เปิดตำนานเนื้อขั้นเทพ...วากิว!
2011-02-22
เนื้อย่าง อาหารโปรดของหลายคน

สำหรับนักชิมผู้รักรสชาติความหอมหวานของเนื้อวัวคงปฏิเสธไม่ได้ว่า การได้ชิมอาหารที่ทำจากเนื้อวัวคุณภาพเยี่ยมถือเป็นสวรรค์สำหรับคนรักเนื้ออย่างแท้จริง ยิ่งหากเป็นราชาแห่งเนื้ออย่าง “วากิว” ด้วยแล้วละก็ หลายคนยอมเทกระเป๋ากันอย่างไม่เสียดาย ให้ได้ลองลิ้มชิมความอร่อยดูสักครั้ง สร้างความงุนงงสงสัยให้กับอีกหลายคนว่า เพราะเหตุใดพวกเขาเหล่านั้นจึงได้ยอมทุ่มเงินหลายพัน หลายหมื่น เพื่อให้ได้รับประทานเนื้อชนิดนี้ วันนี้ OpenRice ขอมาไขข้อข้องใจให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ
“วากิว” คืออะไร
วากิว เป็นคำภาษาญี่ปุ่นมาจากการนำเอา 2 คำมารวมกันคือ วะ (和) ที่แปลว่าประเทศญี่ปุ่น และ กิว (牛) ซึ่งแปลว่าเนื้อวัว ดังนั้นหากจะให้แปลตรงตัวแล้ว วากิว ก็คือเนื้อวัวที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง เนื้อวากิวในปัจจุบันมีด้วยกัน 5 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ 1. Japanese Black 2. Japanese Brown 3. Japanese Polled 4. Japanese Shorthorn และ Kumamoto Reds

วากิว vs. มัตซึซากะ vs. โกเบ
ตอนนี้หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยขึ้นมาอีกว่า แล้วเนื้อวากิว เนื้อมัตซึซากะ และเนื้อโกเบต่างกันตรงไหน เป็นเนื้อระดับพรีเมี่ยมเหมือนกันอันไหนอร่อยที่สุด ตอบได้ง่ายๆ ว่า มัตซึซากะและโกเบคือเนื้อวากิวประเภทหนึ่ง เนื้อทั้งสองชนิดเป็นเนื้อวากิวในสายพันธุ์ Japanese Black ซึ่งชาวญี่ปุ่นยกย่องให้เป็นสุดยอดแห่งสายพันธุ์อันดับหนึ่ง โดยลักษณะรูปร่างของโคสายพันธุ์นี้มีขนาดเล็ก เส้นขนดำหยักเป็นลอน ส่วนกลางลำตัวกางออก ซี่โครงแข็งแรง ขาหลังและลำคอบาง วัวสายพันธุ์นี้เลี้ยงกันมากกว่า 90% ของประชากรวัวทั้งหมดในญี่ปุ่น และเฉพาะสายพันธุ์ Japanese Black นี้เท่านั้นที่จะให้เนื้อซึ่งมีไขมันแทรกในปริมาณสูงสุด
เนื้อมัตสึซากะกับเนื้อโกเบจึงมีรสชาติที่ใกล้เคียงกัน ผู้เชี่ยวชาญบอกว่านุ่ม ชุ่มฉ่ำ แทบไม่ต้องเคี้ยว แต่ที่มีชื่อต่างกันก็เพราะเลี้ยงอยู่ในต่างเมืองกัน เนื้อโกเบมาจากเมืองโกเบ บนเกาะฮอนชู เขตเคนไซ ใกล้โอซากา ขณะที่เนื้อมัตสึซากะมาจากเมืองมัตสึซากะอยู่ทางตะวันออกของเมืองโกเบนั่นเอง
และด้วยพื้นที่การทำฟาร์มในประเทศญี่ปุ่นที่มีจำกัดไม่เพียงพอต่อความต้องการในการบริโภคของผู้คนทั่วโลก จึงได้มีการนำวัวสายพันธ์วากิวไปเลี้ยงในประเทศอื่นๆ ที่มีสภาพอากาศเหมาะสม จนกลายเป็นแหล่งส่งออกขนาดใหญ่และมีการจัดตั้งสมาคมผู้เลี้ยงโควากิว ทั้งในนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา

เนื้อเทพทั้ง 3 ประเภท

ความเทพของวากิว
รู้ที่มาของวากิวกันแล้ว ตอนนี้ก็มาศึกษาความพิเศษของเนื้อวากิวกันบ้าง วากิวเป็นวัวที่ต้องเลี้ยงแบบพิเศษ ในบรรยากาศที่เงียบสงบ ภายในโรงเรือนที่อากาศเย็นและถ่ายเทสะดวก วัวต้องไม่ออกกำลังกายมาก ผู้เลี้ยงต้องให้อาหารที่มีเส้นใยมากๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด หญ้าแห้ง และกากถั่วเหลือง ฯลฯ เพื่อบำรุงวัวให้ได้มากที่สุด วัวจะได้อ้วนๆ ที่สำคัญต้องให้ดื่มเบียร์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อช่วยในระบบย่อยอาหารและให้วัวผ่อนคลายด้วย วัววากิวจะเชือดเมื่ออายุได้ 3 ปีถึง 3 ปีครึ่ง ต่างจากวัวเนื้อทั่วไปที่จะเชือดกันเมื่อวัวอายุได้ 2 ปี ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพื่อให้ได้เนื้อวัวที่มีไขมันแทรกอยู่สูงที่สุด เพื่อรสชาติเนื้อที่นุ่มที่สุด
ด้วยไขมันที่แทรกซึมอยู่ทั่วชิ้นเนื้อดุจโรยด้วยหิมะ บางคนจึงเรียกเนื้อชนิดนี้ว่า “White Beef” เนื้อวากิวมีรสชาติที่นุ่มชุ่มฉ่ำกว่าเนื้อชนิดอื่นๆ อย่างมาก เนื่องจากไขมันที่แทรกในชิ้นเนื้อวากิวนั้นโดยปกติแล้วจะมีระดับคะแนน Marbling Score สูงถึงระดับ 6-12 ทีเดียว แต่แม้จะมีไขมันแทรกอยู่มากแต่ก็ไม่ทำให้คนรักเนื้อรู้สึกเลี่ยนแต่อย่างใด เนื่องจากไขมันที่แทรกอยู่นั้นเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลในร่างกาย อีกทั้งยังอุดมไปด้วยโอเมกา-3 และโอเมกา-6 ที่ช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตัน และโรคหัวใจอีกด้วย เรียกได้ว่าทั้งอร่อย ทั้งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
พูดมาถึงตรงนี้อาจมีหลายคนที่อยากจะลองชิมความอร่อยแบบขึ้นสวรรค์ของเนื้อวากิวกันดูบ้าง วันนี้เราจึงขอยกตัวอย่างร้านอาหารในกรุงเทพที่มีเนื้อวากิวอร่อยๆ ให้ได้ลิ้มลองกันค่ะ

Gyu Gyu Tei

Gyu Gyu Tei
ร้านอาหารแบบปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ที่ชื่อร้านแปลเป็นไทยว่า "บ้านเนื้อวัว" แห่งนี้ จะให้คุณได้ลิ้มรสชาติของเนื้อวากิวคุณภาพดุจรับประทานอยู่ที่ญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว เพราะคุณรักษ์ เกรียงไกร เจ้าของร้าน คร่ำหวอดอยู่ในวงการเนื้อย่างในประเทศญี่ปุ่นมานาน โดยทำงานอยู่ที่ร้านเนื้อย่างชื่อดัง “โจโจเอ็น” กลางกรุงโตเกียว และเปิดร้านเป็นของตัวชื่อว่า “กิวกิวเต้” อยู่ย่านชิบะเป็นเวลากว่า 8 ปี ก่อนที่จะมาเปิดร้านในเมืองไทย
ความโดดเด่นของร้านนี้จึงอยู่ที่คุณภาพเนื้อวากิวระดับพรีเมี่ยม ทั้งมัตซึซากะและโกเบ ปัจจุบัน กิวกิวเต้เปิดให้บริการ 3 สาขา ได้แก่ สาขารัชดาภิเษก 18 สาขา Happy Condo รัชดา 18 และสาขาพระราม 3 ใกล้ที่ไหนก็ไปที่นั่นกันได้เลยค่ะ แต่ขอเตือนนิดว่าคุณภาพระดับพรีเมี่ยมราคาก็ต้องสูงตามกันไป ถ้าอยากกินเนื้อเทพก็ต้องกระเป๋าหนักกันหน่อยนะคะ
เบอร์โทรศัพท์ : 083 929 4646 (สาขารัชดาภิเษก 18) 02 160 4610 (สาขา Happy Condo รัชดา 18) และ 02 293 0182-3 (สาขาพระราม 3)
เมนูแนะนำ : มัตซึซากะ, เนื้อโกเบ, ซูเปอร์วากิว

Sumi Grand Yakiniku

Sumi Grand Yakiniku
เอาใจคนชอบความคุ้มค่าด้วยร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างแบบญี่ปุ่นที่กล้าเอาเนื้อวากิวมาอยู่ในชุดบุฟเฟ่ต์อย่าง Sumi Grand Yakiniku ที่นี่เขาคัดเลือกเนื้อซูเปอร์วากิวที่ได้รับคะแนน Marbling Score ระดับ 9 มาเสิร์ฟ ในราคาบุฟเฟ่ต์ 899 บาทถ้วน แถมยังให้เวลารับประทานอย่างจุใจถึง 2 ชั่วโมงถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ซึ่งนอกจากเนื้อวากิวจากแหล่งนำเข้าระดับคุณภาพจากออสเตรเลียแล้ว ในบุฟเฟ่ต์ยังมีเนื้อคุณภาพอื่นๆ ให้เลือกรับประทานกันด้วย ทั้งเนื้อสันนอก US Prime ซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ รวมทั้งหมูดำหรือคุโรบุตะ และหากโชคดีอาจได้พบกับพี่ปุ๊ อัญชลี และคุณโบ ไทรอั้มคิงดอม ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของร้านด้วยก็ได้
เบอร์โทรศัพท์ : 02 663 3114
เมนูแนะนำ : Super Wagyu MS9

คีย์เวิร์ด
เนื้อวากิว
เนื้อมัตซึซากะ
เนื้อโกเบ
เนื้อวัว
OpenRice TH Editor
บทความที่เกี่ยวข้อง
สเต๊กเนื้อวากิวส่วนซี่โครง เมนูพิเศษเดือนมีนาคมห้องอาหาร Prime+
2017-03-10