชั่นของอาหารไทยภาคกลาง หรืออาหารฝรั่งผสมมาในเมนูด้วยเช่นกันมาคร่าวนี้กรุ๊ปเราได้ลองสั่งอาหารมาหลากหลายเมนูมาลองกัน ขอไล่ไปที่ละเมนูๆดังนี้{ทอดมันปลากราย 235บาท} เป็นทอดมันสไตล์ใต้ๆแท้ๆเลย ลูกกลมๆแต่ด้านในใช้เครื่องแกงแบบชาวใต้เข้มข้น ทานคู่กับน้ำจิ้มอาจาด{ต้มยำกุ้ง 245บาท} เป็นแบบน้ำข้น ใช้กุ้งแชบ๊วย ขนาดกุ้งใหญ่กำลังดี ใส่เครื่องต้มยำจัดเต็มกันมากๆ เสิร์ฟมาในหม้อไฟทองเหลือง {คั่วกลิ้งหมู 255บาท} มากินอาหารใต้ เมนูนี้คงเป็นเมนูแรกๆที่นึกอยากสั่งมาลอง ของที่ร้านเลิฟอีท ผัดคั่วกลิ้งได้รสชาติเข้าถึงเนื้อในมากๆ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นอะไรที่สุดยอด{แหนมคลุกข้าวทอด  235บาท} จานนี้ชอบสีสันตอนเสิร์ฟมาก มันดูมีสีเขียวจากผัก สีแดงจากพริก สีส้มจากข้าวทอด ผสมคลุกเคล้าดูน่ากินสุดๆ {เขียวหวานเนื้อตุ๋น 285บาท} ยอมใจให้กับเครื่องพริกแกง ของร้านนี้เลย คือจากที่ลองมาทั้งพริกแกงแดง และพริกแกงเขียว มันเป็นรสชาติที่คนภาคกลางอย่างผมหากินยากจริงๆ รสแบบนี้ ได้สอบถามไปทางเชฟ ถึงทราบว่า ทางร้านนั้นตำพริกแกงเองทุกเมนู และเป็นพริกที่ต้องส่งมาจากทางพังงา ต้นกำเนิดของร้านนี้ด้วย ไม่งั้นรสชาติและความอร่อยของพริกแกง มันจะไม่อร่อยตามสูตรของร้าน ส่วนตัวเนื้อตุ๋นนั้นตุ๋นได้นุ่มมาก (คาดว่าน่าจะตุ๋นเตรียมไว้หลายชั่วโมงอยู่เหมือนกัน){แกงปู สูตรบ้านพังงา 495บาท}  **Recommended ให้กับเมนูนี้เลยครับ ใครมาร้านนี้ต้องสั่ง ไม่งั้นถือว่าพลาดจริงๆ คือแกงปูนี้เข้มข้นและอร่อยมาก และเนื้อปูนี้คือเป็นเนื้อก้อนๆ ช้อนตักขึ้นมาเป็นลูกๆเลย ทานคู่กับเส้นหมี่และสัปปะรด เป็นอะไรที่เข้ากันมาก แต่รสชาติก็ซี้ดปากมากพอสมควร  {ปอเปี๊ยะทอดภูเก็ต 195บาท} เป็นเมนูอร่อย ที่มาดับความเผ็ดของเมนูอื่นๆได้ดีทีเดียว ทานคู่กับน้ำจิ้มแดงๆและสัปปะรด กลายเป็นรสสัมผัสที่เข้ากันอย่างลงตัวที่สุด {ปูนิ่มผัดผงกะหรี่ 295บาท} ร้านใช้ปูนิ่มทั้งตัว หั่นแยกออกมาเป็นส่วนๆ ผัดคลุกเคล้ากับผงกะหรี่ดูนุ่มๆนัวๆ ได้ความมัน ที่ลงตัว{ผัด3เหม็น 295บาท}  3ส่วนผสมที่มีกลิ่นแรงสุดๆ เมื่อมารวมตัวกันย่อมอร่อยและกลิ่นแรงที่เดียวละ ผัดกับวุ้นเส้น โดยมีกุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ วางท็อปปิ้งมาด้านบน เพิ่มความฟิน{สปาเก็ตตี้ไส้อั่ว 295บาท} เมนูออกแนวฟิวชั่นๆจานนี้ สีสันดูน่ากินมากๆ (แต่รสชาติก็เผ็ดสุดๆเช่นกัน) เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ใส่ไส้อั่วหั่น พร้อมมะกอกดำและมะเขือเทศราชินี {คาเปลลินี่เนื้อปู 285บาท }  เส้นคาเปลลินี่ผัดมาพร้อมกับเนื้อปูแกะแล้ว ผัดคลุกเคล้ามากับพริกแห้งและกระเทียม{สปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้ง 