12
0
0
1-min walk from Exit 2, Surasak BTS Station 繼續閱讀
電話號碼
02-673-9353
02-673-9354
02-673-9355
特色
商務用餐
會議及研討會
包場派對
慶祝紀念日
營業時間
今日營業
11:30 - 14:30
18:30 - 22:30
星期一至日
11:30 - 14:30
18:30 - 22:30
付款方式
Visa Master AMEX Cash
座位數目
80
其他資料
米芝蓮餐廳
泊車
服務費
酒精飲料
到會服務
包廂
開瓶費
私人派對區
電話訂位
座位數目 (空調)
前往餐廳網站
http://www.blueelephant.com
招牌菜
แกงเขียวหวานไก่ดำ แกงหมูชะมวง แกะกะเพรา ตับห่านซอสมะขาม ปลาเผากระบอกไม้ไผ่
食評 (12)
วันนี้มาทานอาหารมื้อหรู ที่ร้าน  Blue Elephant ค่ะ ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงที่  London แต่ตอนที่เราเรียนอยู่ที่  London  เราก็ไม่ได้กินหรอก เพราะมันแพง มาได้ลองทานที่เมืองไทยค่ะ เป็นร้านที่มีชื่อเสียง เหมาะกับการพาแขกต่างชาติมา มีทัวร์มาลงมากมาย แต่ค่อนข้างจะหาที่จอดรถยากนิดนึงนะคะ อาหารหน้าตาสวยงามตามท้องเรื่องค่ะจานนี้เป็นข้าวผัดปูค่ะ รสชาติอร่อยใช้ได้เลยผัดไทย จานเด็กของชาวต่างชาติค่ะ รสชาติเอาใจฝรั่งชัดเจน กุ้งตัวโตดีค่ะข้าวเปล่าเสริฟฟรีนะคะ ใครอยากจะสั่งแต่กับข้าวก็ได้เลยต่มยำกุ้งค่ะ รสชาติเอาใจต่างชาติชัดเจนเช่นกัน อ่อนไปนิดนึงสำหรับคนไทยค่ะเมนูสวยงาม มีทั้งแบบเป็น set   และแบบแยกสั่งค่ะร้านตกแต่งอย่างสวยงามหน้าร้าน เป็นอาคารแบบไทย ๆ ค่ะ ร้านมี  2 ชั้นนะคะ 繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)
ครบรอบปีก็มาถึงกิจกรรมที่ทางบลู เอเลเฟ่นท์ ร่วมกับมูลนิธิศูนย์สิริกิติ์เพื่อโรคมะเร็งเต้านมจัดขึ้นเพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมตลอดเดือนตุลาคม 59 นี้และสำหรับเมนูพิเศษในปีนี้บอกเลยว่าอร่อยกว่าปีที่แล้วยิ่งขึ้นไปอีกโดยเน้นรสชาติความเป็นไทยนำวัตถุดิบอันทรงคุณค่าต่างๆไม่ว่าจะเป็น เปราะหอม แก่นตะวัน เมล็ดคินัว และ มะม่วงหาวมะนาวโห่มาปรุงโดยเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ไม่อยากให้พลาดความอร่อยได้สุขภาพและบุญแบบนี้กันครับ.รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.reviewnowz.com/blue-elephant-pink-ribbon-menu-2016/รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.reviewnowz.com/blue-elephant-pink-ribbon-menu-2016/ 繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)
