3
0
0
เบอร์โทร.
097-058-6846
เหมาะสำหรับ
โอกาสพิเศษ
ชิลล์เอาท์
เวลาเปิด-ปิด
วันนี้
10:30 - 22:00
จันทร์
10:30 - 22:00
อังคาร
ปิด
พุธ - อาทิตย์
10:30 - 22:00
วิธีจ่ายเงิน
วีซ่า มาสเตอร์ เงินสด
ข้อมูลอื่นๆ
ที่จอดรถ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เว็บไซต์ร้านอาหาร
http://www.facebook.com/featherstonecafe
เมนูแนะนำ
Tagliatelle con Porcini Wild Gardenia
รีวิว (3)
ระดับ1 2019-07-10
40 วิว
這間cafe離BTS站有點遠,所以我跟朋友都是搭的士來的。一來到門口就好有魔法的感覺,可能是因為牆上的三角形曾經在harry potter戲中見過吧。咖啡店有兩種不同的風格,一種是英倫及魔法的感覺,而另一種是好有森林的感覺,整間cafe都是拍照打卡的好地方。食物同飲品方面都唔錯!Down earth salad(THB 250),菜很新鮮,橙肉、車厘茄、橄欖都好多,材料好足,沙律拌了沙律醋,非常開胃。egg bacon and cheese pizza(THB 290),pizza上有煙肉和蛋黃,批邊好脆口,好似食緊餅乾咁,非常惹味。Parmesan baked spinach(THB 200),不嬲都好中意食芝士焗菠菜,這裡的菠菜鮮甜,配上芝士烤得有點脆口,好味!Peach pie moonshine(THB 160),這款飲品是桃味的梳打,cafe把桃汁和梳打水分開給我們自己加入杯中,好似自己做實驗一樣,特別又好玩。wild gardenia(THB 160),這款有很多不同顏色的生果冰在杯中,梳打水同薰衣草味的"藥水"分開,都是自行加到杯中,飲品有很濃的薰衣草味,唔會太甜,味道不錯。這間cafe雖然有點遠,但真的很適合拍照打卡呢! อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)
สำหรับวันนี้ก็จะพาไปหม่ำร้านอาหารเก๋ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อ 14 พ.ย. 58 ที่ผ่านมา ซึ่งยังคงเป็นซอฟท์โอเพิ่นนิ่งอยู่นะคะ (จะแกรนด์เร็วๆ นี้ฮ่ะ) ก็คือร้าน featherSTONE Cafe Bristro&Lifestyle Shop นั่นเองค่า ซึ่งพิกัดของร้าน เข้าได้จากสองทางค่ะ เอกมัย 12 ก็ได้ หรืออย่างเรา เราเข้าทางปรีดี พนมยงค์ 31 ค่ะ ซึ่งถ้าเข้ามาจากทางปรีดีฯ ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ ขณะที่ถ้ามาจากเอกมัย ร้านจะอยู่ทางขวามือค่ะ (เลยร้านวานิลามาอีกนะคะ) ตามแผนที่นี้เลยนะฮับสำหรับร้านนี้ ถ้าท่านใดนำรถไป จะจอดรถหน้าร้านได้ราว 4 คันนะคะ เพราะฉะนั้น..ถ้าไปรถสาธารณะน่าจะสะดวกกว่าหละค่ะเก็บภาพบริเวณหน้าร้านมาฝากกันก่อนค่ะ แค่หน้าร้านก็สวยแล้วนะคะ ชอบจังก่อนอื่นเลยคงต้องบอกที่มาของชื่อ featherSTONE ก่อนเนาะ ซึ่งที่ร้านนี้เค้าสร้างมาในคอนเซปต์ see-found-tell นะคะ นั่นก็คือ ด้วยความที่เจ้าของร้านทั้งคู่เป็นคนที่ชอบการเดินทาง และชอบของเก่าด้วย พอได้ไปตามมิวเซียม คาเฟทีเรีย หรือหาซื้อของเก่าตามที่ต่างๆ ก็อยากจะถ่ายทอดไปยังคนอื่นด้วยน่ะค่ะ ก็เลยเป็นคอนเซปต์ที่ว่า เห็น - ค้นพบ - และบอกเล่า น่ะนะคะซึ่ง feather หรือขนนก ในความหมายของทางร้านคือ freely in life และนกยังถูกใช้ในการส่ง message ในสมัยโบราณ จึงได้แทนคำว่า tell ค่ะ ส่วน stone ทางร้านใช้แทนคำว่า found ด้วยคุณสมบัติที่ดูดซับ energy ต่างๆ ที่เจ้าของร้านได้พบเจอ ส่วนสัญลักษณ์ดวงตาเป็นตัวแทนบอกถึง see ค่ะโดยแต่ละส่วนก็จะมีการสร้างเป็นห้องต่างๆ ภายในบ้าน ซึ่งเดี๋ยวจะพาไปเที่ยวชมแต่ละส่วนอีกทีนะคะเปิดประตูร้านเข้าไปปุ๊บ ทางฝั่งขวามือเป็นส่วนของร้านอาหารค่ะ ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็นส่วนของร้านขายของนะคะ ตามภาพเลยฮับฝั่งร้านขายของ (lifestyle shop) ค่ะ ของกระจุ๊กกระจิ๊ก มีสไตล์ น่ารักมากมายค่ะในส่วนนี้ทางร้านทำในคอนเซปต์ห้องธรณีวิทยาและ oology (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย บอกว่าเป็นการศึกษาเกี่ยวกับไข่นกและรังค่ะ - ขอสารภาพว่าเพิ่งรู้ว่ามันมีวิทยาการเรื่องนี้ด้วยวุ้ยยยย)ระหว่างทางเดินเชื่อมระหว่างโซนขายของกับร้านอาหารที่อยู่หลังกระจกก็จะมีของขายอยู่ พร้อมกับโต๊ะนั่งบางส่วนค่ะพอเดินผ่านทางเดินเชื่อมจากร้านขายของมาห้องอาหารปั๊บ ก็จะเจอโซนห้องอาหารก่อนตามภาพนะคะแต่เราเลี้ยวซ้ายเข้าไปสำรวจห้องส่วนตัวก่อนค่ะ ห้องนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มนะคะ นั่งได้เต็มที่ที่ 14 คนค่ะ ตกแต่งสวยงาม น่ามาถ่ายพอร์เทรทม้าก มากหละค่ะซึ่งในส่วนของห้องส่วนตัวนี้เจ้าตัวทำในคอนเซปต์ห้อง natural collections ในเรือนกระจกนะคะซึ่งส่วนหนึ่งที่มีของเก่าๆ สไตล์เก่าๆ สะสมนี้เพราะเจ้าของร้านหลงใหลของเก่าอย่างที่ได้บอกไปในตอนต้นนะคะ ทั้งนี้ก็เพราะว่าเจ้าของรู้สึกว่าของเก่ามีเสน่ห์น่าสนใจและมันมีกลไกบางอย่างที่มันเป็น secret น่ะค่ะ อันนี้เราเห็นด้วยนะคะ คนสมัยก่อนช่างคิดจริงๆซึ่งด้านในสุดของห้องนี้ ก็จะเป็นห้องน้ำนะคะ อันนี้คนที่นั่งห้องนี้อาจจะรู้สึกไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะยังไงทุกคนก็ต้องเดินผ่านโต๊ะเราค่ะ แหะๆ แต่ขอบอกว่า ห้องน้ำที่นี่สวยแหละ ชอบมาก โดยเฉพาะกลอนที่เป็นแบบเดือยยาวให้กดลงไปเพื่อล็อกนี่เก๋ดีค่ะ ไม่เคยเจอแฮะ (เชยเนาะ)มาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศด้านนอกกันบ้างค่ะ ถ่ายจากมุมหนึ่งของฝั่งร้านอาหาร จะเห็นเคาน์เตอร์ของทางร้านตามภาพนะคะ ส่วนประตูโค้งๆ นั่นคือทางเข้าห้องส่วนตัวที่ไปเก็บภาพมาแล้ว ถัดมาทางซ้ายมือที่เป็นไม้ๆ นั่นคือทางเดินเชื่อมอย่างที่บอกค่ะ จะเดินผ่านตรงนั้นก็ได้ หรือถัดมาอีกหน่อยก็จะเป็นทางเดินอีกส่วนที่จะเป็นทางเข้า-ออกร้านด้วยน่ะค่ะซึ่งในโซนของคาเฟ่/บริสโทรนี้ ทางร้านออกแบบในลักษณะของห้องยา apothecary ค่ะ ซึ่งก็เลยไปค้นหาความหมายของคำนี้มา ก็ได้มาจากลิงก์นี้ http://writer.dek-d.com/ubyi/story/viewlongc.php?id=96457&chapter=31 ดังนี้นะคะฝรั่งเศสได้นำคํา Apothecaire (ภาษาอังกฤษ Apothecary) เมื่อค.ศ. 1920 เพื่อใหแ้ตกตา่งจาก พวก spicer ซึ่งขายเครื่องเทศและสมนุไพร บางครั้งก็ผสมยาด้วย ฝรั่งเศสออกกฎหมายให้ spicer ขายเครื่องเทศและสมนุไพรในสภาพธรรมชาติ แต่ง ผสมหรือเตรียมเป็นยาไม่ได้ เดิมคําว่า Apothecary หมายถึงผู้ดูแูลหอ้งเก็บของยโุรปสมัยกลาง หมายถึง ห้อเก็บเครื่องเทศและสมุนไพร สมัยต่อมาได้พัฒนาเป็นร้านยา ดังนั้นปัจจุบันยโุรปตะวันตกมักเรียกร้านยาว่า Apotec หรือ Apotheke (อเมริกาเรียก Drug Store ปัจจุบัน ใช้คำใหม่คือ Pharmacy ในออสเตรเลียและประเทศในเครือจักรภพนิยมใช้คำว่า Chemist หมายถึงร้านยาที่นั่งภายในร้านมีทั้งสิ้น 40 ที่นั่งนะคะ (รวมที่นั่ง 14 ที่ในห้องส่วนตัวแล้ว)กระดาษรองจานของทุกที่นั่งค่ะ จะมีการอธิบายความหมายของชื่อร้านและคอนเซปต์ร้านด้วยค่ะ ส่วนเว็บไซต์ที่เห็นมุมขวาล่างนี่ยังทำไม่เรียบร้อยดีนะคะ แหะๆ รออีกสักพักค่ะ ตอนนี้ก็ไปที่เฟซบุ๊คของทางร้านแทนก่อนแล้วกันเนาะเฟซบุ๊คร้านฮับhttps://www.facebook.com/featherstonecafeเมนูของทางร้านค่ะ ทำตัวอักษรและสไตล์ออกมาได้เข้ากับคอนเซปต์ร้านอยู่นะคะที่ปลื้มมากคือราคาค่าาาาา ไม่แพงเลย เมื่อดูจากร้านและทำเล คือ..ร้านอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน (ซึ่งไม่ขอเอ่ยนาม) ราคาแรงกว่านี้มากมาย ปลื้มค่ะปลื้มตรงเคาน์เตอร์จะมีกล่องที่ใส่ขวดตัวอย่างชาไว้ให้ดมเพื่อเลือกกลิ่นด้วยค่ะ ราคาก็กาละ 195 บาทเอง (สำหรับสองท่าน) มีให้เลือกทั้งหมด 10 กลิ่นค่ะ มีหลายตัวมากที่หอมนะคะ อย่างสองตัวมุมขวาล่างนั่นก็เป็นสองตัวที่เราชอบหละค่ะ แต่ท้ายที่สุดก็เลือก Bohemia Indiana ค่ะ เพราะกลิ่นจะออกแนวเอิร์ลเกรย์หน่อย แฮ่...หน้าตาของกาชาค่ะ ตอนนั้นเราเพิ่งไปถึงคนเดียวก็ดื่มคนเดียวหละฮับเราว่า...เค้าทำน้ำมาอุณหภูมิไม่พอดีสำหรับการชงชาน่ะค่ะ เพราะเรารอนานมากกว่าชาจะ fuse (ใช้ศัพท์ถูกมั้ย) ตัวออกมา ซึ่งมันไม่ควรนานขนาดนี้ง่ะนะแต่ข้อดีของที่นี่คือ ไม่ได้ใช้น้ำประปามาต้มค่ะ เพราะไม่ได้กลิ่นคลอรีนนะคะ (ร้านไหนเอาน้ำประปาโดยไม่ผ่านการกรองที่ดีมาต้มชานี่..จะทำเราเซ็งมาก)เลยเอาข้อมูลของอุณหภูมิน้ำมาแปะให้คนอ่านเพิ่มเติมนะคะ ข้อมูลจาก http://www.senseteastudio.com/th/experience/experience-art-tea/secrets-tea-brewing/หรือถ้าอยากได้ข้อมูลเรื่องชาเพิ่มอีก ก็เรียนเชิญคลิกที่ลิงก์นี้นะคะ http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9540000115450ต่อไปค่ะ เป็นหนึ่งเค้กที่ยังไม่มีการวางขายในร้านตอนนี้นะคะ (จะมีในอนาคต) นั่นก็คือฟรุตเค้กสูตรของครอบครัวค่ะ จะเห็นว่าแค่หน้าตาก็แตกต่างจากฟรุตเค้กทั่วไปแล้วนะคะ แทบจะไม่เห็นเนื้อเค้กกันเลยทีเดียว ผลไม้มาแบบเต็มๆ มากค่ะส่วนเรื่องของรสชาติ เรียกได้ว่า ถ้าใครชอบเค้กแนวคลาสสิค เทรดิชั่นหน่อย น่าจะชอบค่ะ มันเหมือนได้กินเค้กโฮมเมดจากบ้านใครสักคนจริงๆ น่ะ เป็นรสชาติที่ไม่ใช่สำหรับทำขายหรือเค้กอุตสาหกรรมทั่วไป ซึ่งพี่ต้นจากทรูฯ พูดได้ตรงใจเรามากคือ เหมือนไปที่บ้านใครสักคนในยุโรปแล้วเจ้าของบ้านทำมาให้กิน ซึ่งคนรุ่นใหม่อาจจะไม่ชอบรสชาติแบบนี้แล้ว แต่สำหรับคนรุ่นป้าๆ (เรางี้สะดุ้งเฮือก ฮา) รุ่นเก่าๆ หน่อยจะคุ้นเคยและชอบกับรสชาตินี้ ถูกต้องเลยค่ะ กินแล้วเกิดอาการนอสตราเจียน่ะส่วนนี่คือเมนูตามลิสต์ที่วันนี้ทางร้านจะให้พวกเราชิมและช่วยคอมเม้นท์ค่ะ (แต่พอเอาเข้าจริง มีมานอกเหนือลิสต์เพิ่มอีกเพียบค่ะ เพราะงั้น รูปเยอะ เนื้อหาเยอะ ล้นบล็อกเช่นเคยนะคะ เหอๆ)มาเริ่มกันที่เมนูแรกเลยดีกว่าค่ะ กับเครื่องดื่มของพี่แหม่ม (ซึ่งทุกคนได้ชิมโดยทั่วถึงกัน กร๊ากกกก) กับเมนู Wild Gardenia 120 บาทค่ะเอาแค่พรีเซนเตชั่นก่อน แค่มาวางก็ว้าวกันแล้วค่ะ (พี่แหม่มเลือกเพราะเห็นรูปมาก่อนจากทางเฟซร้านเหมือนกันค่ะ) ทั้งการแทรกกลีบดอกไม้ไว้ในน้ำแข็ง การแยกไซรัปและน้ำดื่มตัวหลักไว้ในขวดตามภาพ ทำให้พรีเซนเตชั่นออกมาสตรอง!! (ไม่ใช่แระป้า คนละรายการแระ กลับมาๆ) คือ ดูดีมากซึ่งตรงนี้เราว่าเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของร้านนี้เลยนะคะ คือ นอกจากการตกแต่งร้านที่แสดงให้เห็นถึงความอาร์ต ความเอาใจใส่ในรายละเอียดแล้ว พรีเซนต์เตชั่นของอาหารแต่ละอย่างก็แสดงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยค่ะ ออกมาดูดี มีคอนเซปต์ และมีการมิกซ์ ผสมผสานอาหารหลายๆ อย่างที่ค่อนข้างครีเอทมาก (เดี๋ยวจะยิ่งเห็นมากขึ้นในเมนูต่อไปค่ะ)ส่วนรสชาตินะคะ ออกมามีกลิ่นดอกไม้พฤกษาๆ หน่อย มีความหนืดนิดๆ ของน้ำค่ะ เราว่าโอเคนะคะ สวยทั้งรูป จูบก็หอมหละ ชอบๆต่อไปเป็นเครื่องดื่มของเหมียวค่ะ กับเมนู Peach Pie Moonshine 120 บาทเช่นกันค่ะเมนูนี้นอกจากเครื่องดื่มแล้วก็มีพีชมาด้วยชิ้นหนึ่งตามภาพนะคะ แต่เราไม่ได้ชิมพีชนะคะ เจ้าของเมนูกิน อิอิ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า พอกินด้วยกันแล้วหอมมาก อร่อยมากค่ะ เราได้ชิมแต่น้ำ จะออกเปรี้ยวนิดๆ และมีกลิ่นหอมเบาๆ ค่ะ อร่อยดีเช่นกันนะคะห้าตัวต่อไปนี้ก็ยังเป็นของเพื่อนร่วมโต๊ะเช่นเคยค่ะ (วันนั้นเรากินแต่ชาร้อนที่เลือกมาหละ จนกระทั่งเจ้าของร้านไปทำมาเพิ่มให้เอง นั่นก็คือ Toffee Coffee ค่ะ แต่เดี๋ยวไปดูแต่ละอันกันก่อนเนาะสามรูปแรกจากซ้ายไปขวาได้แก่ ช็อกโกแลตร้อน The Last Rasp และ Toffee Coffee ค่ะ ส่วนรูปเดี่ยวเป็นกาแฟร้อนของคุณอ้น Drip Brewing Coffee ซึ่งคุณอ้นเลือกบราซิลนะคะ (มีหลายตัวให้เลือกค่ะ) ส่วนรูปเดี่ยว อีกอันเป็นของเหมียวอีกเช่นเคยกับวานิลาปั่นค่ะซึ่งผลการลองดื่มไปทั่วมีดังนี้นะคะ ช็อกโกแลตร้อน เข้มข้นมากค่ะ และไม่หวาน วิปครีมอร้อย อร่อย ตัวเดอะลาสต์ราสพ์ หวานอมเปรี้ยว และผสมผสานระหว่างสองรสได้ดี คิดว่าน่าจะเป็นรสที่ผู้หญิงชอบ และได้กลิ่นน้ำผึ้งด้วยนะคะ ส่วนทอฟฟี่คอฟฟี่ หอมคาราเมล กาแฟนมรสละมุนดี เหมาะกับคนที่ไม่ได้ดื่มกาแฟเข้มมากนักอย่างเราค่ะ และวานิลาปั่น จะมาแบบหอมอ่อนๆ รสละมุนๆ นะคะ ส่วนกาแฟดำคุณอ้น เราไม่ได้ชิมแหละ ขอผ่านนะฮับต่อไปเป็นอีกหนึ่งเมนูเครื่องดื่มค่ะกับ Cold Brew Ice Cube Latte 150 บาทค่ะตัวนี้จะมาเป็นก้อนน้ำแข็งกาแฟที่ brew มาแล้วเรียบร้อย นมในขวดสีชา และไซรัปนะคะ ตัวนี้เนื่องจากเทนมเยอะไปหน่อย (แบบว่า..เพื่อการถ่ายรูป) เลยทำให้รสกาแฟอ่อนไปค่ะ แนะนำให้เทนมทีละน้อยๆ ก่อนให้กาแฟได้ละลายออกมาก่อนนะคะ น่าจะได้รสที่กลมกล่อมกว่า เพราะเทอย่างในภาพ รสนมกลบรสกาแฟไปหมดเลยฮ่ะ เหมือนกินนมเหยาะรสกาแฟน่ะเอาหละค่ะ หมวดเครื่องดื่มหมดไปแล้ว (สักที ฮา) ต่อไปมาเริ่มกันที่อาหารก่อนเลยค่ะ กับแอพพิไทเซอร์แรกเลย Homemade Liver Pate with Bread 180 บาทค่ะตัวนี้จะมีตับบด ขนมปัง และเครื่องเคียงสามอย่างคือ พริกไทยสด เปลือกส้มและผักดองค่ะซึ่งขอแนะนำให้ลองกินให้ครบทั้งสามเครื่องเคียงนะคะ เพราะจะได้ความอร่อยและรสชาติที่แตกต่างกันอย่างมากค่ะ อย่างเปลือกส้มก็จะหอม และเปรี้ยวอมหวานนิดๆ พอกินคู่กับพริกไทยก็หอมและเผ็ดนิดๆ พอเป็นแตงกวาดองก็สดชื่อและเปรี้ยวนิดๆ ค่ะ ซึ่งอร่อยคนละแบบแบบไม่น่าเชื่อ เป็นจานเปิดที่ทำให้เห็นว่า เจ้าของร้านน่าจะเป็นคนสรรกิน ช่างประยุกต์และรักอาหารพอสมควรเลยแหละเมนูนี้เป็นแอพพิไทเซอร์อีกตัวที่เก๋ไก๋มากค่ะกับ Chicken Skin With Mashed Potato 160 บาทตอนแรกงงมากว่าเฮ้ย เอาหนังไก่มาเป็นท็อปปิ้งให้มันบดเนี่ยนะ แต่พอกินเท่านั้นแหละค่ะ แม่เจ้า อร่อยมาก เข้ากันแบบไม่น่าเชื่อค่ะ อร่อยค่ะ ตัวมันเค้าบดมาไม่ได้เนียนละเอียดนะคะ ยังมีเทกซเจอร์ให้เคี้ยวอยู่ ส่วนตัวหนังไก่ก็จัดเต็มมาอย่างที่เห็น (อย่าพูดถึงแคลอรี่และคลอเลสเตอรอลฮ่ะ) แต่หนังไก่มีบางอันที่ไม่กรอบสุดนะคะ ซึ่งได้แจ้งทางร้านไปแล้วค่ะ ถ้ากรอบทุกชิ้นได้จะสุดมากๆ (แต่คิดว่าถ้าโรยมาแล้วเจอมันบด ก็มีส่วนทำให้กรอบน้อยลงหรือนิ่มได้ค่ะ เพราะงั้นต้องระวัง อาจจะต้องโรยตอนก่อนเสิร์ฟไปเลยค่ะ)ต่อไปกับเมนูสลัดเมนูแรกค่ะ Young&Wild Mizuna Salad with Italian Sausages 250 บาทค่ะตัวนี้อร่อยกว่าสลัดตัวที่สองนะคะ (สำหรับข้าพเจ้าเองน่ะนะ แหะๆ) มีเทกซเจอร์ที่หลากหลาย ส่วนไส้กรอกอิตาลี ก็มีรสเปรี้ยวนิดๆ คล้ายๆ แหนมบ้านเราแหละค่ะต่อไปกับเมนูสลัดเมนูที่สองค่ะ Nicoise Salad 195 บาทนะคะสำหรับเมนูนี้ ผักสดค่ะ น้ำสลัดก็เปรี้ยวนิดๆ สดชื่นดี แต่สำหรับเรา เมนูนี้ไม่ได้มีอะไรเด่นมากค่ะขอคั่นด้วยนามบัตรจากทางร้านหน่อยนะคะ นามบัตรยังเก๋เลย อาร์ทเชียวค่ะมาต่อกันที่เมนูซุปค่ะ ตัวแรกเป็นซุปเห็ดค่ะ ซึ่งตัวนี้ไม่ได้อยู่ในลิสต์ที่จะเสิร์ฟตั้งแต่แรกนะคะ อ่านจากเมนูแล้วน่าจะเป็น Farmer Mushroom Soup 160 บาทค่ะตัวนี้รสชาติดีนะคะ เข้มข้นเลยหละ หอมด้วย ปรุงมาค่อนข้างโอเคและลงตัวค่ะ เป็นซุปที่อร่อยเลยนะคะต่อไปค่ะ กับซุปที่อยู่ในลิสต์นะคะ นั่นก็คือ Warm Hearty Pumpkin Soup 160 บาทค่ะซึ่งเมนูนี้มาแบบเข้มข้นมาก จนหนืดเลยค่ะ ถ้าใครชอบซุปฟักทองแบบเข้มข้นสุดๆ น่าจะชอบนะคะ (เพราะอันนี้เจ้าของร้านบอกว่า มีแขกต่างชาติคนหนึ่งมาสั่งแต่เมนูนี้ค่ะ) แต่ด้วยความที่เรากินซุปอีกสองตัวแล้วมันรสชาติโดนกว่า ตัวนี้สำหรับเราเลยไม่เด่นเท่าซุปอีกสองตัวค่ะ แหะๆต่อไปเป็นซุปที่อยู่ในลิสต์เช่นกันค่ะกับ Caramalized Onion Soup ค่ะ ราคา 220 บาทตัวนี้รสชาติดีนะคะ เข้มข้น หวานตัวหอม และชีสก็ยืดหยดมาก อร่อยค่ะ เราชอบซุปตัวนี้เช่นกันค่ะ สำหรับสามตัว มีซุปฟักทองตัวเดียวที่อาจจะอ่อนไปหน่อยเมื่อเทียบกับสองตัวที่เสิร์ฟด้วยกันน่ะค่ะต่อไปกับพิซซ่าถาดแรกค่ะ Miele 260 บาท ประกอบไปด้วยแอปเปิ้ล น้ำผึ้ง อัลมอนด์ บรีและมอสซาเรลล่าชีสนะคะตัวนี้มีความหวานน้ำผึ้ง หอมชีส และเปรี้ยวนิดๆ ของแอปเปิ้ลค่ะ ถามว่าอร่อยมั้ย อร่อย แต่ด้วยความกินอาหารคาวอยู่ พอเจอพิซซ่าหวานเข้าไป เราเลยแปลกๆ ลิ้นหน่อยน่ะค่ะ แหะๆแต่ตรงนี้พี่ต้นบอกว่า เค้าว่าชิ้นแอปเปิ้ลมันบางไปหน่อย ทำให้รสของแอปเปิ้ลมันไม่ชัด เลยโดนความหวานกลบค่ะ แต่เราโอเค เพราะปกติเราไม่ค่อยกินเปรี้ยว และไม่ชอบแอปเปิ้ลเขียว แหะๆต่อไปเป็นเมนูพาสต้ากันบ้างค่ะ ตัวนี้เป็น Linguine AI Fruitti Di Mare 325 บาทนะคะตัวนี้ลวกเส้นมาสุกกำลังดีค่ะ กลิ่นซีฟู้ดก็ทั่วถึงทั้งเส้น (สมกับชื่อมากๆ) ออริกาโนเยอะและกลิ่นของออริกาโนทั่วถึงทั้งเส้นเช่นกันค่ะ ถ้าใครรักซีฟู้ด น่าจะชอบเมนูนี้นะคะมาหม่ำพาสต้ากันต่อค่ะ กับ Creamy Mushroom with Truffle Oil 220 บาทค่ะเมนูนี้ครีมมี่มากๆ (สมกับชื่ออีกแล้ว) และหอมเห็ดทรัฟเฟิลด้วยค่ะ ตัวนี้ขอเตือนว่าต้องกินตอนร้อนๆ นะคะ เพราะถ้าปล่อยให้เย็นแล้วจะเลี่ยนพอควรเลยทีเดียวค่ะ แต่ถ้ากินร้อนๆ นี่จะซัดกันลืมอ้วนเลยทีเดียวหละค่ะ หุๆต่อไปเป็นพิซซ่าอีกเมนูค่ะกับ Egg Bacon&Cheese 240 บาทค่ะข้อดีที่เห็นของที่นี่ก็คือ ค่ะ..แป้งบางหมดเลยนะคะ ซึ่งเมนูนี้แปลกดีค่ะ แต่ไม่ชอบรสโดยรวมของเมนูนี้เท่าไหร่ แต่เบคอนอร่อยนะคะ กรอบ เค็มกำลังดีค่ะ เพลินอืมม์..