395} เมนูฟิวชั่นไทยฝรั่งจานนี้เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ผัดมาพร้อมกับเครื่องต้มยำกุ้งแบบน้ำขลุกขลิกหน่อย โดยมีกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ เป็นพระเอกมาอีก 1ตัว หลังจบคาว กันไปแล้ว กินเผ็ดๆมาเยอะ ก็ต้องดับคาวด้วยของหวานกันสิเนอะ จัดไป { เตาทึงหิมะนมสดใส่แปะก๊วยถั่วแดง 175บาท} เต้าทึงที่ใส่นมสดเอาไปทำให้แข็งแล้วสไลด์มาเป็นเกล็ดหิมะ มาพร้อมเฉาก๊วย ถั่วแดง และแปะก๊วย ก่อนทานราดซอสหวานอีกนิดนึง อร่อยเข้ากัน{ใบเตยลาวา  215 บาท } ไปกินชาเขียวลาวามาหลายร้านแล้ว พอมาได้ลองใบเตยลาวา ร้านนี้กลับชอบซะมากกว่า ความนุ่มของเนื้อแป้งเค้กที่อบมาร้อนกำลังดี ส่วนใส้ใบเตยที่หอมหวานมัน ยิ่งทานคู่กับไอติมวนิลลาที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน เป็นการจับคู่ที่ลงตัวมากๆ{กล้วยเชื่อมไอศกรีมมะพร้าวเผา คาราเมลน้ำตาลโตนด 185} เมนูชื่อยาวขนาดนี้ แต่ขอบอกเลย ห้ามพลาด ให้เป็น * Reccommend* อีกเมนูที่ต้องมาลอง กินไอติมกะทิมาก็มากแล้ว แต่พอมากินไอติมมะพร้าวเผาของร้านนี้ จะแทบลืมไอติมกะทิที่เลยกินมาก่อนไปหมดเลย ยิ่งราดท็อปปิ้งด้วยซอสน้ำตาลโตนด หอมมัน ทานคู่กับกล้วยเชื่อมราดหัวกะทิอย่างดี กลับพบว่าทำไมไอ้2อย่างนี้ เวลามันทานคู่กันแล้วอร่อยอย่างงี้(ฟะ) ยกให้เป็นขนมหวานอร่อยสุดในมื้อนี้เลย{ชาลิ้นจี่ 135บาท}  ชาหอมๆ กลิ่นลิ้นจี่ ใส่ลูกลิ้นจี่สดมาด้วย ชื่นใจ {Italian Soda Peach 135บาท} อิตาเลี่ยนโซดารสพีช ซ่าๆ เพื่อความสดชื่น{Sweet Melon 185บาท} น่าจะเป็นการคั่นน้ำแตงโมออกมา แล้วปรุงรสเพิ่มอีกนิดหน่อย มีความหวานซ่อนเปรี้ยวอยู่นิดๆ ปากขวดเป็นเกลือเคลือบอยู่ ดื่มน้ำหมดแล้วก็หยิบชิ้นแตงโมมาทานเล่นต่อได้อีก เมนูนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆทั้งวิธีการเสิร์ฟและรสชาติรวมถึงเนื้อสัมผัส โดนใจครับ บอกเลย ใครสนใจอยากหาร้านอาหารใต้ บรรยากาศดี วิวสวยๆ ลองหาโอกาสมื้อพิเศษ แวะไปทานที่ร้าน Love Eat Bistro ที่สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่กันดูครับ นอกจากที่สาขานี้แล้ว ทราบมาว่ามีอีกสาขานึง อยู่แถวๆBTSสนามเป้า ด้วย อยู่ในซอยพหลโยธิน3 ชั้น1ของโรงแรม Vic3Bangkok Hotel (มาทราบตอนหลังว่า สาขาที่พหลโยธินเปิดมาก่อนเป็นสาขาแรก ก่อนจะมาเปิดสาขา 2 ที่ห้างเอ็มบาสซี่)ถ้าอยากได้แบบบรรยากาศสวยคลาสสิค โรแมนติกหน่อย แนะนำที่นี้เลย พาแฟนไปเดทกัน ก็จะได้ความสวีทแน่นอน , หรือจะทานข้าวกับคนในครอบครัว ก็แฮปปี้แน่นอน  continue reading
(The above review is the personal opinion of an user which does not represent OpenRice's point of view.)
ร้าน Love Eat Bistro เป็นร้านอาหารปักษ์ใต้แท้ๆสูตรบ้านพังงา จากสำรับกับข้าวของคุณเพลิน บุญสูง ที่เป็นคุณแม่ของเจ้าของร้าน ดังนั้นแต่ละเมนูจะมีรสชาติจัดจ้านตามสไตล์อาหารใต้ และวัตถุดิบแต่ละอย่างก็คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อนำมาปรุงอาหารครับขอเริ่มที่เมนูสำคัญที่ขาดไม่ได้เมื่อมาทานอาหารปักษ์ใต้ครับ "แกงปูสูตรบ้านพังงา กับกะทิคั้นสดและเครื่องแกงสูตรลับ เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่" 495 บาทครับ แกงปูรสชาติเข้มข้นมาก เนื้อปูก็ให้มาก้อนใหญ่ๆ ตักน้ำแกงราดลงบนเส้นหมี่แล้วทานพร้อมๆกัน อร่อยจริงๆครับ ถ้าเผ็ดเกินไป ก็มีสับปะรดเสิร์ฟมาคู่กันให้ทานแก้เผ็ดครับและยังมีอีกหลายเมนูที่ห้ามพลาด "คั่วกลิ้งคอหมูกับผักแนม" ราคา 255 บาท หรือถ้าไม่ทานหมูก็สั่งเป็นคั่วกลิ้งไก่ได้นะครับ รสชาติจัดจ้านตามแบบคั่วกลิ้งใต้ขนานแท้ "แกงเขียวหวานเนื้อตุ๋น" 285บาท อร่อยมากครับ ประทับใจ เนื้อตุ๋นชิ้นใหญ่แต่นุ่มไม่มีกลิ่นคาว น้ำแกงก็หอมมากๆ ซึ่งนอกจากพริกแกงเขียวหวานตามปกติแล้วก็ยังมีเพิ่มเติมเครื่องเทศสูตรพิเศษลงไปด้วยครับ "ผัดสามเหม็น" ราคา 295 บาทครับ สามเหม็นที่ว่าคือ สะตอ ชะอม และกระเทียมโทนดองครับ ผัดให้เข้ากันกับวุ้นเส้น ช่วยเบรคความเผ็ดของอาหารจานอื่นๆได้ดีเลยครับเมนูของหวานก็อร่อยน่าประทับใจไม่แพ้อาหารคาวครับ "กล้วยเชื่อมไอศกรีมมะพร้าวเผา คาราเมลน้ำตาลโตนด" ราคา 185 บาทครับ ไอศกรีมมะพร้าวเผาสูตรพิเศษที่ทางร้านทำขึ้นเอง ราดด้วยคาราเมลที่ทำจากน้ำตาลโตนดสด เสิร์ฟพร้อมกับกล้วยเชื่อม "ลาวาใบเตย" ราคา 215 บาท เค้กลาวาเนื้อนุ่มๆ ทำจากน้ำใบเตยคั้นสด ด้านในเป็นครีมลาวาใบเตยหอมๆ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลาครับ continue reading
(The above review is the personal opinion of an user which does not represent OpenRice's point of view.)
ร้าน Love Eat Bistro ตั้งอยู่บนห้าง Central Embassy การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าลงสถานีเพลินจิตหรือชิดลมก็ได้ค่ะ ถ้าลงที่สถานีชิดลมก็เดินมาฝั่งเซ็นทรัลชิดลมแล้วเดินหาทางเชื่อมเพื่อเข้าสู่เซ็นทรัลเอมบาสซี่ ถ้าลงสถานีสถานีเพลินจิตก็เดินเข้าห้างเซ็นทรัลเอมบาสซี่ได้เลย ร้านตั้งอยู่ชั้น 5 ด้านหน้าของร้านจะเป็นร้าน Issaya หาไม่ยากค่ะ ด้านหน้าตกแต่งสวยมาก ตอนแรกนึกว่าร้านขายดอกไม้ ส่วนด้านในก็แต่งสวยด้วยโซฟา โต๊ะ ผนังเก๋ๆ ร้านน่านั่งมากค่ะ โรแมนติก ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว แนะนำว่าเหมาะที่จะมาเดทกับคนรัก มากับเพื่อน หรือจะมากับครอบครัวก็เหมาะสำหรับอาหารที่นี่จะเป็นอาหารใต้แท้ๆ อาหารที่มาเสิร์ฟจะเป็นกับข้าวซึ่งแนะนำให้สั่งข้าวมากินด้วยค่ะ อาหารใต้ที่นี่จะเป็นสูตรแบบจังหวัดพังงา อาจจะต่างกับอาหารใต้บางจังหวัดค่ะ• Sweet melon mocktail รสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่นมากๆ• ทอดมันเครื่องแกงชาวใต้ (225.-) เป็นทอดมันปั้นก้อนกลม ทอดมาร้อนๆ ด้านในเป็นเครื่องแกงใต้เข้มข้น รสเผ็ดทีเดียว แต่อร่อยจริงๆ นะ ส่วนตัวชอบเลยและแนะนำด้วยว่าควรลอง 😋• ปลาทอดยำมะม่วง เป็นปลาทอดมาคู่กับยำมะม่วงรสเปรี้ยวเผ็ด ปลาเนื้อด้านในนุ่มกินคู่ยำมะม่วง จานนี้ตามมาตรฐานเลย• แกงปูสูตรบ้านพังงากับกะทิคั้นสด เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่ (495.-) เมนูนี้ปลื้มปริ่มทั้งแกงกะทิและเนื้อปูที่มาแบบ "ปูเป็นปู" พูดถึงแกงกะทิคือเข้มข้นละมุนลิ้นกลมกล่อมและดีงาม ตัวแกงจะออกเผ็ดหน่อย กินคู่กับเนื้อปูและเส้นหมี่ หรือเอาแกงปูมากินกับข้าวสวยก็อร่อยค่ะ• ดอกขจรผัดไข่ เป็นเมนูที่ลดความเผ็ดของเมนูก่อนหน้านี้ได้ดีเลย จานนี้ผัดมาไม่มันมาก คล้ายๆกับกินใบเหลียงผัดไข่ค่ะ• หมูต๊าวอิ๊ว (285.-) เมนูนี้ไม่ค่อยถูกกับเราเท่าไหร่เพราะมันมันมากกกกกจริงๆ เป็นหมูสามชั้นด้วยล่ะ มันมาก ใครชอบเมนูแนวนี้ไม่ผิดหวังค่ะ 😊• กล้วยเชื่อมไอศกรีมกะทิมะพร้าวเผาคาราเมลน้ำตาลตะโหนด (185.-) เมนูนี้เป็นไอศกรีมกะทิแบบเข้มข้นแบบสุดๆ หวานพอประมาณราดด้วยน้ำตาลตะโหนดใส่ลงในมะพร้าวเผา เนื้อไอศกรีมแต่ข้นมากจนรู้สึกสากลิ้นนิดๆ เนื้อมะพร้าวในมะพร้าวเผาแงะออกมากินต่อได้ กล้วยเชื่อมอร่อยเข้ากับไอศกรีมดีค่ะ ถ้าลดความเข้มข้นของไอศกรีมกะทิลงหน่อย อร่อยกว่านี้อีกร้านนี้เป็นอีกร้านอาหารใต้อร่อยๆ ด้วยรสชาติและบรรยากาศ ราคาอาจสูงนิดนึงแต่ก็คุ้มค่ากับคุณภาพอาหาร รสชาติ และบรรยากาศค่ะ continue reading
(The above review is the personal opinion of an user which does not represent OpenRice's point of view.)