Blue elephant ร้านอาหารไทยสัญชาติยุโรป เพราะว่าร้านนี้มีต้นกำเนิดมาจากต่างประเทศโดยตรงครับ เมื่อเชฟเข้าของร้านนั้นได้ไปพบรักกับคนเบลเยี่ยมเมื่อครั้งที่ไปเรียนแล้วก็ได้ทำงานที่ร้านอาหารไทยที่นั่น เค้าบอกว่านี่มันเป็น fairly tale น่ารักๆเรื่องนึงเลยทีเดียว เพราะทั้งสองคนนั้นไม่ได้ใส่แค่ฝีมือในการทำอาหารไทยเพียงอย่างเดียวครับ แต่ได้ใส่ความเอาใจใส่ลงไปในอาหารด้วย ทำให้ชาวต่างชาติที่ได้ลิ้มลองอาหารไทยของทางร้านต่างก็ติดใจแล้วก็นำไปพูดบอกต่อกันจนทางร้านนั้นได้รับความนิยมอย่างมากจนถึงขั้นเป็นหนึ่งในร้าน Europe’s leading Asian Restaurant เลยครับ หลังจากนั้นทางร้านก็ได้ขยับขยายไปเปิดสาขาเพิ่มเติมทั้งในลอนดอน โคเปนเฮเกน แล้วก็ปารีสในอีกไม่กี่ปีถัดมาด้วยครับถัดมาในปี 2002 ทางร้านก็ได้ขยับขยายสาขาเข้ามาในเมืองไทยด้วยการเปิดสาขาแรกในย่านสาทร ทางร้านเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีของทั้งชาวไทยและต่างชาติครับ โดยเฉพาะฝรั่งนั้นถึงกับบอกว่ามาเที่ยวเมืองไทยแล้วต้องมาทานที่ร้านนี้ให้ได้ ผมเองมีโอกาสได้ลองทานอาหารร้านนี้ดูต้องบอกเลยครับว่าประทับใจในทุกๆส่วนของทางร้านเลยไม่ว่าจะเป็นอาหาร รูปลักษณ์ บรรยากาศ แล้วก็การบริการ ทุกอย่างนั้นดีหมดจนไม่มีอะไรให้ติ ถือว่าเป็นการทานอาหารแบบ casual ที่ดีที่สุดร้านนึงที่ผมเคยไปทานมาเลยครับ ราคาของอาหารร้านนี้แน่นอนว่าต้องแรงตามคุณภาพอาหารไปด้วย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับวันนี้ครับร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนสาทรใต้ติดกับรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์เลยครับ ถ้ามาด้วยรถไฟฟ้านี่มองลงมาฝั่งเดียวกันกับโรงแรม Eastin ก็จะเห็นร้านบ้านทรงไทยชัดเจนสวยงาม ถ้าใครไม่กลัวรถติดในย่านสาทรอยากฝ่าขับรถมาก็สามารถขับมาจอดรถในร้านได้เลยเช่นกันครับ ทางร้านมีที่จอดรถบริการด้วยครับ[บรรยากาศ/การบริการ]ร้านนี้นั้นนำบ้านทรงไทยมาดัดแปลงให้เป็นร้านอาหารที่สวยงามมากโดยเฉพาะในยามค่ำคืน แสงไฟจากทางร้านนั้นสาดส่องทำให้ตัวร้านยิ่งดูสวยงามเป็นสง่าสมกับความเป็นร้านอาหารไทยแบบพรีเมี่ยมมากๆจริงๆครับ บรรยากาศด้านในร้านนั้นตกแต่งแบบไทยโบราณสวยงามตั้งแต่ก้าวเข้ามาในร้าน ระหว่างทานนั้นก็มีเพลงไทยเดิมเปิดคลอเบาๆไปด้วย นับว่าเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกมากครับสำหรับร้านนี้ ด้านในร้านมีที่นั่งไม่เยอะมากเท่าไรครับ แนะนำว่าถ้าจะมาทานที่ร้านนี้ให้โทรมาจองโต๊ะก่อนเลยนะครับ เพราะว่าลูกค้าของทางร้านนั้นแน่นทุกวันโดยเฉพาะช่วงค่ำครับการบริการของพนักงานนั้นต้องบอกว่ายอดเยี่ยมไม่มีที่ติครับ แต่งกายสุภาพ บริการสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใสมากๆ ลูกค้าที่มาทานร้านนี้ทุกคนต้องแต่งตัวสุภาพเรียบร้อย (แบบ casual เท่านั้น) กางเกงขาสั้นนั้นใส่ไม่ได้นะครับ ลูกค้าส่วนใหญ่นั้นเป็นฝรั่งหรือไม่ก็ชาวต่างชาติ ลูกค้าคนไทยนี่แทบจะนับหัวได้เลยครับ พนักงานบริการได้รวดเร็ว อาหารทุกอย่างนั้นมาเสิร์ฟรวดเร็วเช่นกัน ผมชอบที่พนักงานมาคอยถามตลอดว่าอาหารเป็นอย่างไรบ้าง เผ็ดไปหรือไม่ ทั้งๆที่การอธิบายว่าอาหารนั้นเผ็ดแค่ไหนนั้นมีเขียนอยู่ในเมนูอยู่แล้ว ถือว่ามาตรฐานเดียวกันกับร้านอาหารไทยในเมืองนอกเลยทีเดียวครับ[รสชาติอาหาร/ความคุ้มค่า]อาหารของทางร้านเป็นอาหารไทยโบราณที่มีการนำวัตถุดิบชั้นดีหลายๆอย่างมาผสมผสานกันออกมาอย่างลงตัวครับ อาหารของทางร้านนั้นถูกคิดค้นและปรุงขึ้นมาด้วยเชฟผู้มากประสบการณ์ ทำให้ทุกอย่างนั้นออกมาค่อนข้างลงตัวไปหมดซะทุกอย่าง อาหารไทยทางร้านนั้นมีให้เลือกหลากหลายเมนูมากไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด มาครบ อาหารแต่ละอย่างในเมนูนั้นมีบอกระดับของความเผ็ดไว้ชัดเจนครับ ใครทานเผ็ดได้มากได้น้อยก็เลือกได้ตามใจชอบครับรสชาติอาหารของทางร้านอย่างนึงที่ผมชอบเลยก็คือรสชาติของแต่ละเมนูนั้นมันอร่อยได้เองโดยไม่ต้องบอกเลยครับว่าขอรสชาติคนไทย หลายๆร้านที่เปิดมาเพื่อต่างชาตินั้นอาจจะต้องมีการย้ำแล้วย้ำอีกกับพนักงานว่าขอรสชาติคนไทย ไม่ฉะนั้นก็อาจจะได้อาหารที่รสชาติอ่อน แต่สำหรับร้านนี้แล้วไม่ต้องบอกอะไรเลย เพราะทุกเมนูที่ทางร้านนั้นทำออกมารสจัดจ้านถูกปากทั้งคนไทยและต่างชาติได้ในคราวเดียวกันเลยครับComplimentary set- ทางร้านเปิดเมนูมาด้วย complimentary set ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละวันให้กับลูกค้าทุกคนเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยกันก่อน วันที่ผมไปทานนั้นทางร้านเสิร์ฟสลัดถั่วพูมาพร้อมกับไก่ยอเสียบไม้มาให้ทานคำเล็กๆจุ๋มจิ๋มน่ารัก สลัดถั่วพูนั้นอร่อยดีครับสดอร่อย ส่วนไก่ยอนั้นก็คำเล็กๆแต่อร่อยเพราะได้น้ำจิ้มที่ออกรสเปรี้ยวนิดๆเผ็ดหน่อยๆมาช่วยเพิ่มด้วย ทานเสร็จน้ำย่อยเริ่มทำงานสำหรับเมนูถัดไปทันทีครับแพนงไก่ (580 บาท)- พะแนงไก่ของทางร้านนั้นเสิร์ฟมาหน้าตาน่าทานมากครับ จานใหญ่สีส้มสวยงาม เมนูนี้ถ้าไปทานในร้านอาหารไทยในเมืองนอกต้องบอกเลยว่าเป็นเมนูยอดนิยมของฝรั่งเลยครับ ในเมืองไทยนี่ก็เช่นกัน ทางร้านทำออกมาได้อร่อยมาก เนื้อไก่นุ่มอร่อย ซอสพะแนงนั้นเข้มข้นถูกใจราดมาด้วยกะทิด้านบนชุ่มๆ ทานกับข้าวร้อนๆนี่ฟินสุดๆครับ (5/5)ยำเป็ดส้มซ่า (520 บาท)- เมนูนี้เป็นเนื้อเป็ดส่วนอกนำมายำด้วยน้ำยำและน้ำส้มสดๆ ด้วยความที่นำยำไทยซึ่งมีรสเปรี้ยวมาผสมผสานกับน้ำส้มที่ออกรสหวานรสชาติของยำส้มซ่านี้มันเลยออกมาไม่ค่อยสุดสักทางสักเท่าไร ตัวเป็ดของทางร้านถือว่าผ่านครับ ทางร้านใช้ส่วนอกที่นุ่มอร่อยมาก ใส่ลิ้นจี่มาคลุกเคล้าอยู่ในตัวยำด้วย เมนูนี้ชอบน้อยที่สุดวันนี้ แต่ก็ยังถือว่าอร่อยอยู่ดีครับ ชอบเป็ด ฮ่าๆ (3/5)กระดูกหมูย่างน้ำผึ้ง (480 บาท)- เมนูนี้เป็นซี่โครงหมูย่างมาด้วยน้ำผึ้งเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มแจ่ว ซีโครงหมูของทางร้านนุ่มและอร่อยมากๆ ตัดเบาๆก็ขาด น้ำราดซี่โครงหมูก็อร่อยถูกใจครับ ทานเปล่าๆหรือจะจิ้มแจ่วทานก็อร่อยไม่แพ้กันครับ (5/5)กุ้งน้ำมะขาม (780 บาท)- เมนูนี้เป็นกุ้งทอดราดด้วยซอสมะขาม ความประทับใจแรกของเมนูนี้เลยก็คือกุ้งตัวใหญ่มากกกกกกกกกกกกก ใหญ่จนประทับใจในความแน่นของตัวกุ้ง ตัวซอสมะขามนั้นก็หวานและเข้มข้นมาก เป็นเมนูที่ชอบที่สุดในวันนี้เลยครับ (5/5)น้ำอัญชัน (180 บาท)- น้ำอัญชันของทางร้านหอมอร่อยมากครับ สีสวยงาม หวานโดน ราคาก็แรงมากเช่นกัน (4/5)ข้าวสองสี (100 บาท)- เมนูข้าวของทางร้านนั้นเป็นข้าวเปล่าแบบบุฟเฟต์ครับ มีทั้งข้าวกล้องและข้าวขาว พนักงานจะคอยเดินมาเสิร์ฟตักให้จากหม้อนึ่งแบบร้อนๆเลย สามารถเติมได้ไม่อั้นจนกว่าจะอิ่มเลยครับร้านนี้เหมาะอย่างมากกับการมาคุยธุรกิจหรือไม่ก็มานั่งสวีทหวานกับคนรู้ใจเพราะบรรยากาศนั้นทั้งดีและโรแมนติกมากจริงๆครับ อาหารทุกเมนูนั้นก็ถือว่าอยู่ในเกณท์อร่อยมาก ถูกใจได้ทั้งคนไทยแล้วก็ชาวต่างชาติเลยครับ ราคาอาหารของทางร้านนั้นก็ถือว่าสูงตามคุณภาพของอาหารแต่รับรองว่าในเรื่องของรสชาติและบรรยากาศอันยอดเยี่ยมของทางร้านนั้นจะทำให้ทุกคนประทับใจในการมาทานแน่นอนครับ  繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)
ธีมอาหารต้านมะเร็งมาลองกันค่ะZAKOUSKIตับห่านกับสลัดผักเกษตรอินทรีย์      FOIE GRAS WITH SALADตับห่านหวานนุ่มราดซอสมะขามอร่อยแบบไทย ทานกับสลัดผักน้ำมะนาว สดชื่นค่ะจานนี้STARTERไส้กรอกไก่ปลาแนมกับใบทองหลางเกษตรอินทรีย์  SOUTHERN SEA BASS SALADอันนี้มาเป็นชุดค่ะ ซ้ายเป็นปลาแนมทำจากเนื้อปลากะพงสับกับใบทองหลาง ทานกับใบชะพลูและเครื่องเคียง