สรุปแล้วเมนูพิซซ่าทั้งสองเมนูที่เราได้ชิมนี่...ไม่ค่อยโดนเรามากนักค่ะต่อไปกับขนมปังกระเทียมค่ะ เราได้กินตอนเย็นแล้วน่ะค่ะ แต่หอมฉ่ำกระเทียมดีค่ะ ถ้าได้กินตอนร้อนๆ น่าจะฟินเฟร่อนะฮับขอเบรคคั่นด้วยเรื่องเล่าจากเจ้าของร้านนี้นะคะ น้องบัน (ผู้ชาย) กับน้องเฟิร์น (ผู้หญิง) ค่ะ ซึ่งแต่เดิมน้องทำร้านกาแฟอยู๋ที่เขาใหญ่นะคะ แล้วพอดีเจ้าของร้านเดิมตรงนี้จะเลิกกิจการแล้วก็ถามน้องว่าสนใจมั้ย น้องก็เลยมารีโนเวท ทำเป็นร้านนี้ค่ะน้องน่ารักทั้งคู่เลย และจากหลายๆ อย่างรู้สึกเลยว่าเป็นคนที่รักการเดินทางและรักการกิน (เหมือนใครแถวๆ นี้น้อ แหะๆ) ค่ะต่อไปค่ะกับเมนดิชเมนูแรก Smokey Barbecued Pork Ribs 480 บาทค่ะก่อนอื่นเลยตอนพนักงานยกมา กลิ่นนี่กรุ่นโชยหอมควันที่รมมาก่อนเลยค่ะ และตัวรสชาติก็ดีมาก หมักมาได้เข้าเนื้อ แต่มันแห้งติดกระดูกไปหน่อยค่ะ นี่ถ้าล่อนๆ กินง่ายกว่านี้จานนี้จะให้เอเลยนะคะ เพราะพอแห้งแล้วกินยาก ยังไงก็ต้องใช้มือแทะค่ะ ซึ่ง..ถ้าไม่ได้มากับคนสนิทๆ กัน มันก็..ดูไม่งามอะนะคะ ฮาต่อไปเป็นอีกหนึ่งเมนูเมนดิชค่ะกับ Duck Confit with Rasberry Sauce 360 บาทค่ะตัวนี้ทำเป็นมาได้หนังกรอบแต่เนื้อฉ่ำมากค่ะ ซอสเป็นเบอร์รี่เปรี้ยวๆ แต่เนื่องด้วยมาทีหลังเมนูซี่โครงหมูรมควัน ซึ่งรสเข้มมากและอร่อย (ถึงจะกินยาก) ก็เลยทำให้สำหรับเราแล้วเมนูนี้ไม่เด่นนะคะต่อไปเป็นเมนดิชจานสุดท้ายแล้วค่ะกับ Herbed Tenderloin Steak 590 บาทค่ะตัวนี้ สองจานทำมาสุกไม่เท่ากันน่ะนะคะ ของเราจะแรร์กว่าหน่อยหนึ่ง อีกจานสุกไปนิดหนึ่งค่ะ ซึ่งตรงนี้ก็เม้นท์แจ้งน้องไปแล้วค่ะว่า ต้องระวังเรื่องการคงมาตรฐาน เพราะเราสั่งกันไปมีเดียม (หรือมีเดียมแรร์หว่า?) ทั้งคู่นะคะตัวเนื้อชุ่มฉ่ำมากค่ะ นุ่มเลยแหละ กับราคาขนาดนี้ เราว่าโอเคอยู่นะคะหลังจากอิ่มของคาวทั้งหมดแล้วก็ถึงเวลาของหวานกันแล้วค่าา ทางร้านก็ยกกล่องชามาให้เลือกกันค่ะ ก็มีสองท่านที่ยังไม่ได้ชิมชาร้อนเลยเลือกไป น้องจ๊ะจ๋าเลือก Vanilla Vanille ส่วนพี่ต้นเลือกเบอร์ 9 Rare Red Ruby ค่ะส่วนอีกตัวไม่แน่ใจว่าของใคร เหมือนจะเป็นช็อกโกแลตปั่นมั้งคะ แหะๆ แต่ไม่ได้ชิม เอารูปมาให้ดูเฉยๆ เนาะตัวชาวานิลา เวอนิล กลิ่นวานิลาสุดมาก ฟุ้งกำจาย แต่รอนานมากกว่าจะฟิวส์เช่นกันค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำอุณหภูมิไม่เหมาะหรือเปล่า แล้วเวลาดื่มก็..รสความเป็นชามันบางไปหน่อยน่ะค่ะส่วนของพี่ต้น จะออกแนวฟรุ้ตตี้ๆ หน่อยค่ะ ซึ่งพอกินกับฟรุ้ตเค้ก พี่ต้นบอกว่า "คือมาก" เพราะงั้นลองแมทช์กันดูนะคะต่อไปมาว่ากันที่ของหวานแต่ละเมนูนะคะเมนูแรกกับ Tiramisu 180 บาทค่ะ ตอนมาเสิร์ฟ คุณบันบอกว่า ขออภัยด้วยที่เซ็ตตัวยังไม่ดี แต่ทำไม่ทันแล้ว เทกซเจอร์คงไม่ได้ แต่ช่วยชิมรสชาติหน่อยนะครับซึ่ง..ปกติอย่างที่คนอ่านรีวิวบล็อกเรารู้ๆ นะคะ เราไม่ชอบทิรามิสุง่ะ แต่กลายเป็นว่าพอเป็นเทกซ์เจอร์แบบไม่เซ็ตตัวสำเร็จแบบนี้ ซึ่งพอกินเข้าปากแล้วมันละลายหายวื้บไปในปากเลย...เรากลับชอบค่ะ เหมือนสายลมพัดผ่านเราให้ได้กลิ่นหอมชื่นแล้วก็หายไปให้คิดถึงน่ะ เราชอบนะคะ แต่ไม่รู้คนอื่นว่าไงนะ แหะๆต่อไปเป็นครีมบูเล่ค่ะ ตัวนี้รสชาติจะออกแนวละมุนๆ หอม หวานนิดๆ จากที่เผาหน้าค่ะ อร่อยแบบละมุนๆ ค่ะสำหรับตัวนี้นะคะ ก็คือ Fresh Coconut Pie 80 บาทค่ะตัวนี้มะพร้าวชัดเจน ออกแนวเบาๆ คล้ายกับร้านเฟิร์นฟอเรสต์ที่เรากินที่เชียงใหม่เลยค่ะ (คุยกับเจ้าของร้านก็บอกว่าได้สูตรจากญาติที่เปิดร้านที่เชียงใหม่เหมือนกัน แต่เค้าจำชื่อร้านญาติไม่ได้) แต่ยังไม่พีคเท่านะคะ แต่ก็ถือว่าอร่อยค่ะ ชอบหละต่อไปเป็นเค้กช็อกหน้านิ่มค่ะ (นอกลิสต์อีกแล้ว ฮา ตอนเค้าเอามาเสิร์ฟนี่ เฮ้ย ด้วยความตกใจกันทั้งโต๊ะว่า มีอีกเรอะ)ตัวนี้อร่อยนะคะ ใกล้เคียงกับร้านกัลปพฤกษ์เลย ช็อกโกแลตเข้มข้น เนื้อนุ่ม เบาๆ แต่แน่นค่ะจากนั้นหลายบล็อกเกอร์ก็อำลากลับไปค่ะ แต่รถเราถูกจอดขนาบข้างและหน้าอยู่ เลยกลับเข้ามาคุยกับคนที่ยังไม่กลับ (ฮา)อันนี้ของคุณอ้นค่ะ จำชื่อไม่ได้ เจ้าตัวกินแบบไม่ใช่ไซรัป ไม่ใส่น้ำตาลอะไรทั้งสิ้นค่ะ เราชิมไปหน่อย ซึ่งคนไม่กินกาแฟแบบเรา โอเคนะคะ เข้มดี แต่ไม่เวอร์เกิน แหะๆปิดท้ายกันด้วยสติกเกอร์สวยๆ ของทางร้านค่ะ ใครจะขอเพื่อนำไปติดก็ได้นะฮับผมสรุปสำหรับร้านนี้นะคะเราค่อนข้างประทับใจมากๆ กับความละเอียดอ่อน ความมีศิลปะหลายๆ อย่างทั้งตัวร้านและอาหารค่ะ เจ้าของร้านน่ารักทั้งคู่เลย และอย่างที่บอกว่า กินอาหารหลายๆ อย่างแล้วรู้สึกถึงความรักอาหารของเค้าค่ะแม้ว่าบางอย่างจะยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก (เราไปกินหลังจากเค้าเพิ่งซอฟท์โอเพิ่นนิ่งไม่กี่อาทิตย์น่ะนะ) แต่คิดว่าสักพักพออะไรๆ อยู่ตัวแล้วน่าจะเป็นร้านที่ดีร้านหนึ่งเลยค่ะ (จากในเฟซบุ๊คก็จะเห็นชาวต่างชาติไปให้คะแนนดีๆ เขียนชมเชยกันเยอะมากๆ)ร้านนี้มีซ้ำแน่นอนค่ะ แล้วถ้าได้ไปกินอีก จะมารีวิวอีกทีนะคะ อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)
ระดับ4 2015-12-08
1167 วิว
รีวิวนี้ จะขอพามาร้านชิค ๆ ชิล ๆ คูล ๆ น้องใหม่ย่านเอกมัยกันเป็นร้านที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ในวันที่ไปรีวิวนั้นยังคงเป็น Soft Openingเปิดเพื่อทดสอบ ลองรันระบบการทำงาน คุณภาพอาหารเครื่องดื่มอยู่ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีแต่ตอบโจทย์ของคนที่ชื่นชอบร้านที่มีสไตล์เป็นของตัวเองสูงแบบนี้ กับ ร้าน featherSTONE Cafe-Bistro-Lifestyle Shopในซอยเอกมัย 12 (ปรีดีพนมยงค์ 31) ซึ่งหาไม่ยากเพราะซ่อนตัวแต่โดดเด่นอยู่เยื้อง ๆ กับโรงเรียนนานาชาติ Adventist เอกมัยครับซึ่งในซอยเดียวกันนี้เอง มีร้านอาหารดัง ๆ อยู่หลายร้านเลยครับแต่ร้าน featherSTONE แห่งนี้ ผมเชื่อได้เลยว่า ต้องแทรกตัวขึันมาได้อย่างแน่นอนเพราะอะไรนั้น เดี๋ยวมาลองอ่านกัน เพราะผมจะเล่าเรื่องราวที่ได้พูดคุยกับเจ้าของร้านให้อ่านกันครับร้าน featherSTONE นั้น เจ้าของร้านได้รับแรงบันดาลใจมากจากการที่ชื่นชอบในของสะสมเก่า ๆ ซึ่งดูมีความลับซ่อนไว้ ประกอบกับมีโอกาสได้เดินทางสะสมประสบการณ์ เห็นสิ่งต่าง ๆ มามากมายรวมถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่มีจุดเด่นที่ซุกซ่อนอยู่แล้วพบเจอมาจึงอยากมาขยายความเล่าสู่กันฟังผ่านทางร้านแห่งนี้ตามคอนเซปต์ของร้านคือ see-found-tellดังที่ประกอบกันเป็นโลโก้ของร้าน featherSTONE นั้นจะมีดวงตาที่สื่อถึงการ มองเห็น (see) ในสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ไปเปิดโลกให้กับตนเองมีก้อนหิน ที่สื่อถืงการ ค้นพบ (found) ในเรื่องราว สิ่งของต่าง ๆ ที่ได้พบเจอส่วนขนนกและนกนั้น สื่อถึงการ บอกเล่า (tell) และความอิสระเพราะนกเป็นสัตว์ที่ใช่ส่งสารตั้งแต่ในสมัยโบราณมาแล้วแนวทางการตกแต่งร้านนั้น เจ้าของร้าน ได้แรงบันดาลใจจากงานศิลปะต่าง ๆที่อยากจะให้ผู้ที่มาใช้บริการนั้น รู้สึกได้ถึงสัมผัสทั้ง 5 รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสด้วยความที่โครงหลักเป็นบ้านเก่า จึงเติมแต่งด้วยของเก่าเข้าไป ทำให้ได้ห้องที่มีลักษณะคล้ายกับห้องใต้หลังคาที่ดูลึกลับและเต็มไปด้วยมนต์ตราที่เอาไว้เก็บสิ่งของสะสมที่มีค่า ไว้รอให้ผู้คนได้มาค้นพบซึ่งภายในร้านแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ ด้านซ้ายที่เป็น Lifestyle Shopและด้านขวาที่เป็น Cafe Bistroภายในร้านส่วนที่เป็น Cafe Bistro นั้น จะตกแต่งเป็นห้องหลังคาสูงทำให้ร้านโปร่ง ตกแต่งพื้นด้วยกระเบื้องขนาดเล็กทำให้ร้านดูเน้นดีเทลมีรายละเอียดตั้งแต่พื้น โต๊ะ เก้าอี้ หน้าต่างทรงอาร์ค และกระจกสีสวยงามเคาท์เตอร์ขนาดใหญ่ไว้เตรียมเครื่องดื่ม ทั้งกาแฟ สมูทตี้ เบียร์ ไวน์เครื่องทำกาแฟสด ที่เมล็ดกาแฟนั้น ได้คัดเฟ้นมาอย่างดีที่สุดทั้งแบบ Single Origin และแบบที่ blend กันมาอย่างลงตัวแล้วเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ตามความพึงพอใจในส่วนของชาร้อน ทางร้านมีกลิ่น/รส ให้เลือกถึง 10 ชนิดสัญลักษณ์ของร้าน ที่เป็นความมีสไตล์สูงมาก ๆ สวยงามชุด Drip กาแฟ ให้ได้รสชาตินุ่มนวล เก็บทุกอณูของความเป็นกาแฟนั้น ๆ ได้ดีทางด้านฝั่งของ Lifestyle Shop นั้น จัดแต่งได้ดูอบอุ่นน่าเข้าไปค้นหาข้าวของ เครื่องใช้ เครื่องประดับต่าง ๆ นานามากมาย ที่เรียงรายให้เลือกซื้อนักช็อปที่ชื่นชอบของมีสไตล์และมีกลิ่นไอของความลึกลับน่าจะชอบกันเลยครับมากันที่ห้องเรือนกระจก ที่สามารถจัดเป็นห้องไพรเวท(ส่วนตัว)ได้ก็มีความงดงามมาก ๆ ตกแต่งได้สวย จนน่าจะกลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตได้ในไม่ช้าไม่ว่าจะมองไปทางไหน ร้านก็ดูดีไปซะทุกมุมแต่ในรีวิวนี้ ผมจะเน้นไปทางเครื่องดื่มและอาหารซะมากกว่าครับเรามาดูหน้าตาเครื่องดื่มและอาหารที่ได้ทดลองและนำมาถ่ายทอดให้ชมกันดีกว่าครับเริ่มจากรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวน้ำดื่มที่ทางร้านมีเป็นของตัวเองถ้านำมาเรียงต่อกัน 3 ขวดทำให้เห็นเป็นภาพนกกำลังเหิรบินสู่ท้องฟ้าเครื่องดื่มแก้วแรกที่ได้มา เป็น Sparkling Apothecary "Wild Gardenia" 140++เก๋ไก๋มีสไตล์ด้วยรายละเอียดของน้ำแข็งก้อนที่มีกลีบดอกไม้นานาชนิดแทรกอยู่เป็นน้ำโซดาไซรัป รินผสมกันได้รสหอม หวาน ซ่า สดชื่นดีเลยครับแถมสวยงามอีกด้วย featherSTONE's Tea Selection (pot for 2) 195++ชาร้อนที่เสิร์ฟเป็นกาพร้อมเทียนไว้อุ่นตลอดเวลา 1 กาสามารถดื่มได้ 2 ท่านมีกลิ่น/รส ชาให้เลือกถึง 10 ชนิดด้วยกันครับ สามารถขอดมกลิ่นก่อนสั่งได้ครับfeatherSTONE's Drip Brewing Coffee Single Origin 120++ (Colombia, Bolivia, Brazil, Tanzania for Choose)กาแฟดริป แบบเมล็ดพันธุ์เดี่ยวไม่ผสมโดยตรงจาก 4 ประเทศให้เลือกได้รสชาติของกาแฟนั้น ๆ ได้อย่างเต็มที่ผ่านการดริป การไหลผ่านของน้ำร้อนจากด้านบน กลั่นลงมายังแก้วด้านล่าง เสิร์ฟพร้อมคุ้กกี้โฮมเมด 1 ชิ้น Homemade Hot Chocolate with Marshmallow 125++ช็อคโกแล็ตร้อน ๆ ที่รสชาติดี ด้านบนเป็นวิปครีมพร้อมแมชมาโลว์เคี้ยวไปดื่มไป ทั้งอุ่นและอร่อย เหมาะกับเทศกาลคริสมาสต์ที่จะถึงนี้เลยครับ The Last Rasp (Raspberry & Orange) 145++เป็นสมูธตี้ที่ผสมกันลงตัวระหว่างราสพ์เบอร์รี่และส้ม รสชาติสดชื่น เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ Toffee Caffee 125++มองเผิน ๆ หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเป็นเครื่องดื่มเย็น แต่ไม่ใช่ครับแก้วนี้เป็นเครื่องดื่มร้อน กาแฟร้อนด้านล่าง ส่วนด้านบนเป็นวิปครีมและโรยด้วยเกล็ดท็อฟฟี่หวาน ๆ ดื่มกินพร้อมกันมันอร่อยมาก Cold Brew Ice Cube Latte 150++เป็นการนำเสนอกาแฟเย็นในรูปแบบก้อนน้ำแข็งรสกาแฟแล้วดื่มโดยการ เทนมลงไปในแก้วที่มีน้ำแข็งกาแฟ ปล่อยให้ละลายสักนิดค่อย ๆ ละเลียดจิบได้รสกลมกล่อม (แนะนำว่าเทนมเพียง 1/3 ของแก้วจะได้รสเยี่ยม)Chocolate Frappe 140++ช็อคโกแล็ตปั่นเนื้อเนียน ๆ รสชาติขมหวานกำลังดีกับวิปครีมที่ราดด้วยซอสช็อคโกแล็ต เข้ากันมาก ๆ ครับfeatherSTONE's Cold Brew BLACK (Brazil & Colombia) 135++กาแฟดำแบบเย็น ที่รสชาติดี หอม คอกาแฟร้อนมาดื่มเย็นตัวนี้ก็น่าจะชอบได้ไม่ยากเลยครับ Caffee Latte 110++กาแฟใส่นมและวาดลายลาเต้อาร์ต นุ่มละมุนกลมกล่อมครับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางร้านก็มี ผมเลือกที่จะดื่มเบียร์ครับเป็น Italian Craft Beer ที่จะเข้ากันได้ดีกับอาหารที่กำลังจะมาเสิร์ฟครับHomemade Liver Pate with Bread 195++ตับบดแบบโฮมเมด รสชาติดี หอม มัน กินกับขนมปังอร่อยครับแต่ขนมปังถ้าได้กรอบและไม่เหนียวไป จะยิ่งดีมาก ๆ ครับกินกับเครื่อง 3 ชนิด ได้รสชาติที่แตกต่างกัน สนุกสนานเลยครับRoasted Garlic Wonder Bread 150++ขนมปังโรสแมรี่กระเทียม อบกรอบ หอมเนยกระเทียมมาก รสชาติดี Nicoise Salad 220++สลัดผักพร้อมเนื้อทูน่าไข่ต้มและแอนโชวี่ ราดด้วยน้ำสลัดสไตล์อิตาเลียนตัวแอนโชวี่ ไม่เค็มเกินไป กำลังได้รสชาติที่ดีครับ Young & Wild Mizuna Salad with Italian Sausages 260++สลัดผัดมิซูนะกับไส้กรอกอิตาเลียน ด้วยผักสดกับไส้กรอกร่อย ๆแค่ราดน้ำสลัดแบบบัลซามิกน้ำมันมะกอกสไตล์อิตาเลี่ยน ก็ลงตัวแล้วครับ Chicken Skin with Mashed Potato 