เหมือนเมี่ยงแบบไทย และขวาเป็นไส้อั่วไก่ เซ็ตนี้แซ่บเว่อร์ เล่อค่าอย่างไทยค่ะเซ็ตนี้เป็น คั่วกลิ้งเนื้อปูทะเลห่อด้วยแป้งอาโป๊งเกษตรอินทรีย์  CRAB MEAT CREPE เสิร์ฟกับ ไข่ตุ๋นเกษตรอินทรีย์ ปลาแซลมอน EGG CUSTARD WITH SALMON คั่วกลิ้งเนื้อปูอร่อย เผ็ดร้อนแบบคั่วกลิ้งไทยอร่อยจริงๆ   ทานกับไข่ตุ๋นเนื้อปลาแซลมอนร้อนๆ เข้ากั๊นเข้ากันค่ะ  SOUPแกงเลียงฟักทอง  SPICY THAI SOUP WITH PUMPKIN & CARROTเป็นแกงเลียงฟักทองที่บดมาให้เป็นซุปทานง่าย มีกลิ่นหอมของเห็ดทรัฟเฟิ่ล ทานกับข้าวพองจานนี้ถือเป็น Fusion ที่สุดยอดมากเลยค่ะ เชอร์เบ็ตมะม่วงหาวมะนาวโห่  RED KARONDA FRUITS SORBETรสชาติเข้มข้นมาก เปรี้ยวจี๊ดแบบสดชื่นใจจริงๆ ชอบมากค่ะ หอมอร่อยด้วย 繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)
Blue Elephant เป็นร้านอาหารไทยที่มีต้นกำเนิดโดยคนไทย แต่เปิดสาขาแรกในต่างประเทศนั่นก็คือประเทศเบลเยี่ยมเมื่อปี พ.ศ.2523 จนถึงวันนี้ร้านนี้เป็นร้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกและเปิดสาขาแล้วถึง 11 สาขา โดยในประเทศไทยมีสองสาขานั่นคือในกรุงเทพมหานครและจังหวัดภูเก็ตค่ะสำหรับสาขาในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ ติดกับโรงแรม Eastin grand สาธร ซึ่งกรณีที่เดินทางมาโดยรถไฟฟ้านั้นจะมองเห็นร้านได้จากบนสถานีเลยค่ะ ลักษณะของตัวร้านเป็นอาคารทรงโบราณมองดูสวยสง่าและคลาสสิคมาก ทั้งนี้เราและเพื่อนสาวได้ซื้อดีลจาก Ensogo ไว้และได้โทรศัพท์มาจองโต๊ะไว้ล่วงหน้าแล้วค่ะ ทั้งนี้ร้านเปิดทุกวันวันละสองช่วงเวลานั่นคือ 11.30 – 14.30 น. และ 18.30 – 22.30 น.ณ วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้านก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและกระตือรือร้นจากพนักงานค่ะ เราได้โต๊ะสำหรับสองคนในมุมหนึ่งของห้องอาหารซึ่งมีลักษณะคลาสสิคแบบไทยๆ ผนังตกแต่งด้วยไม้ทำให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายแต่ก็แฝงไปด้วยความเรียบหรูดูดี พนักงานแต่งชุดผ้าไหมทรงทันสมัยดูแล้วเพลินตาดีค่ะพนักงานนำเมนูเครื่องดื่มมาให้สั่ง จากนั้นจึงเสิร์ฟ complimentary จากทางร้านนั่นคือน้ำผลไม้รวมที่มีรสเปรี้ยวอมหวานค่ะ กินแล้วรู้สึกชุ่มคอและแอบหิวเล็กๆ เลยทีเดียว พร้อมกันนี้ก็มีผ้าเย็นสำหรับเช็ดมือมาให้ด้วย จากนั้นจึงนำเมนูของคาวมาให้ค่ะ และหลังจากทำการเลือกอาหารอยู่สักพักแล้วตกลงกันไม่ได้ จึงต้องรบกวนคุณพนักงานช่วยมาให้คำแนะนำ สรุปคือสั่งทอดมันกุ้งยำส้มโอ กุ้งลายเสือราดน้ำมะขาม และยำเป็ดซอสส้มซ่าไปค่ะ ส่วนขนมหวานหลังมื้ออาหารสั่งเป็น Durian Cheese Cake + ทอดมันกุ้ง ยำส้มโอ (420 บาท)ทอดมันกุ้งเนื้อแน่นหนึบแบบกุ้งแท้ๆ รสชาติกลมกล่อมเสิร์ฟมาสองชิ้นกับยำส้มโอรสชาติเข้มข้น ส้มโอหวานเข้ากันกับมะพร้าวและน้ำยำที่เข้มข้นถึงใจ กินแล้วสบตากันสองนางแล้วกรีดร้องว่าอร่อยค่ะ+ กุ้งลายเสือราดน้ำมะขาม (780 บาท)โอ้ว จอร์จ เมนูนี้มันดีมาก กุ้งตัวใหญ่เนื้อแน่นปั๋งเสิร์ฟมาสี่ตัว ราดด้วยซอสมะขามรสชาติจัดจ้านติดไปทางหวาน รองมาด้วยคะน้าหั่นฝอยทอดกรอบ มันดีงามตามระเบียบไทย อร่อยจริงอร่อยจัง ถ้าไม่ติดว่าราคาสูงขนาดนี้คงได้กินสองจานแน่ๆ+ ยำเป็ดซอสส้มซ่า (520 บาท)เมนูนี้รอค่อนข้างนานทีเดียว เป็ดถูกแล่มาเป็นชิ้นราดด้วยน้ำยำรสชาติจัดจ้านถึงรสทั้งห้าทีเดียวเชียวคลุกมากับลิ้นจี่หวานๆ และเคียงมาด้วยผักสด เมนูนี้ดูเหมือนจะเผ็ดแต่จริงๆ แล้วมีความเผ็ดแค่น้อยนิดค่ะ เนื้อเป็ดนุ่มและไม่สาบ กินคู่กับลิ้นจี่อร่อยแปลกลิ้น แนะนำเลยค่ะ จานนี้เสิร์ฟมาได้ใหญ่โตมากเลยด้วย+ เกี๊ยวไก่ทอด และยำเห็ดรวมจานนี้เป็น complimentary จากเชฟค่ะ เกี๊ยวทอดมากรอบๆ กับไส้ไก่สับนุ่มๆ อร่อยดี ส่วนยำเห็ดรวมรสจัดจ้านมากและแอบเผ็ดหน่อยๆ ด้วยค่ะ จานนี้เสิร์ฟมาเป็นออเดิร์ฟ+ น้ำพริกมะเขือเป็น complimentary จากเชฟอีกเช่นกันค่ะ เราไม่ค่อยสันทัดการกินน้ำพริกเท่าไหร่ รู้แต่ว่ามันมะเขื๊อมะเขือค่ะ แหะๆ+ ข้าวสวยคนละ 60 บาทที่นี่เสิร์ฟข้าวคิดเป็นรายหัวค่ะ วิธีการเสิร์ฟเก๋ไก๋ด้วยการนำภาชนะสานใบโตบรรจุข้าวสองชนิดก็คือข้าวหอมมะลิกับข้าวกล้องหอมนิล เสิร์ฟเป็นข้าวสองสีให้ในจาน แต่จะเลือกกินเฉพาะข้าวอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้นะคะ แนะนำข้าวหอมนิลซึ่งหอมและอร่อยพร้อมได้ประโยชน์ด้วยค่ะ+ น้ำส้มคั้น (165 บาท)+ น้ำมะพร้าวปั่น (190 บาท)+ ชีสเค้กทุเรียน (240 บาท)เป็นชีสเค้กที่มีกลิ่นเหมือนทุเรียนกวนผสมข้าวเหนียวทุเรียน เนื้อชีสเค้กละมุนนุ่มลิ้นมากกกก เสิร์ฟเคียงมากับไอศกรีมวานิลลารสออกหวาน ปลื้มเลยค่ะ+ น้ำแร่ ขวดละ 50 บาทร้านคิด service charge 10% และ VAT 7% ค่ะ มื้อนี้หมดไป 2924 บาท แต่ได้ ensogo ช่วยไว้ เฉลี่ยแล้วหมดไปคนละ 900++ ค่ะ และก่อนเดินออกจากร้านพนักงานมีมอบช่อกล้วยไม้เป็นที่ระลึกคนละหนึ่งช่อด้วยนะคะ น่ารักเชียว  繼續閱讀
(以上食評乃用戶個人意見 , 並不代表OpenRice之觀點。)