160++มันฝรั่งบดพร้อมหนังไก่ทอด ตัวเนื้อมันฝรั่งบดนั้นเนียนแต่มีเนื้อไม่ละเอียดจนจับมันฝรั่งไม่ได้ มันราดด้วยเกรวี่แล้วกินพร้อมหนังไก่ทอดกรอบ ๆ จะยิ่งพาให้มันอร่อยมากขึ้น Warm Hearty Pumpkin Soup 160++ซุปฟักทองที่สุดแสนจะเข้มข้น รสฟักทองมาเต็มสำหรับคนรักสุขภาพ สีสันน่ากินอย่างยิ่งFarmer Mushroom Soup 180++เป็นซุปที่ผมชอบ เข้มข้น แต่นุ่มละมุน หอมเห็ดมาก ๆ ครับกินอร่อยมาก ๆ เลยซุปถ้วยนี้ Caramelized Onion Soup 220++ซุปหอมใหญ่กับขนมปังและชีส รสชาติดี เป็นอีกตัวที่ชอบเป็นการส่วนตัวครับ Pizza "MIELE" 260++เป็นพิซซ่าแป้งบางกรอบใส่น้ำผึ้งและแอปเปิ้ลฝานบางกับมอสซาเรลล่าชีสได้รสหวาน เปรี้ยว มัน จะเป็นของคาวก็ไม่ใช่ของหวานก็ไม่เชิงเป็นพิซซ่าที่ได้รสสดชื่นครับPizza "Egg Bacon & Cheese" 240++พิซซ่าแป้งบางกรอบ มาพร้อมมอสซาเรลล่าชีส ไข่ดาวและเบคอนกรอบกินพร้อมกัน เข้ากันดี เพราะเบคอนกรอบมีรสเค็มผสมกับความมันของชีสและไข่ดาว ลงตัวมากครับ Pasta "Creamy Mushroom with Truffle Oil" 220++พาสต้าเส้นเฟตตูชินี่ ราดซอสเห็ดเป็นครีมข้นกับน้ำมันเห็ดทรัพเฟิลหอม มัน ข้น อร่อย ชุ่มฉ่ำเข้มข้นมาก ๆ เป็นอีกเมนูที่ชอบมากครับ Pasta "Linguine Con Fruitti Di Mare" 350++พาสต้าเส้นลิงกวีนี่ผัดกับเครื่องอาหารทะเล รสชาติและกลิ่นหอมทะเลแต่ไม่คาวเลยสักนิด นวล ๆ อวล ๆ กลมกล่อมมาก ๆกับซอสล็อบสเตอร์รสเผ็ดเบา ๆSmokey Barbecued Pork Ribs 490++ซี่โครงหมูบาร์บีคิว ย่างมาหอมถ่านและซอส เนื้อไม่แห้งร่อนจากกระดูกทำให้ได้แทะสนุก แต่ต้องลงทุนเลอะมือกันหน่อย กับซี่โครง 6 ท่อนซอสบาร์บีคิวอร่อยสะใจมากครับ รสชาติซึมซาบถึงเนื้อในเลย Duck Confit 380++น่องสะโพกเป็นทอดตุ๋นในน้ำมันเป็ด หนังเป็ดกรอบนอกแต่เนื้อนุ่มใน หอม อร่อย กินกับผักผลไม้และซอสราสเบอร์รี่ก็ได้รสชาติแปลกใหม่ไม่จำเจครับ ของคาวอย่างสุดท้าย กับ Herbed Tenderloin Steak 595++เนื้อสันในสเต็ก ย่างสุกระดับมีเดียมแรร์ นุ่ม หอม อร่อยราดด้วยซอสเกรวี่พริกไทย รสดี อิ่มอร่อยอีก 1 เมนูต่อกันที่ของหวาน จัดมา 3 อย่างด้วยกันครับTeramisu 180++ทีรามิสุ เลดี้ฟิงค์เกอร์ที่ซึมซับกาแฟพร้อมกับมาสคาโปเน่ชีสแสดอร่อยเนื้อนุ่ม ๆ เบา ๆ ลอย ๆ กินง่ายได้รสชาติในทุก ๆ คำ Fresh & Fluffy Coconut Cream Pie 95++พายครีมและเนื้อมะพร้าวอ่อน หอมละมุน หวานอร่อยกำลังดีแป้งพายกรอบ ๆ เข้ากันกับเนื้อครีมและไส้มะพร้าวมากครับCrème brûlée 120++เครมบูเล่ หอมวนิลา ผิวหน้าน้ำตาลเผาไฟเบา ๆ เคลือบกรอบ ๆ บาง ๆอร่อย นุ่มนวล ชวนกินไม่หยุดChocolate Fudge Cake 110++เค้กช็อคโกแล็ตหน้านิ่ม เนื้อนุ่มแน่นฉ่ำช็อคโกแล็ตหน้านิ่มด้านบนยังโรยด้วยช็อคโกแล็ตทรัฟเฟิลกรุบ ๆ ให้ได้สัมผัสที่แตกต่าง สนุกสนานในการกิน หวานกำลังดีFRUIT CAKE 175++เป็นฟรุ๊ตเค้กสมชื่อแทบจะไม่เจอเนื้อเค้กแล้วครับ เป็นสไตล์เก่าแก่ที่แบบยุโรป กลิ่นไอความเป็นโฮมเมดเต็มเปี่ยมกับเค้กชิ้นนี้ก็เป็นอันจบรีวิวร้านอาหาร กาแฟ แนว Bistro และ Lifestyle Shopที่สุดแสนจะมี Concept & Style และความมีเสน่ห์น่าค้นหาแหวกแนวไม่ซ้ำแบบใคร กับร้าน featherSTONE Cafe-Bistro-Shopแห่งนี้ เป็นอีกร้านที่ผมต้องขอบอกว่าต้องกลับไปซ้ำอีกแน่นอนเพราะติดใจในซุปและพาสต้า รวมถึงขนมและโดยเฉพาะกาแฟในราคาที่ถือได้ว่าไม่แพง เป็นมิตรกว่าร้านอื่น ๆ ในย่านเดียวกัน พร้อมกับบรรยากาศที่สุดแสนประทับใจในแหล่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกล เอกมัย 12 เท่านั้นเอง สนใจสำรองที่นั่ง ติดตามข่าวสาร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 097-058-6846https://www.facebook.com/featherstonecafeIG : featherstone_cafe e-mail : seefoundtell@gmail.comเปิดทุกวัน เวลา 10:30-22:00 น.ยกเว้นหยุดทุกวันอังคารขอให้อิ่มอร่อยพร้อมเสพบรรยากาศประสบการณ์ดี ๆ แสนสวยงามกับร้านที่มีสไตล์และคอนเซ็ปต์ดี ๆ แบบนี้กันนะครับ อ่านต่อ
(รีวิวด้านบนคือ ความคิดเห็นของผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่ความคิดเห็นของ OpenRice)